ยุโรปดอกไม้ 9 วัน

  • เที่ยวเบลเยี่ยม – เนเธอร์แลนด์ – ลักเซมเบิร์ก – เยอรมนี
  • บรัสเซลส์ – บรูจจ์ – – กรุงเฮก – อัมสเตอร์ดัม (พัก 2 คืน)
  • อัมสเตอร์ดัม – โวเลนดัม – อัมสเตอร์ดัม – กังหันลม – ล่องเรือหลังคกระจก
  • ดุสเซลดอร์ฟ – โคโลญจน์ – มหาวิหารโคโลญจน์
  • บ๊อบพาร์ด – ล่องเรือ แม่น้ำไรน์ – เซนต์กอร์
  • ลักเซมเบิร์ก – ไฮเดลเบิร์ก  – เวิร์ธแฮม เอาท์เลท – แฟรงค์เฟิร์ต

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ

21.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เวย์ แถว D ประตู 3

DAY 2

กรุงเทพฯ – บรัสเซลส์ – บรูจจ์ – บรัสเซลส์ – อนุสรณ์อะตอมเมี่ยม

00.30 น. ออกเดินทางสู่ บรัสเซลส์ โดยเที่ยวบินที่ TG 934

07.40 น. เดินทางถึงสนามบิน กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ประเทศเบลเยี่ยม เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม เป็นศูนย์กลางอย่างไม่เป็นทางการของสหภาพยุโรป
เดินทางสู่ เมืองบรูจส์ (Brugge) คือเมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแฟรนเดอร์ตะวันตก ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเมืองบรูจส์ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเวนิสแห่งตอนเหนือ เป็นเมืองที่เงียบสงบ และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของการผสมผสานระหว่างอารยธรรมในยุคสมัยกลางและสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย
นำท่านชม จัตุรัสใจกลางเมืองบรูจจ์ จัตุรัสใจกลางเมืองบรูจจ์ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง มีพื้นที่ประมาณ 1เฮคตาร์ เป็นที่ตั้งของงานสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่ามากมาย ทั้ง หอระฆังเก่าแก่ในสมัยศตวรรษที่ 12 ศาลาว่าการเมืองในรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอ โกธิค รวมทั้งรูปปั้น Jan Breydel และ Pieter de Coninck ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส ยิ่งไปกว่านั้นจัตุรัสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร และร้านค้าอีกมากมาย อาทิ ร้านสินค้าแฟชั่ชั้นนำ และช๊อคโกแลต

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: เดินทางกลับสู่ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ประเทศเบลเยี่ยม / แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ อนุสรณ์อะตอมเมี่ยม (Atomium) เป็นสถาปัตยกรรมลูกเหล็กทรงกลม ชึ่งเป็นสัญลักษณ์รูปโครงสร้างอะตอมที่ขยายใหญ่หลายล้านเท่าและสร้างขึ้นเป็นหอแสดงนิทรรศการระหว่างงาน Expo ปี 1958 ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่อีกแห่งหนึ่งของเบลเยียมไปอย่างสมบูรณ์ ลักษณะของนั้น อะโตเมี่ยม มีความสูงประมาณ 108 เมตร ประกอบด้วยลูกบอลทีมีทั้งหมด 9 ลูกแต่ละลูกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 18 เมตร ในตัวอะโตเมี่ยมยังมีลิฟท์ที่เร็วที่สุดในยุโรป ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 5 เมตรต่อวินาที เจ้าอะโตเมี่ยม มีน้ำหนัก รวมกันประมาณ 2400 ตัน
นำท่านชม แกรนด์เพลซ (Grand Place) จัตุรัสกลางเมืองที่มีชื่อเสียงของบรัสเซลส์และได้รับการ กล่าวขานว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ที่ถูกล้อมรอบด้วยอาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทั้งบาร็อก โกธิค นีโอโกธิค ที่ทำให้จัตุรัสแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ ท่านจะได้บันทึกภาพศาลาว่าการเมืองและอาคารที่สวยงามรอบ ๆ จัตุรัส
แวะถ่ายรูปกับ แมนิเก้นพีซ (Mannekenpis) ประติมากรรมรูปเด็กชายตัวน้อยกำลังยืนแอ่นตัวปัสสาวะอย่างน่ารัก ผู้สร้างประวัติศาสตร์และตำนานพื้นเมืองของชาวเบลเยี่ยม มีเวลาให้ท่านเดินเล่นเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก เช่น กระเป๋า KIPLING ผ้าลูกไม้ ช็อคโกแลตเบลเยี่ยม เป็นต้น

