ยุโรปตะวันออก 9 วัน

ออสเตรีย – เชค – สโลวัค – ฮังการี

เวียนนา – ฮัลล์สตัท – ซาลส์บวร์ก

เชสกี้ ครุมลอฟ – ปราสาทครุมลอฟ – คาร์โลวี่ วารี

ปราก – ชมเขตเมืองเก่า – สะพานชาร์ลส์

ปราสาทปราก – วิหารเซนต์วิตัส – บราติสลาวา

ปราสาทบราติสลาวา – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ

บูดาเปสต์ – ป้อมชาวประมง – เอาท์เลท พาร์นดอร์ฟ

โบสถ์เซนต์สตีเฟน – พระราชวังเชิร์นบรุนน์

 

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – โดฮา

16.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์แอร์เวย์แถว P-Q ประตู 7 - 8

19.50 น. ออกเดินทางสู่ โดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 835

22.40 น. เดินทางถึง โดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

DAY 2

โดฮา – เวียนนา (ออสเตรีย) – ฮัลล์สตัท – ซาลส์บวร์ก – สวนมิราเบล

01.10 น. ออกเดินทางสู่ เวียนนา โดยเที่ยวบินที่ QR 189

05.45 น. เดินทางถึง เมืองเวียนนา (VIENNA) เมืองแห่งการดนตรีวอลซ์ของโลก เป็นเวลา 600 ปี เวียนนา คือ โลกแห่งการดนตรีคลาสสิกที่มวลมนุษย์ยกย่องสรรเสริญ
เดินทางสู่ เมืองฮัลล์สตัท (HALLSTATT) (ระยะทาง 289 กม. / ใช้เวลา 3 ชม. 17 นาที) เมืองฮัลล์สตัท (HALLSTATT) องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก WORLD HERITAGE เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยภูเขาใหญ่ที่น่ารักที่สุดในโลก เดินลัดเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบ (SEE STRASSE) ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่าดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของถนนซี สตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่ เมืองซาลส์บวร์ก (SALZBURG) (ระยะทาง 72 กม. / ใช้เวลา 1 ชม. 10 นาที) เมืองโรแมนติกเมืองหนึ่งของยุโรปที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาที่ล้อมรอบได้ รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1996 / ชม สวนมิราเบล (MIRABELLGARTEN) ภายในบริเวณพระราชวังมิราเบลซึ่งเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ The Sound of Music ฉากที่มีสวนดอกไม้สวยงามเดิมเป็นปราสาทมีชื่อว่า Alteneau Castle สร้างขึ้นตามบัญชาของบิช้อป Wolf Dietrich Von Raiteneau เดินข้ามแม่น้ำซาลซัค / อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งที่ ย่านถนนเกไทรเด มีร้านค้าต่างๆมากมาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านขายเค๊กขายกาแฟ ขายไข่อิสเตอร์ รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของบ้านโมซาร์ทด้วย ป้ายร้านค้าเป็นรูปบ่งบอกถึงสินค้าที่ขายกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีป้ายเหล็กที่แสดงสัญลักษณ์ของร้านแต่ละร้าน เหตุผลในการมีป้ายสัญลักษณ์ของแต่ละร้านก็เพราะว่าในสมัยยุคกลาง ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้หนังสือ แต่ละร้านจึงทำสัญลักษณ์ของร้านเพื่อให้ลูกค้าจำได้ว่าร้านไหนเป็นร้านไหน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE SALZBURG CITY OR SIMILAR CLASS

DAY 3

ซาลส์บวร์ก – เชสกี้ ครุมลอฟ – ปราสาทครุมลอฟ – คาร์โลวี่ วารี (เชค)

