Oct 16, 2017

7 ข้อสงสัยก่อนไปล่าแสงเหนือ

7 ข้อสงสัยก่อนไปล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

ทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องแสงเหนือ และเคยได้เห็นจากภาพถ่ายต่างๆ หรือในคลิปวิดีโอมากมาย จนทำให้หลายคนอยากจะไปสัมผัสกับแสงเหนือของจริงสักครั้ง และเกิดข้อสงสัยหลายอย่างในการที่จะตัดสินใจไปล่าแสงเหนือ วันนี้เราเลยมีโอกาสได้มาตอบคำถามและเคลียร์ข้อสงสัยต่างๆกันครับ

1) ไปแล้วจะได้เห็นหรือเปล่า

ต้องบอกก่อนว่าแสงเหนือเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ การที่จะได้เห็นหรือเปล่านั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างเช่น สภาพอากาศ ถ้าวันไหนที่ฟ้าเปิดและไม่มีเมฆมากก็สามารถที่จะเห็นได้ แต่ก็ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งคือ ถ้าในวันนั้นสภาพอากาศเป็นใจแต่ไม่มีลมสุริยะพัดผ่านมาที่โลกก็อาจจะไม่มีโอกาสได้เห็น นอกจากนี้ยังมีตัวชี้วัดการเกิดแสงเหนือที่เรียกว่าค่า Kp index อีกด้วย (ค่า Kp index คือ ตัววัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก ที่มีผลต่อการระเบิดของพื้นผิวดวงอาทิตย์ มีสเกลตั้งแต่ 0 – 9 ซึ่งในไอซ์แลนด์มีโอกาสที่จะได้เห็นถึง 3 ระดับ คือ Kp 0 – 3)

เพราะฉะนั้นการที่เราจะได้เห็นแสงเหนือหรือไม่นั้น ต้องคอยดูพยากรณ์อากาศและพยากรณ์สุริยะด้วย ไม่มีอะไรยืนยันว่าเราจะได้เห็น 100% ในการไปแต่ละครั้งครับ

2) โอกาสไหนเห็นเยอะที่สุด

ถ้าพูดถึงช่วงเวลา ที่ไอซ์แลนด์มีแสงเหนือทั้งปีครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศอีกเช่นกัน สำหรับไอซ์แลนด์นั้นจะมีกลางวันและกลางคืนไม่เท่ากันตามช่วงฤดู ถ้าไปฤดูหนาว (ช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม) จะมีกลางคืนที่ยาวกว่ากลางวันมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมจะมีกลางคืนยาวนานประมาณ 20 ชั่วโมง ถ้าอยากไปล่าแสงเหนืออย่างเดียวจึงแนะนำให้ไปช่วงฤดูหนาว

ส่วนฤดูร้อนของไอซ์แลนด์จะมีกลางวันที่ยาวนานกว่า คือ กลางวันยาวนานถึงประมาณ 20 ชั่วโมง ช่วงนี้อากาศจะสบายๆ เหมาะแก่การไปเที่ยวชมบรรยากาศของประเทศไอซ์แลนด์ แต่ถ้าจะไปล่าแสงเหนือช่วงนี้ก็ไปได้ครับ แต่การเห็นแสงเหนือจะยากกว่าช่วงฤดูหนาวมาก ถ้าหากได้เห็นถือว่าเป็นโบนัสที่พิเศษมากๆเลยครับ

3) แสงเหนือมีเดือนไหนถึงเดือนไหนบ้าง

ช่วงที่เหมาะแก่การไปล่าแสงเหนือแล้วอากาศไม่หนาวมากเกินไป แนะนำให้ไปช่วงเดือนตุลาคม – เดือนมีนาคม เพราะกลางคืนจะยาวนานกว่ากลางวันและอากาศกำลังดี

4) ประเทศไหนบ้างที่จะได้เห็น

นอกจากประเทศไอซ์แลนด์แล้ว เรายังเดินทางไปตามล่าแสงเหนือได้อีกถึง 9 ประเทศ โดยส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นได้ในทวีปยุโรป แต่มีบางส่วนที่ไปเกิดในทวีปอเมริกาเหนือ เริ่มจากทวีปยุโรปเราจะเห็นได้ในประเทศ สวีเดน, ฟินแลนด์, นอร์เวย์, กรีนแลนด์, สกอตแลนด์, เดนมาร์ก และ รัสเซีย ส่วนในทวีปอเมริกาจะสามารถเห็นแสงเหนือได้จาก แคนาดา และ รัฐ Alaska ประเทศอเมริกาครับ