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Husa President Park หรือเทียบเท่า

DAY 3

บรัสเซลส์ – กรุงเฮก – ลิซเซ่ – สวนเคอเคนฮอฟ / มาดูโรดัม – อัมสเตอร์ดัม

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ กรุงเฮก (Hague) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากกรุงอัมสเตอร์และรอตเทอร์ดาม ปัจจุบันกรุงเฮกเป็นที่ตั้งของรัฐบาลดัตช์ อาคารรัฐสภา ศาลฎีกา และสภาแห่งรัฐ รวมไปถึงเมืองที่ประทับของพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์ ยังเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและการพิมพ์ เป็นที่ตั้งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
แวะถ่ายรูปกับ ศาลโลก หรือ พระราชวังสันติภาพ (Peace Palace) ที่ประดิษฐานกฏหมายระหว่างประเทศ (Seat of International Law) เป็นที่ตั้งกองบัญชาการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศแห่งกรุงเฮก และหอสมุดแห่งวังสันติที่ล้ำค่า นอกจากเป็นที่ตั้งสถาบันดังกล่าวแล้ว ที่วังสันติยังมักจัดเทศกาลพิเศษ เกี่ยวกับนโยบายระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศด้วย
เดินทางสู่ เมืองลิซเซ่ (Lisse) เป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญยิ่งของเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันประเทศเนเธอร์แลนด์มีการปลูกทิวลิปเป็นอุตสาหกรรม ทิวลิปถูกนำมาสู่เนเธอร์แลนด์ในราวปี ค.ศ. 1593 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และการปลูกทิวลิปจึงกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักของชาวเนเธอร์แลนด์ และเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ มาจนทุกวันนี้ ทิวลิปมีการปลูกในเนเธอร์แลนด์มาตั้งแต่ราวๆ ค.ศ. 1600 จนในปัจจุบัน เกือบครึ่งของพื้นที่ปลูกไม้หัว ทั้งประเทศใช้เป็นพื้นที่ปลูกทิวลิป นอกนั้นก็เป็นพวกลิลลี่ แกลดิโอรัส นาซิสซัส และไฮยาซินธ์ ตามลำดับ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: นำท่านเข้าชม สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่ (Lisse) ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทิวลิปสำคัญของฮอลแลนด์ ในสวนเคอเคนฮอฟแห่งนี้ เป็นสวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยทิวลิปที่มีมากกว่า 7 ล้านต้น ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ดูละลานตา สวนเคอเคนฮอฟแห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมปีละครั้งประมาณกลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี ช่วงที่ทิวลิปจะสวยที่สุด จะอยู่ระหว่างวันที่ 8 เมษายน ไปจนถึง 20 เมษายน ใน 1 ปี จะมีผู้เข้ามาชมสวนประมาณ 4 - 5 ล้านคน
หมายเหตุ: ช่วงเดือนมิถุนายน ไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สวนเคอเคนฮอฟ จะปิด นำท่านชม มาดูโรดัม (Madurodam) เมืองตุ๊กตาอันดับ 1 ของโลก บนพื้นที่ 2 ไร่ครึ่ง ชมการจำลองอาคาร ตึกรามบ้านช่อง สนามบิน สิ่งก่อสร้างและสถานที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ ภายในประเทศมาสร้างในอัตราส่วน 1 ต่อ 25 นำชมและถ่ายภาพหน้าศาลโลก ผ่านชมกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ และย่านสถานฑูตกงศุลต่างๆ
เดินทางสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอัมสเทล เป็นเมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรป ถึงแม้อัมสเตอร์ดัมจะเป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่ศูนย์กลางของหน่วยงานรัฐบาลตั้งอยู่ที่กรุงเฮก
นำท่านเดินเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าที่บริเวณ จัตุรัสดัม (Dam Square) ศูนย์กลางของเมืองที่มีอนุสรณ์สงครามเพื่อรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 และอดีตศาลาว่าการเมืองที่หลุยส์ โบนาปาร์ต เคยใช้เป็นพระราชวังหลวงในช่วงที่จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสเรืองอำนาจ
ผ่านชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) หรือ วังหลวง ที่ครั้งแรกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1655 มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่ว่าการอำเภอ สร้างโดยสถาปนิกที่ชื่อ ยาคอบ ฟาน กัมเปน ตรงหน้าจั่วของตึกแห่งนี้มีรูปปูนปั้นที่สวยงาม เป็นรูปเทพีแห่งทะเล และสัตว์ในเทพนิยายกรีก ภายในเป็นห้องโถงกว้างปูด้วยหินอ่อนเป็นรูปลูกโลกขลิบด้วยทองเเดงสวยงาม เพดานวาดเป็นรูปภาพจักรวาล
แวะถ่ายรูปกับ พิพิธภัณฑ์ไรค์ (Rijksmuseum) พิพิธภัณฑ์อันดับหนึ่งของประเทศ แหล่งรวมผลงานศิลปะเนเธอร์แลนด์ทุกแขนง อาคารมีลักษณะคล้ายกับตึกสถานีรถไพสร้างด้วยอิฐสีเเดงสไตล์นีโอโกธิก ภายในพิพิธภัณฑ์อันกว้างใหญ่มีทั้งหมด 260 ห้อง จัดเก็บรวบรวมภาพเขียนของจิตรกรชาวดัตช์ผู้มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่19
แวะถ่ายรูปกับ สถานีรถไฟกลาง (Centraal Station) แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1889 โดดเด่นด้วยการตกแต่งสถาปัตยกรรมด้วยอิฐสีเเดง ผลงานการออกแบบของ PJH Cuypers ซึ่งเป็นผู้ออกแบบพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอัมสเตอร์ดัม (Rijksmuseum)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Ramada Apollo Amsterdam Centre หรือเทียบเท่า

