ยุโรปตะวันออก 9 วัน

  • เข้าชมความงาม ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ต้นแบบปราสาทเจ้าหญิงนิทรา
  • ขึ้นยอดเขาซุคสปิตเซ (Zugspitze) ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน
  • เที่ยวเมืองฮัลสตัท (Hallstatt) เมืองมรดกโลก
  • สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย
  • ล่องเรือ แม่น้ำดานูบ (Danube River) แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป
  • มิวนิค – โฮเฮนชวาล์ฟเกา – การ์มิชพาร์เทนเคอร์เช่น
  • ซาลส์บวร์กฮัลล์สตัทเชสกี้ ครุมลอฟ
  • กรุงปราก – กรุงเวียนนา – พระราชวังเชิร์นบรุนน์
  • บูดาเปสต์ – ล่องเรือ แม่น้ำดานูบ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – โดฮา

 17.30 น.   พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 7 แถว P เคาน์เตอร์สายการบินการ์ตาร์ แอร์เวย์  

 20.25 น.   ออกเดินทางสู่ สนา มบินโดฮา โดยเที่ยวบิน QR 835

 23.35 น.   เดินทางถึง สนามบินโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

DAY 2

โดฮา – มิวนิค – โฮเฮนชวาล์ฟเกา – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – การ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น

 01.50 น.   ออกเดินทางสู่ สนามบินมิวนิค (Munich) โดยเที่ยวบิน QR 059

 06.30 น.   เดินทางถึง มิวนิค (Munich) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรียแคว้นตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ที่มีอุตสาหกรรม ผลิตเบียร์อันลือชื่อ และเคยได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ.1972

          เดินทางสู่ เมืองโฮเฮนชวาล์ฟเกา (Hohenschwangau) เป็นเมืองที่น่าอยู่มากอากาศสดชื่นบ้านเมืองสวยงามตั้งเรียงรายอยู่รวมๆ กัน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เข้าชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) สร้างขึ้น เมื่อปี ค.ศ.1869 ตามคำสั่งของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 กษัตริย์หนุ่มแห่งแคว้นบาวาเรีย ผู้มีพระสมัณญานามว่า ราชันหงส์ขาว (Swan King) วอล์ทดีสนีย์จึงได้นำเอาปราสาทนี้เป็นต้นแบบของปราสาทในเทพนิยายเรื่องเจ้าหญิงนิทรา และได้จำลองไปสร้างไว้ที่ดีสนีย์แลนด์ทุกแห่งทั่วโลก

          เดินทางสู่ เมืองการ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น (Garmisch – Partenkirchen) เมืองท่องเที่ยวสำคัญของแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ตีนเขาซุกสปิตเซ ยอดเขาที่สูงที่สุดของเยอรมนี

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hotel Konigshof หรือเทียบเท่า 

DAY 3

การ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น – ขึ้นยอดเขาซุคสปิตเซ – มิวนิค

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          นำท่านนั่งกระเช้า ขึ้นยอดเขาซุคสปิตเซ (Zugspitze) ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน และเป็น จุดแบ่งเขตแดนระหว่างเยอรมันกับออสเตรีย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา (อาหารพื้นเมือง) 

 บ่าย   เดินทางกลับสู่ มิวนิค (Munich) แวะถ่ายรูปกับ จัตุรัสมาเรียน (Marienplatz) ซึ่งตั้งชื่อตามรูปปั้นพระแม่มารีสีทอง บนเสาที่สูงตั้งตระหง่านกลางจัตุรัสมาตั้งแต่ปี 1638 ทั้งนี้เพื่อเป็นการขอบคุณเซนต์แมรี่ นักบุญแห่งแคว้นบาวาเรียที่ช่วยให้มิวนิคหลุดพ้นจากการครอบครองของกองทัพสวีเดน

          แวะถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมือง ซึ่งทุกๆ 11 โมง และ5 โมงเย็น ในฤดูร้อนจะมีเสียงนาฬิกาและตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง สินค้าพื้นเมือง และสินค้าอื่นๆ

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Sheraton Muenchen Westpark หรือเทียบเท่า 

DAY 4

มิวนิค – ซาลส์บวร์ก (ออสเตรีย) – ฮัลล์สตัท – เชสกี้ ครุมลอฟ (เชค)

