เทศกาลคาร์นิวัล 14 วัน

  •  เดินทาง 1 กรุ๊ปเท่านั้น!!! เปิดให้จองแล้ว ด่วน! จำนวนจำกัด 
  • เที่ยวบราซิล – เปรู – อาร์เจนตินา
  • เทศกาลคาร์นิวัล ที่นั่ง VIP Box Seat ชมขบวนพาเหรดอย่างใกล้ชิด
  • ริโอ เดอ จาเนโร – คอร์โควาโด – ริโอ เดอ จาเนโร
  • ซูการ์โลฟ – ลิม่า – คูซโก (อาหารค่ำพร้อมการแสดงพื้นเมือง)
  • หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ – ดินแดนลี้ลับ มาชู ปิคชู
  • ลิม่า **ทานอาหารซีฟู้ด ริมมหาสมุทรแปซิฟิค**
  • น้ำตกอิกวาสุ  – น้ำตกอิไตปุ – บัวโนสไอเรส
  • พักโรงแรมระดับ 5 ดาว

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ

 23.00 น.   คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์ แถว T ประตู 9

DAY 2

กรุงเทพฯ – ดูไบ – ริโอ เดอ จาเนโร

 01.05 น.   ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK 385 (Airbus 380)

 05.00 น.   เดินทางถึง ดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

 07.10 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงริโอ เดอ จาเนโร โดยเที่ยวบินที่ EK 247

 15.50 น.   เดินทางถึง กรุงริโอ เดอ จาเนโร (Rio De Janeiro) เมืองท่าริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าที่ครึกครื้นของบราซิล

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง (เมนู BBQ Seafood) 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hilton Copacabana Rio de Janeiro หรือเทียบเท่า 

DAY 3

ริโอ เดอ จาเนโร – ยอดเขาคอร์โควาโด – ชมรูปปั้นพระเยซูคริสต์

 *** เทศกาลคาร์นิวัล ชมขบวนพาเหรดรอบชิงชนะเลิศอย่างใกล้ชิด จากที่นั่ง VIP Box Seat *** 

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านขึ้นสู่ยอดเขาคอร์โควาโด (Corcovado) มีความสูงประมาณ 710 เมตร นั่งรถรางผ่านภูเขา และป่าไม้ เพื่อชม รูปปั้นพระเยซูคริสต์ยืนอ้าแขนรอผู้ไถ่บาป (Christ The Redeemer) ตั้งตระหง่านอยู่อย่างสง่าด้วยความสูงถึง 38 เมตร เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนี้ บนยอดเขาแห่งนี้ ในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง ท่านจะได้พบกับทิวทัศน์อันงดงามของเมืองริโอ เดอ จาเนโรในแบบพาโนรามา รวมทั้งจะสามารถเห็นวิวไปถึงยอดเขาชูการ์โลฟชายหาดโคปาคาบานา และสนามกีฬามาราคาน่า

          นำท่านผ่านชมสนามกีฬายักษ์ “มาราคาน่า” (Maracana Stadium) ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกสนามหนึ่ง จุผู้เข้าชมได้ถึง 200,000 คน ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 1950 เพื่อใช้เป็นสนามแข่งฟุตบอล FIFA World Cup ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ และในปี 2014 บราซิลได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันฟุตลบอลโลกอีกครั้งหนึ่ง นอกจากใช้เป็นสถานที่แข่งฟุตบอลแล้ว ยังใช้เป็นเวทีแสดงคอนเสิร์ตกลางแจ้งด้วย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางกลับโรงแรม เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวชมงานคาร์นิวัลในช่วงกลางคืน

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านชมขบวนพาเหรดรอบ Champion ในเทศกาลคาร์นิวัลแห่งกรุงริโอ เดอจาเนโร ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่อลังการในชุดแฟนซีหลากสีสันนับร้อยขบวน ด้วยที่นั่ง VIP Box Seat ชิดติดขอบสนามอย่างใกล้ชิด ท่านจะสนุกสนาน เพลิดเพลินและเต็มอิ่มกับโชว์และพาเหรดหลากลีลาตั้งแต่หัวค่ำยันรุ่งเช้า ซึ่งในรอบปีจะมีการจัดเพียงครั้งเดียว จะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำมิรู้ลืมกับสีสันอันหลากหลาย และบรรยากาศของงานเฉลิมฉลองแห่งชาติ

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hilton Copacabana Rio de Janeiro หรือเทียบเท่า 