DAY 4

อัมสเตอร์ดัม – โวเลนดัม – อัมสเตอร์ดัม – กังหันลม – ล่องเรือหลังคากระจก

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ โวเลนดัม (Volendam) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เนเธอร์แลนด์ เป็นเมืองประมงทางทะเลที่มีความโดดเด่นในเรื่องของท่าเรือและหมู่บ้านชาวประมงอันแสนคึกคัก ชมวิถีชิวิตที่ยังคงการแต่งกายในแบบดั้งเดิมของชาวดัตช์รวมไปถึงลักษณะการแต่งกายในแบบดั้งเดิมของชาวดัตช์ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี / นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: เดินทางชม กังหันลม และ อนุสาวรีย์เรมแบรนท์ (Windmill & Statue Of Rembrandt) เป็นกังหันลมระบายน้ำที่มีชื่อเสียงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1636 ตั้งอยู่บนชายฝั่งของแม่น้ำ Amstel ชมรูปปั้น เรมแบรนท์ เป็นจิตรกรและช่างพิมพ์ในประวัติศาสตร์ศิลปะยุโรปและเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดท่านหนึ่งของโลก
ชมโรงงานทำรองเท้าไม้ (Woodden Shoes Factory) ซึ่งเป็นมรดกตกทอดที่อยู่คู่กับชาวดัตช์มาแต่โบราณกาลโรงงานรองเท้าไม้เป็นโรงงานเนเธอร์แลนด์(ฮอลแลนด์)เป็นประเทศอยู่ในเขตที่จัดได้ว่ามีความชื้นสูงชาวดัตช์จึงคิดประดิษฐ์รองเท้าที่มีประสิทธิภาพกันความชื้นได้สูงและรองเท้าไม้นี่ยังมีอายุการใช้งานที่นานอีกด้วยที่นี่ยังมีรองเท้าที่ทำขายหากท่านใดต้องการซื้อเป็นที่ระลึกก็สามารถซื้อได้มีหลายสีหลายลวดลายหากท่านใดประสงค์อยากได้พวงกุญแจ
นำท่าน ล่องเรือหลังคากระจก ชมกรุงอัมสเตอร์ดัม ชมสองฝากฝั่งคลองของตัว เมืองอัมเตอร์ดัมที่มีอายุหลายร้อยปีชมบ้านเรือนสไตล์ดัชท์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่ง ตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา คลองเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้และอันสเตอร์ดัมก็มีคลองจำนวนมากที่สุดในโลกด้วย และมีสะพานข้ามคลอง 600 สะพานสถานที่สำคัญน่าชมที่สุดของอัมสเตอร์ดัมเกือบทั้งหมดจะอยู่ริมคลอง รวมทั้งคฤหาสน์บ้านช่องของคหบดีเก่าแก่ด้วย แม้กระทั่งตลาด ดอกไม้สดของเมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังอยู่ริมคลอง
ชม สถาบันการเจียระไนเพชร ที่เนเธอร์แลนด์ได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีการเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมขั้นตอนการเลือกเพชรโดยละเอียดจากวิทยากรผู้ชำนาญตลอดจนชมขั้นตอนการเจียระไนเพชรให้เป็นอัญมณีที่มีค่าที่สุด