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (CESKY KRUMLOV) (ระยะทาง 205 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที) อยู่ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเช็ค ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวาตอนต้นใกล้แหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ก่อนจะไหลต่อไปเป็นกระแสน้ำสายใหญ่ผ่านกรุงปราก ช่วงที่แม่น้ำวัลตาวาไหลผ่านเชสกี้ครุมลอฟ ดูเหมือนเป็นเพียงลำธารเล็กๆสายน้ำคดไปเคี้ยวมาเหมือนรูปตัว S จนทำให้ภูมิทัศน์ของตัวเมืองดูราวกับหยดน้ำ ถึงความเจริญสูงสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
ชมเขตเมืองเก่า ครุมลอฟ (KRUMLOV OLD TOWN) เดินเล่นและถ่ายรูปบริเวณเขตเมืองเก่า ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้ทั้งหมด จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1992 / แวะถ่ายรูป ปราสาทครุมลอฟ (KRUMLOV CASTLE) มีอายุกว่า 700 ปี ผ่านการครอบครองของขุน นางถึง 3 ตระกูล ที่ใช้เป็นคฤหาสน์ส่วนตัว ก่อนจะตกเป็นสมบัติของรัฐบาลในที่สุด เป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสาธารณรัฐเช็ครองจากปราสาทปราก
** หมายเหตุ** ปราสาทครุมลอฟจะปิดทุกวันจันทร์ / ชมเมืองมรดกโลก สมญานามเพชรน้ำเอกแห่งโบเฮเมียเมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาใจกลางป่าเขามี ที่ตั้งซ่อนตัวอยู่ลึกลับประหนึ่งเมืองลับแล เมืองขนาดเล็กนี้มีแม่น้ำวัลตาว่าไหลผ่ากลางเมือง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย : เดินทางสู่ เมืองคาร์โลวี่ วารี (KARLOVY VARY) (ระยะทาง 234 กม. / ใช้เวลา 3 ชม. 40 นาที) เมืองกลางหุบเขาสวยและโรแมนติก มีชื่อเสียงเรื่องของบ่อน้ำพุร้อนที่มีมากมาย
ชมตัวเมืองคาโรวี วารี เมืองสปาที่ใหญ่ที่สุดของเชค ชมความสวยงามที่ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมจากยุคศตวรรษที่ 19 ที่เน้นความคลาสสิก โออ่า สดใส สบายตา ซึ่งเมืองนี้มีต้นกำเนิดมาจากเหตุการณ์เสด็จประพาสล่าสัตว์ในรัชสมัยที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 และพระองค์กำได้มาพบแหล่งน้ำแร่ที่นี้ เมื่อราวหกร้อยกว่าปีมาแล้ว ปัจจุบันมีน้ำพุน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 42 – 72 องศาเซลเซียสกว่า 12 แห่ง
พิพิธภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ ที่อยู่ใจกลางเมือง มีน้ำพุน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 30, 50 และ 72 องศาเซลเซียสให้ได้ลองดื่ม ชาวเชคเชื่อว่าดื่มแล้วดีต่อระบบย่อยอาหาร

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม GRANDHOTEL PUPP or SIMILAR

DAY 4

คาร์โลวี่ วารี – ปราก – ชมเขตเมืองเก่า – สะพานชาร์ลส์

เดินทางสู่ กรุงปราก (PRAGUE) (ระยะทาง 127 กม. / ใช้เวลา 2 ชม.) ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสุดโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งของโลก ด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลายที่เก่าแก่และงดงาม ไม่ว่าจะเป็นปราสาท อาคาร บ้านเรือน สะพาน หรือโบสถ์รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เมื่อ ค.ศ.1992