DAY 4

ริโอ เดอ จาเนโร – โคบาคาบาน่า – นั่งกระเช้าสู่ยอดเขาชูการ์โลฟ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   อิสระให้ท่านพักผ่อนตามสบาย หรือมีเวลาเล่นน้ำทะเล ณ บริเวณชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ชายหาดโคปาคาบาน่า ที่มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร และเมื่อไม่นานมานี้ชาวคาริโอค่าได้ร่วมกันสร้างสถิติโลก ทำราวตากผ้าที่ยาวที่สุดในโลก ณ ชายหาดแห่งนี้ และยังเป็นที่มาของชื่อเพลงที่ดังไปทั่วโลก

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   นำท่านขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาชูการ์โลฟ (Sugar Loaf Mountain) มีความสูงประมาณ 396 เมตร เพื่อชมทิวทัศน์และภาพอันงดงามของเมืองริโอ ชูการ์โลฟนี้ยังถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองริโออีกด้วย ชื่อของชูการ์โลฟนั้นมาจากรูปร่างลักษณะของยอดเขาซึ่งมีรูปร่างเหมือนก้อนน้ำตาล

         นำท่านนั่งรถชมเมืองริโอ เดอ จาเนโร ซึ่งถูกค้นพบในเดือนมกราคม ค.ศ. 1503 และได้รับการขนานนามตามชื่อเดือนที่ถูกค้นพบ โดย Estacio de sa หลังจากที่ประกาศอิสรภาพจากประเทศโปรตุเกส ริโอจึงกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศบราซิล จนถึงปี ค.ศ. 1960 เมืองหลวงได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองบราซิลเลียแทน

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hilton Copacabana Rio de Janeiro หรือเทียบเท่า 

DAY 5

ริโอ เดอ จาเนโร - ลิม่า - คูซโก - อาหารค่ำ พร้อมโขว์พื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 05.45 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองลิม่า โดยเที่ยวบินที่ AV 6648

 09.15 น.   เดินทางถึง เมืองลิม่า เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

 11.00 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองคูซโก โดยเที่ยวบินที่ LA 2041

 12.35 น.   เดินทางถึงเมืองคูซโก /  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   นำท่านชมเมืองคูซโก (Cusco) เมืองซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาแอนเดส ชื่อ “คูซโก” เป็นภาษาเกวชัว แปลว่า “ศูนย์กลางของโลก” ย้อนไปถึงช่วงศตวรรษที่ 15 ซึ่งเป็นผลงานของ “อินคา ปาชาคูเตค” ผู้ก่อสร้างเมืองนี้ให้สะดุดตา

          ชม พลาซ่า เด อารมาส แห่งกุสโก (Plaza de Armas del Cusco) หรือที่รู้จักกันในนาม จัตุรัสแห่งนักรบ จัตุรัสขนาดใหญ่กลางเมืองที่ถูกล้อมรอบไปด้วยสถานที่สำคัญๆหลายแห่ง เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านขายเครื่องประดับ ตัวแทนธุรกิจการท่องเที่ยว

          ชมวิหารคูซโก (La Compania de Jesus) วิหารสไตล์บาร็อคที่ถูกสร้างในปี 1550 เป็นหนึ่งในคริสตจักรในยุคอาณานิคมสเปนที่สวยงามมากที่สุดในทวีปอเมริกา โบสถ์พระเยูซู (Jesuit Church) โบสถ์ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆกับวิหารคูซโก โดยโบสถ์ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 แต่ถูกทำลายจากแผ่นดินไหวในช่วงปี 1650 จากนั้น 18 ปีต่อมาได้สร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมบาร็อคโคโลเนียลในทวีปอเมริกา 

          ชมโกริกันชา (Koricancha) อดีตวิหารแห่งดวงอาทิตย์ (Temple del Sol) ของชาวอินคา หนึ่งในวิหารสำคัญที่สุดของชาวอินคาในเมืองคูซโก

          ชมป้อมปราการซาคซายอัวมาน (The Fortress of Sacsayhuaman) ป้อมซึ่งสร้างขึ้นจากหินแกรนิตเพื่อป้องกันข้าศึกจากฝั่งตะวันออก ซึ่งบางส่วนของก้อนหินเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างตึกสไตล์โคโลเนียลในเมืองคูซโก จัดเป็นสถาปัตยกรรมอินคาที่มีความโดดเด่นมาก สร้างด้วยก้อนศิลาขนาดมหึมา บางก้อนหนักถึง 125 ตัน มีกำแพงสองชั้นสร้างเป็นแนวซิกแซก นักโบราณคดีประมาณว่าการสร้างป้อมแห่งนี้ต้องใช้แรงงานหลายหมื่นคน ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 70 ปี