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Ramada Apollo Amsterdam Centre หรือเทียบเท่า

DAY 5

อัมสเตอร์ดัม – ดุสเซลดอร์ฟ – โคโลญจน์ – มหาวิหารโคโลญจน์

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองดุสเซลดอร์ฟ (Dusseldorf) เมืองหลวงแห่ง North Rhine-Westphalia ชมสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ สวยงาม และประวัติประวัติศาสตร์นับแต่ยุคสมัยปี ค.ศ.1100 ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของ City hall ที่โด่งดังของ ชมปราสาทอันเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านเหนือ แม่น้ำRhineและทำให้เมืองดุสเซลดอร์ฟ กลายเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวที่ นักท่องเที่ยวต้องการมามากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมัน
อิสระให้ท่านได้ ช้อปปิ้งบนถนน Ko-Galle rie ถนนซึ่งมีร้านขายของเปิด ตามริมสองฝั่งของถนนมากมายไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า ร้านของตกแต่งบ้าน ร้านเครื่องประดับ หรือร้านขายของ ที่ระลึก ซึ่งล้วนมีแต่ของที่สวยงามและมีความประณีต ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ถูกใจและราคาถูกตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: เดินทางสู่ เมืองโคโลญจน์ (Cologne) เมืองสำคัญริมแม่น้ำไรน์ และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4ของประเทศเยอรมนีศูนย์กลางทางการค้า งานศิลปะ และอุตสาหกรรม ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตน้ำหอมออดิโคโลญ 4711 อันลือชื่อ นำเที่ยวชมตัวเมืองโคโลญเมืองเก่าสมัยโรมันเรืองอำนาจ
เข้าชมมหาวิหารโคโลญจน์ (Cologne Cathedral) โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1248 แต่มีปัญหาให้ต้องหยุดพักการก่อสร้างไปบ้าง จึงต้องใช้เวลากว่าหกร้อยปีจึงสร้างเสร็จสมบูรณ์ และ สร้างเสร็จในปี 1880 มหาวิหารโคโลญเป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก นับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกในสมัยนั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิก เป็นหอคอยแฝดสูง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144เมตร สร้างเพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารี เชิญอิสระตามอัธยาศัยสำหรับการเลือกซื้อสินค้าในย่านเมืองเก่าบริเวณถนน Hohestrasse ถนนช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อของเมืองโคโลญจน์ เช่น เครื่องเหล็กตราตุ๊กตาคู่,ออดิโคโลญจน์ 4711 เป็นต้น