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย : นำท่าน ชมเขตเมืองเก่า สตาเร เมสโตร (STARE MESTO หรือ OLD TOWN SQUARE) ชม หอนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณ ณ ศาลากลางเมือง ซึ่งอธิบายกาโคจรของดาว เคราะห์และ พระอาทิตย์รอบโลก (เป็นความเชื่อในสมัยนั้นว่าโลกเราเป็นศูนย์กลางของดาวพระเคราะห์) ช้อปปิ้งสินค้าบริเวณย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าจำหน่ายแก้วเจียรนัยที่เรียกว่า โบฮีเมียน กลาส (BOHEMIAN GLASS) สินค้าที่มีชื่อสุดของประเทศ
ชม สะพานชาร์ลส์ (CHARLES BRIDGE) ที่มีประติมากรรมรูปปั้นมากมายบนสะพานไม่ซ้ำกันประดับอยู่ โดยมีรูปปั้นสำคัญคือรูปปั้นของนักบุญจอห์น เนโปมุก พระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกประหารและ โยนศพลงแม่น้ำวัลตาวาแห่งกรุงปราก
ชม อนุสาวรีย์ของจอห์น ฮุช (JAN HUS) ผู้ริเริ่มรับศาสนามาเผยแพร่อีกครั้ง หลังจากการหยุดห้ามการนับถือศาสนาตามกฎของระบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งเคยใช้บริหารประเทศ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม DIPLOMAT HOTEL PRAGUE or SIMILAR

DAY 5

ปราก – ปราสาทปราก – วิหารเซนต์วิตัส – บราติสลาวา (สโลวัค)

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม ปราสาทปราก (PRAGUE CASTLE) เคยเป็นปราสาทของกษัตริย์เชคในอดีต ได้รับการรับรองจากกินเนสบุ๊คว่าเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ครอบคลุม 70,000 ตารางเมตร (437.5 ไร่) / ชม วิหารเซนต์วิตัส (ST. VITUS CATHEDRAL) วิหารที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของกรุงปร๊าก โดยคำสั่งของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 สร้างอุทิศให้กับ ST. VITUS, ST. WENCESLAS และ ST. ADALBERT นักบุญชาวโบฮีเมียแห่งดินแดนเชค

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย : เดินทางสู่ กรุงบราติสลาวา (BRATISLAVA) (ระยะทาง 328 กม. / ใช้เวลา 3 ชม. 5 นาที) เมืองหลวงของสาธารณรัฐสโลวาเกียและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เมืองบราติสลาวาเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่มีอาณาเขตติดต่อกับ 2 ประเทศคือประเทศออสเตรียและประเทศฮังการี และในปัจจุบันบราติสลาวาเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง วัฒนธรรมและเศรษฐกิจของสโลวาเกีย เมืองบราติสลาวา เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะกลุ่มอาคารยุคกลางและอาคารศตวรรษที่ 20 ที่ยังคงสามารถพบเห็นได้เป็นจำนวนมาก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CROWNE PLAZA HOTEL BRATISLAVA or SIMILAR

DAY 6

บราติสลาวา – ปราสาทบราติสลาวา – บูดาเปสต์ (ฮังการี) – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านผ่านชม ย่านเมืองเก่าบราติสลาวา (OLD TOWN) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่เป็นที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างสำคัญๆมากมาย ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ปราสาทบราติสลาวา (BRATISLAVA CASTLE) ปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำดานูบ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมืองบราติสลาวา / ผ่านชม อาคารศาลากลางเก่า (OLD TOWN HALL) อาคารเก่าแก่จากศตวรรษที่ 14 ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า, โรงละครแห่งชาติสโลวัก (SLOVAK NATIONAL THEATRE), HOUSE OF THE GOOD SHEPHERD อาคารสไตล์รอคโคโค หรือศิลปะแห่งหลุยส์ที่ 14 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทบราติสลาวา

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย : เดินทางสู่ เมืองบูดาเปสต์ (BUDAPEST) (ระยะทาง 200 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 5 นาที)นครหลวงแสนสวยของประเทศฮังการี่ที่ได้ชื่อว่า "ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูป" เมืองที่คั่นด้วยแม่น้ำดานูบที่สวยงามแยกเมืองเก่าและเมืองใหม่ออกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งเมืองบูดาและฝั่งเมืองเปสต์ เมืองที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลให้เรารู้สึกได้ถึงร่องรอยศิลปะที่สั่งสมมานาน

นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำดานูบ (DANUBE RIVER) แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ 2 สายคือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง Donaueschingen ถือเป็นแม่น้ำสายโรแมนติกสายหนึ่งของยุโรปที่ไหลผ่านเมืองต่างๆ และมีความเชี่ยวของน้ำน้อยมาก กิจกรรมหลักที่มาถึงบูดาเปสต์คือ การสัมผัสกับบรรยากาศแห่งการล่องเรือดานูบ ชมความงดงามของอาคาร สถาปัตยกรรมแบบกอธิค เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ มนต์เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลายได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองโรแมนติกบนสายน้ำแห่งหนึ่งของโลก จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกตามอัธยาศัย
ผ่านชม สะพานเชน (CHAIN BRIDGE) หรือสะพานโซ่ เป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในยุโรปที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี สะพานนี้เปิดใช้ในปี 1849 ถือได้ว่าเป็นดั่งสัญลักษณ์ของบูดาเปสท์ สะพานเชนแห่งนี้เป็นสะพานถาวรแห่งแรกที่ทอดตัวข้ามแม่น้ำดานูบ
ผ่านชม อาคารรัฐสภาฮังการี (HUNGARY PARLIAMENT) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันตระการ ถือว่าป็นสัญลักษณ์ของฮังการี อาคารรัฐสภาตั้งโดดเด่นอยู่ริม แม่น้ำดานูบบนฝั่งเปสต์ เป็นอาคารรัฐสภาที่ชาวฮังกาเรี่ยนภูมิใจว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก เพราะตัวอาคารมีความสวยงามด้วยสภาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่ดูคลาสสิคด้วย หลังคาสีแดง อาคารรัฐสภาแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1885 และใช้เวลากว่า 20 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม COURTYARD BY MARRIOTT BUDAPEST CITY CENTER or SIMILAR

DAY 7

บูดาเปสต์ – ป้อมชาวประมง – เอาท์เลท พาร์นดอร์ฟ – เวียนนา

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าชม ป้อมชาวประมง (FISHERMAN BASTION) ป้อมปราการใหญ่โตที่ทิ้งร่องรอยแห่งอดีต สร้างใน ปีค.ศ.1895 อยู่บนเนินเขาสูงริมแม่น้ำดานูบ เดิมเป็นตลาดขายปลาตั้งแต่สมัยยุคกลาง มีป้อมปราการดูแลโดยชาวประมง ปัจจุบันบูรณะใหม่ให้มีทางเดินบางส่วนมีหลังคาคลุม มีลาน Holy Trinity square เป็นจุดศูนย์กลางของบริเวณเมืองเก่า
ผ่านชม โบสถ์แมทเทียยาส (MATTHIAS CHURCH) โบสถ์ในศิลปะแบบกอธิค สร้างในราว ศตวรรษที่ 13 หลังคาของโบสถ์ปูด้วยกระเบื้องสีลวดลายสวยงาม เชิญถ่ายรูปกับโบสถ์ม็อทยอช ที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ต่อมาบูรณะให้เป็นแบบนีโอกอธิค และบารอค อนุสาวรีย์นักบุญสตีเฟ่นที่เปลี่ยนชาวฮังกาเรียนให้มานับถือศาสนาคริสต์ / จุดชมวิว เกลเลิร์ต ฮิลล์ (Gellert Hill) เป็นจุดชมวิวที่มีความสูง 140 เมตร สามารถมองเห็นวิวได้จากทั้ง 2 ด้าน ทำให้เห็นทัศนียภาพของกรุงบูดาเปสต์ได้โดยรอบแบบพาโนรามิค 360 องศา ของเมืองปูดาเปสต์บริเวณกำแพงของทางขึ้น เนินเขาเกลเลิร์ต มีการจัดแสดงรูปภาพของกรุงบูดาเปสต์ เพื่อให้เห็นถึงความเป็นมาของเมืองตั้งแต่อดีตจนมาถึงภาพที่ทุกคนได้เห็นในปัจจุบัน / เดินทางสู่ เอาท์เลท พาร์นดอร์ฟ (PARNDORF OUTLET) (ระยะทาง 194 กม. / ใช้เวลา 2 ชม.)