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Palacio del Inca Libertador Cusco หรือเทียบเท่า 

DAY 6

คูซโก - หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ Sacred Valley – นั่งรถไฟพาโนรามา สู่ มาชู ปิคชู

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านเดินทางสู่บริเวณที่เรียกว่า หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Valley) ระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชมกับธรรมชาติของเขตทุ่งหญ้าสลับกับเนินเขาลูกเตี้ยๆ นำท่านชม หมู่บ้านปิซัก (Pisac) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโบราณสถานและตลาด Pisac นำท่านชมป้อมปราการ Ollantaytambo เป็นสถาปัตยกรรมอันโออ่าโอฬารแห่งนี้สร้างด้วยหินแกรนิตสีชมพู ประกอบด้วยหมู่วิหาร โรงอาบน้ำและค่ายทหาร

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่สถานีรถไฟ ออกเดินทางโดย รถไฟ Vista Dome ไต่ขึ้นเขาแอนดิสอันยิ่งใหญ่และลึกลับสู่ “มาชู ปิคชู” (Machu Picchu)

          เดินทางถึง มาชู ปิคชู (Machu Picchu) หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า “เมืองสาบสูญแห่งอินคา” เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาที่ความสูงประมาณ 2,350 เมตร ในปี 1983 องค์การยูเนสโกได้กำหนดให้มาชู ปิคชูเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2007 มาชู ปิคชู ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้งทางอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ        

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Sumaq หรือเทียบเท่า 

DAY 7

มาชูปิคชู - คูซโก

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   ชมบริเวณโดยรอบของมาชู ปิคชูอันเร้นลับ ตามประวัติว่ามาชู ปิคชู สร้างขึ้นเมื่อปี 1450 โดยจักรพรรดิปาชากูตีของอินคา และใช้ชีวิตในมาชู ปิคชู จนกระทั่งชาวสเปนได้ชัยชนะเหนือเปรูในปี 1911 เป็นการสร้างที่พักอาศัยของชาวอินคา (คล้าย ๆ กับบ้านพักตากอากาศของเศรษฐีชาวยุโรป) พื้นที่โดยส่วนใหญ่เป็นปราสาทและวัดที่สร้างเพื่อถวายแด่เทพเจ้าของชาวอินคาและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่สร้างเพื่อดูแลศาสนสถาน / ในปี ค.ศ. 1911 นครแห่งนี้ปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์ คนนำทางชื่อนายเมลชอร์ อาร์เตอากาได้นำศาสตราจารย์ฮิราม บิงแฮมมาสู่มาชู ปิคชู ซึ่งศาสตราจารย์บิงแฮมได้กลับมาที่เมืองนี้อีกครั้งในปี 1914 ด้วยการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเยลล์และสมาคมภูมิศาสตร์แห่งชาติ จากนั้นเป็นต้นมา มาชู ปิคชูจึงเป็นที่รู้จักกันในนามของนครลี้ลับแห่งชนเผ่าอินคา มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นชมสินค้าพื้นเมืองของชาวอินคา

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนเขามาชูปิคชู 

 บ่าย   เดินทางกลับคูซโก โดยรถไฟ VISTA DOME โดยระหว่างทางบนรถไฟขากลับ ท่านจะได้ชมการเดินแฟชั่นโชว์กับเสื้อผ้าหนังที่มาสร้างความบันเทิงให้ท่านชมบนรถไฟ เมื่อถึงสถานีรถไฟ Ollantaytambo นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่เมืองคูซโก

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Palacio del Inca Libertador Cusco หรือเทียบเท่า 

DAY 8

คูซโก – ลิม่า – ทานมิ้อค่ำ เมนู Seafood ริมมหาสมุทรแปซิฟิค

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  / นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 07.30 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงลิม่า (Lima) โดยเที่ยวบินที่ LA 2010