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Koeln West หรือเทียบเท่า

DAY 6

โคโลญจน์ –บ๊อบพาร์ด – ล่องเรือ แม่น้ำไรน์ – เซนต์กอร์ – ลักเซมเบิร์ก

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสู่ ท่าเรือบ๊อบพาร์ด (Boppard) นำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของแม่น้ำไรน์ แม่น้ำสายสำคัญที่สุดสายหนึ่งของยุโรป ชมทัศนียภาพอันสวยงามตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำ ผ่านแหล่งปลูกองุ่นที่ใช้ผลิตไวน์ขาวอันมีชื่อเสียงที่สุดของเยอรมัน เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของไร่องุ่น ปราสาทของโบราณอายุกว่า 600 ปี และอาคารบ้านเรือนของอดีตเหล่าขุนนางเยอรมนีที่เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำ ผ่านบริเวณผาหินโลเรอไลย์ (Loreley rock) ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่าขานอันลึกลับของเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นบริเวณนั้น และขึ้นฝั่งที่ ท่าเรือเซนต์กอร์ (St. Goar)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย: เดินทางสู่ ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ประเทศขนาดเล็กๆที่ไม่มีทางออกทะล อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนด้านตะวันออกติดกับประเทศเยอรมนี ด้านใต้ติดกับฝรั่งเศส และด้านตะวันตกติดกับเบลเยียม ทางตอนเหนือเป็นเนินเขาและภูเขาเตี้ยๆ จุดสูงสุดอยู่ที่ Buurgplaatz มีความสูง559ม พื้นที่อื่นๆมักเป็นเนินเขาเตี้ยๆเช่นกัน มีเมืองหลวงชื่อเดียวกันกับชื่อประเทศคือ ลักเซมเบิร์ก เชิญเที่ยวชมประเทศเล็กสุดในยุโรปที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าประทับใจ ทั้งปราสาท อาคารบ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง แม่น้ำลำคลอง และดอกไม้ต้นฤดูใบไม้ผลิ
ผ่านชม ศาลาว่าการเมือง พระราชวัง The Grand Ducal palace ที่ประทับของกษัตริย์หรือดยุคองปัจจุบัน อาคารรัฐสภา โบสถ์เซนต์ไมเคิล และป้อมปราการสมัยโรมัน ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองที่บ้านเรือนตั้งเรียงรายอยู่ในแนวหุบเขา / ผ่านชม Casemates Du Bock ส่วนหนึ่งของป้อมปราการอันเก่าแก่ ซึ่งยูเนสโกได้ประกาศยกย่องย่านเมืองเก่า และป้อมปราการแห่งนี้ให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Mercure Grand Hotel Alfe หรือเทียบเท่า

DAY 7

ลักเซมเบิร์ก – ไฮเดลเบิร์ก – ปราสาทไฮเดลเบิร์ก

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่ง แม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารไทย

บ่าย: นำท่านขึ้นรถรางไฟฟ้า (Mountain Railway) เพื่อขึ้นสู่เนินเขาและเข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวมากที่สุดของเมือง โดยปราสาทนี้สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1300 ในสไตล์โกธิค-เรอเนสซองซ์ ตั้งอยู่บนเนินเขาและโดยรอบมีป่าละเมาะแสนสวยสามารถเดินเล่นได้ บริเวณปาร์กของปราสาทจะมีต้นไม้ใหญ่อย่างต้นเบิช, ต้นเมเปิ้ล ต้นโอ้ค มากมาย ในอดีตปราสาทแห่งนี้ใช้เป็นป้อมปราการ และต่อมาได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นปราสาทเมื่อปีค.ศ 1544 แม้ปราสาทแห่งนี้จะเคยถูกเผาและทำลายไปบ้างในสมัยสงคราม แต่ก็ยังคงสภาพความสวยงามอยู่เหนือแม่น้ำเนคการ์ได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้
ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate) ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NH Hirschberg Heidelberg หรือเทียบเท่า

DAY 8

ไฮเดลเบิร์ก – เวิร์ธแฮม เอาท์เลท – แฟรงค์เฟิร์ต – กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์พระวิญญาณบริสุทธิ์ (Church of the Holy Spirit) โบสถ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในไฮเดลเบิร์ก โดยโบสถ์ตั้งอยู่บริเวณใจกลางตลาดในเขตเมืองเก่า ตัวโบสถ์ถูกล้อมรอบไปด้วยลานน้ำพุและคาเฟ่ โดยโบสถ์ถูกสร้างขึ้นจากฐานเดิมของโบสถ์เก่า และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของเมืองไฮเดลเบิร์ก อิสระให้ท่านได้เดินเล่นช้อปปิ้งบนถนนคนเดินตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย: นำท่านเดินทางสู่ Wertheim Village Outlet ให้ท่านเพลิดเพลินกับการ ชอปปิ้งเอาท์เลท ที่รวบรวมร้านค้าชั้นนำไว้อย่างมากมาย อาทิเช่น COACH, FRED PERRY, POLO RALPH RAUREN, SUPERDRY, TOMMY HILFIGER, TIMBERLAND, VERSACE, TAG HEUER, SWAROVSKI เป็นต้น
เดินทางสู่ แฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ

20.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 923

DAY 9

กรุงเทพฯ

13.35 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

84,800 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

วันเดินทาง: 2560

13 – 21 ม.ค. 60

17 – 25 ก.พ. 60

21 – 29 มี.ค. 60

06 – 14 เม.ย. 60** (88,800)

07 – 15 เม.ย. 60** (88,800)

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088