รับประทานอาหารกลางวัน ที่เอ้าเลท (ไม่รวมในรายการ)

บ่าย : อิสระให้ทุกท่านช้อปปิ้ง เอาท์เลท พาร์นดอร์ฟ (PARNDORF OUTLET) เอาท์เลทแห่งแรกของประเทศออสเตรีย และเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ ตั้งอยู่กรุงเวียนนา มีร้านค้ามากกว่า 120 ร้าน สินค้าแบรนด์ชื่อดังต่างๆ จากทุกมุมโลก มีให้เลือกมากมายอย่างจุใจ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน สินค้าแบรนด์เนมมากมาย

เดินทางสู่ เมืองเวียนนา (VIENNA) (ระยะทาง 50 กม. / ใช้เวลา 40 นาที)เมืองแห่งกดนตรีวอลซ์ของโลก เป็นเวลา 600 ปี เวียนนา คือ โลกแห่งการดนตรีคลาสสิกที่มวลมนุษย์ยกย่องสรรเสริญ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม AUSTRIA TREND HOTEL PARK or SIMILAR

DAY 8

เวียนนา – โบสถ์เซนต์สตีเฟน – พระราชวังเชิร์นบรุนน์ – โดฮา

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นั่งรถชม ถนนวงแหวน (RING STRESSES) ผ่านชม โรงอุปรากรแห่งชาติ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ เปิดแสดงครั้งแรกในวันที่ 25 พฤษภาคม 1869 ด้วยดอน จิโอวานนี่ของโมซาร์ท , พระราชวังฮอฟบวร์ก, อาคารรัฐสภา, ศาลาว่าการ, มหาวิทยาลัย เวียนนา, โบสถ์ประจำเมือง, ศาลสูง สวนสาธารณะสตัดปาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์ เจ้าของบทเพลงอมตะ “By The Beautiful Blue Danube”
ชม โบสถ์เซนต์สตีเฟน (ST. STEPHEN’S CATHEDRALS) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิค อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1147
ชม พระราชวังเชิร์นบรุนน์ (SCHOENBRUNN PALACE) พระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์เบิร์ก ซึ่งจักรพรรดิโจเซฟที่ 1 ปรารถนาที่จะสร้างพระราชวังแข่งขันกับพระราชวังแวร์ซายน์ของฝรั่งเศส ชมความวิจิตรตระการตาของตำหนักล่าสัตว์บนเนื้อที่กว้าง ซึ่งจักรพรรดิโจเซฟที่ 1 จะเนรมิตให้เป็นวิมานจักรพรรดิแห่งที่สองรองจากพระราชวังแวร์ซายน์ พระราชวังเชิร์นบรุนน์มีห้องทั้งหมด1,200 ห้องเปิดให้ประชาชนเข้าชมเพียง 45 ห้อง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย : อิสระให้ท่านเดินเล่น ช้อปปิ้ง ถนนคาร์ทเนอร์ (KARTNER STRASSE) เป็นถนนชอปปิ้งสายสำคัญของเวียนนา ที่มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ มากมายเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนน อาทิเช่น เครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน เสื้อแบรนด์เนมยอดนิยม และของที่ระลึกต่างๆ ยังมีร้านอาหาร ร้านไอศกรีม และร้านกาแฟแบบต้นตำรับออสเตรียแท้ๆ ให้ได้เลือกอิ่มกันอย่างหนำใจ

15.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

19.05 น. ออกเดินทางสู่ โดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 184

DAY 9

กรุงเทพฯ

01.15 น. เดินทางถึง โดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

02.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ QR 836

12.40 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

88,800 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

กำหนดวันเดินทาง

18 - 26 ก.พ.

18 - 26 มี.ค.

***08 - 16 เม.ย.

29 เม.ย. - 07 พ.ค.

10-18 มิ.ย.

08 - 16 ก.ค.

จองทริปนี้

แชร์ทริปนี้

02-678-6095