 09.05 น.   เดินทางถึง กรุงลิม่า (Lima) เมืองหลวงที่มีชื่อเสียงของประเทศเปรู โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บริเวณที่ห้อมล้อมด้วยหุบเขาชียอง แม่น้ำรีมัก และแม่น้ำลูริง ริมชายฝั่งแห้งแล้งซึ่งอยู่ติดกับอ่าวใน มหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีท่าเรือที่สร้างขึ้นและตั้งชื่อว่า กายาโอ (Callao)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน 

 บ่าย   นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ทองคำ (Golden Museum) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุ ซึ่งทำด้วยทองคำของชาวเปรูมาตั้งแต่อดีตกาล เป็นพิพิธภัณฑ์ของเอกชน ก่อตั้งโดย Miguel Mujica Gallo ในปีค.ศ.1968 เก็บรวมรวมของสะสมที่ทำจากทองคำไว้กว่า 25,000 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้ากาก, มงกุฎ, ตราประจำตระกูล, เสื้อเกราะ, มัมมี่ ฯลฯ

          ชมย่านมิราฟลอเรส (Miraflores) เป็นย่านทันสมัยของกรุงลิม่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยหลายอย่าง และมีชายหาดที่สวยงาม มีเวลาให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ เมนู Seafood เสิร์ฟพร้อมไวน์ขาว ณ ภัตตาคารริมมหาสมุทรแปซิฟิค 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม JW Marriott Lima หรือเทียบเท่า 

DAY 9

ลิม่า – น้ำตกอิกวาสุ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านผ่านชมเมืองลิม่า เมืองของพระราชา (City of Kings) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1535 โดยชาวสเปนชื่อ ฟรานซิสโก ปิซาโร และในปี ค.ศ. 1991 องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้ลิม่าเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรมของโลก จนได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 12.30 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองอิกวาสุ (Iguasu) โดยเที่ยวบิน LA 2443

 18.25 น.   เดินทางสู่ เมืองอิกวาสุ เมืองที่ตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่าง 3 ประเทศคือ บราซิล, อาร์เจนตินา และปารากวัย และเป็นที่ตั้งของน้ำตกที่มีขนาดใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าถึง 4 เท่า

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Bourbon Cataratas (5*) หรือเทียบเท่า 

DAY 10

เขื่อนอิไตปู - น้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งบราซิล) – นั่งเรือเจ็ทมาคูคู ชมน้ำตกใกล้ชิด

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   ชมเขื่อนอิไตปู (Itaipu Dam) เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ซึ่งในอดีตจัดได้ว่าเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่เขื่อนสามหุบเขาของจีนจะแล้วเสร็จ คำว่า “อิไตปู” แปลว่า “เสียงเพลงจากก้อนหิน” มาจากภาษากวารานิ (Guarani) ของชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม เขื่อนอิไตปูกั้นแม่น้ำปารานา บริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย จึงทำให้เขื่อนนี้เป็นทั้งผนังกั้นน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศอีกด้วย / อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   นำท่าน ชมน้ำตกอีกวาสุ (Brazilian Falls) ซึ่งเป็นน้ำตกที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าในทวีปอเมริกาเหนือถึง 4 เท่า ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาริมแม่น้ำอีกวาสุ ซึ่งเป็นพรมแดนที่ครอบคลุมทั้งดินแดนบราซิลและอาร์เจนติน่า

          นั่งเรือเจ็ทมาคูคูล่องแม่น้ำอีกวาสุ (Macuco Safari) เพื่อชื่นชมกับความงดงามของน้ำตกอย่างใกล้ชิด พร้อมความสนุกสนาน ตื่นเต้น ที่ท่านจะได้รับจากการล่องเรือเล่นคลื่นของน้ำตกแห่งนี้

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภัตตาคารพื้นเมือง  พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง สนุกสนานเร้าใจกับจังหวะดนตรีแบบอเมริกาใต้ ชมการแสดงดนตรีปารากวัย, ระบำแทงโก้อาร์เจนตินา  และแซมบ้าโชว์ของบราซิล

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Bourbon Cataratas (5* Hotel) หรือเทียบเท่า 

DAY 11

น้ำตกอีกวาสุ (ฝั่งอาร์เจนติน่า) – บัวโนสไอเรส

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านข้ามพรมแดนสู่ประเทศอาร์เจนติน่า เพื่อชมความงามของน้ำตกอีกวาสุฝั่งอาร์เจนติน่า ซึ่งท่านจะได้ชมความงามของน้ำตกในอีกมุมมองหนึ่งที่งดงามไม่แพ้กับฝั่งบราซิล