5) ต้องนอนที่ igloo เท่านั้นหรือเปล่าถึงจะเห็น

ไม่จำเป็นต้องนอนที่ igloo อย่างเดียวครับ เพราะนอนที่ไหนในไอซ์แลนด์ก็สามารถมองเห็นแสงเหนือได้แต่อย่าลืมนะครับว่าการจะมองเห็นแสงเหนือนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและลมสุริยะที่ผัดผ่านมาสู่โลกเท่านั้น ถ้าเกิดในวันนั้นที่พักที่เราเลือกมีเมฆมาก ก็ไม่สามารถเห็นแสงเหนือได้ แต่ถ้าวันนั้นที่พักของเราเกิดฟ้าเปิด คือท้องฟ้าใสมากไม่มีเมฆเลย แล้วมีพยากรณ์ว่าลมสุริยะพัดผ่านมา ก็มีสิทธิ์ที่จะได้เห็นแสงเหนือครับ

6) ถ้าจะพาคนแก่และเด็กไปด้วยจะสามารถไปตามล่าหาแสงเหนือได้ไหม?

แน่นอนครับว่าสามารถพาไปได้ถ้าครอบครัวของท่านไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เช่น จำเป็นต้องนั่งวิวแชร์ หรือ เด็กที่ยังเป็นเด็กอ่อนอยู่ เพราะการไปท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ค่อนข้างจะเป็นการผจญภัย และมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างกลางวันกับกลางคืน ระหว่างการไปท่องเที่ยวอาจมีปัญหาเรื่องของการปรับตัวกับสภาพอากาศ เนื่องจากไอซ์แลนด์จะมีอากาศที่ค่อนข้างหนาว การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมควรจะเลือกช่วง ต้นเดือนตุลา หรือ ปลายเดือนมีนาคม เพราะจะไม่หนาวมาก ช่วงกลางวันและกลางคืนอากาศจะมีความปกติมากกว่า จึงทำให้สามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้นครับ

7) ถ้าอยากเก็บภาพแสงเหนือต้องทำอย่างไร

แสงเหนือ ไม่สามารถที่จะเก็บภาพได้จากกล้องมือถือหรือกล้องจากแทบเล็ต ควรมีกล้อง DSLR สักตัวไปด้วยครับ แต่ราคาไม่จำเป็นต้องแพงมาก การใช้กล้อง DSLR จะทำให้เราสามารถเห็นแสงเหนือได้ชัดเจนขึ้น แต่อย่าลืมเปิดชัตเตอร์นาน 5-30 วินาที และเปิด ISO 1600 ขึ้นไปนะครับ เพราะจะทำให้ถ่ายภาพแสงเหนือออกมาได้สีสวยกว่าที่ตาเราเห็น

การถ่ายภาพแสงเหนือไม่สามารถถ่ายเป็น VDO ได้ หากเราต้องการภาพเคลื่อนไหวจะต้องถ่ายเป็นช๊อตแล้วนำมาต่อกันให้เป็นภาพเคลื่อนไหวแทน และอีกข้อที่สำคัญที่สุดในการไปตามล่าแสงเหนือคือ ต้องอยู่ห่างจากตัวเมืองที่มีแสงไฟให้มากๆ เพราะแสงไฟจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้ถนัดตา และทำให้เราถ่ายภาพแสงเหนือได้ไม่สวยดังที่ตั้งใจไว้ การตามล่าแสงเหนือควรอยู่ในที่มืดไม่มีแสงไฟจากในเมืองรบกวนจะดีที่สุด แล้วก่อนไปเตรียมร่างกายและเตรียมใจให้พร้อม เพราะเราไม่รู้ว่าจะได้เห็นเมื่อไหร่ และถ้าวันนั้นมีโอกาสจะได้เห็น เราอาจจะต้องอดหลับอดนอนกันเป็นเวลานานๆเลยครับ

แชร์เรื่องนี้