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง  / นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 14.40 น.   ออกเดินทางสู่ บัวโนสไอเรส โดยเที่ยวบิน AR 1737

 16.35 น.   เดินทางถึง บัวโนสไอเรส

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Intercontinental Buenos Aires (5*Hotel) หรือเทียบเท่า 

DAY 12

บัวโนสไอเรส - ดูไบ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านชมเมืองบัวโนสไอเรส ย่านใจกลางเมือง “ซองโตร” ย่านพลาซ่า เดอ มาโย บริเวณที่ตั้งทำเนียบ รัฐบาล ตึกรัฐสภา ทำเนียบประธานาธิบดีหรือที่มีชื่อเรียกว่า “ลา กาซาโร ซาดา” (LA CASA ROSADA) แปลว่าบ้านสีชมพูหรือบ้านสีกุหลาบ เพราะใช้หินสีชมพูก่อสร้าง ตั้งตระหง่านอยู่หน้าจัตุรัสมาโย ที่จะมีทหารองครักษ์ในเครื่องแบบสีน้ำเงินออกมาเดินพาเหรดกันเป็นประจำ ผ่านชมศาลาว่าการ (Cabildo) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมทาสีขาว ย่านลาโบกา (La Boca) ย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นแรงงาน มีสีสันสดใสหลากหลายจนลายตา ได้รับการก่อตั้งขึ้นในกลางศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของกรรมกรท่าเรือ โดยได้ตั้งติดอยู่  ริมน้ำพอดี ย่านนี้ได้ชื่อว่ามีบ้านเรือนที่สร้างด้วยสังกะสีแต่มีการนำสีสด ๆ แปลก ๆ มาทา จิตรกรเบนีโต กินเกลา มาร์ติน เป็นผู้นำในการใช้สีของผู้คนในย่านนี้ในช่วงต้น ๆ ศตวรรษ เพลิดเพลินกับการเต้นระบำแซมบ้าที่ออกมาโชว์ลีลาสุดมันส์

          ผ่านชมโรงอุปรากรโกลอน (Colon Theatre) โอเปร่าเฮ้าส์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เทียบได้กับที่มิลานและกรุงเบอร์ลิน เป็นที่แสดงบัลเล่ต์และวงซิมโฟนี่ เป็นที่ที่นักแสดงทุกคนใฝ่ฝันจะก้าวขึ้นเวทีแห่งนี้

          อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย ณ ถนนอเวนิด้า เนิฟ เดอ ฮูลิโอ หรือถนน 9 กรกฎาคม เป็นถนนสายที่กว้างที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีร้านกาแฟริมบาทวิถีที่ขึ้นชื่อและผ่านชมสนามฟุตบอลสโมสร โบคาจูเนียร์ สโมสรฟุตบอลชื่อดังของอาร์เจนติน่า ที่มีอดีตนักเตะชื่อดังอย่าง ดิเอโก มาราโดน่า เคยเล่นให้สโมสรแห่งนี้มาก่อน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง เมนู Steak สไตล์อาร์เจนติน่า 

 บ่าย   ชมมหาวิหารใหญ่โรเซอแรตต้า  (Metropolitan Cathedral) ที่ฝังศพของนายพลโฮเซ่ เดอ ซานมาร์ติน ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งอาร์เจนติน่า ชมทหารยามที่แต่งกายในเครื่องแบบเกรอนาดิเยร์อย่างสง่างามหน้าวิหาร

นำท่าน ชมที่ฝังศพของเอวิต้า เปรอง (Tomb of Evita Peron) หรือเอวา เปรอง อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศอาร์เจนตินา ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้นายพลฮวน เปรอง ได้รับตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ คือตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งอาร์เจนตินาด้วยคำแนะนำต่าง ๆ ของเอวา โดยเอวา เปรองเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ด้วยโรคมะเร็งมดลูก ด้วยวัยเพียง 33 ปีเท่านั้น ซึ่งสร้างความเศร้าเสียใจให้กับประชาชนชาวอาร์เจนตินาเป็นอย่างมาก ประวัติชีวิตของเอวามีคนนำไปทำหนังสือ ละครเวที และสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

 21.30 น.   ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK 248

DAY 13

ดูไบ

 23.00 น.   เดินทางถึงดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

 

DAY 14

ดูไบ - กรุงเทพฯ

 03.05 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 376 (Airbus 380)

 12.35 น.   เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

329,000 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095