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เดินทางสู่ เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg)  เมืองโรแมนติกเมืองหนึ่งของยุโรปที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาที่ล้อมรอบได้ รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1996

          นำท่านชม สวนมิราเบล (Mirabellgarten) ภายในบริเวณพระราชวังมิราเบล ซึ่งเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ The Sound of Music ฉากที่มีสวนดอกไม้สวยงาม เดิมเป็นปราสาทมีชื่อว่า Alteneau Castle สร้างขึ้นตามบัญชาของช้อป Wolf Dietrich Von Raiteneau

          อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งที่ ย่านถนนเกไทรเด มีร้านค้าต่างๆ มากมาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านขายเค้กขายกาแฟ ขายไข่อิสเตอร์ รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของบ้านโมซาร์ทด้วย ป้ายร้านค้าเป็นรูปบ่งบอกถึงสินค้าที่ขายกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองฮัลล์สตัท (Hallstatt) องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก world heritage เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยภูเขาใหญ่ที่น่ารักที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

          นำท่านเดินลัดเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบ See Strasse ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย

          เดินทางสู่ เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) อยู่ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเช็ค ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ วัลตาวาตอนต้นใกล้แหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ก่อนจะไหลต่อไปเป็นกระแสน้ำสายใหญ่ผ่านกรุงปราก

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hotel Zlaty Andel หรือเทียบเท่า 

DAY 5

เชสกี้ ครุมลอฟ – ปราก

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          ชมเขตเมืองเก่าครุมลอฟ (Krumlov Old Town) เดินเล่นและถ่ายรูปบริเวณเขตเมืองเก่า  ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้ทั้งหมด จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1992

บันทึกภาพด้านหน้าปราสาทครุมลอฟ (Krumlov Castle) มีอายุกว่า 700 ปี ผ่านการครอบครองของขุน  นางถึง 3 ตระกูล ที่ใช้เป็นคฤหาสน์ส่วนตัว ก่อนจะตกเป็นสมบัติของรัฐบาลในที่สุด

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย    ชม เมืองมรดกโลก สมญานามเพชรน้ำเอกแห่งโบเฮเมียเมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาใจกลางป่าเขามี  ที่ตั้งซ่อนตัวอยู่ลึกลับประหนึ่งเมืองลับแล เมืองขนาดเล็กนี้มีแม่น้ำวัลตาว่าไหลผ่ากลางเมือง

          เดินทางสู่ กรุงปราก (Prague) ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสุดโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งของโลก ด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลายที่เก่าแก่และงดงาม ไม่ว่าจะเป็นปราสาท อาคาร บ้านเรือน สะพาน หรือโบสถ์

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hotel International Prague หรือเทียบเท่า 

DAY 6

ปราก – เวียนนา

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เข้าชม ปราสาทปราก (Prague Castle) เคยเป็นปราสาทของกษัตริย์เชคในอดีต  ได้รับการรับรองจากกินเนสบุ๊คว่าเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ครอบคลุม 70,000 ตารางเมตร (437.5 ไร่) ชม วิหารเซนต์วิตัส (St. Vitus Cathedral) วิหารที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของกรุงปร๊าก โดยคำสั่งของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 สร้างอุทิศให้กับ St. Vitus, St. Wenceslas และ St. Adalbert นักบุญชาวโบฮีเมียแห่งดินแดนเชค ชม สะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) ที่มีประติมากรรมรูปปั้นมากมายบนสะพานไม่ซ้ำกันประดับอยู่

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   เดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองแห่งการดนตรีวอลซ์ของโลก เวียนนา คือ โลกแห่งการดนตรีคลาสสิกที่มวลมนุษย์ยกย่องสรรเสริญ

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hotel Mercure Wien Westbahnhof หรือเทียบเท่ 

DAY 7

เวียนนา – พระราชวังเชิร์นบรุนน์ – บูดาเปสต์ (ฮังการี)

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เข้าชมพระราชวังเชิร์นบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) พระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์เบิร์ก ซึ่งจักรพรรดิโจเซฟที่ 1 ปรารถนาที่จะสร้างพระราชวังแข่งขันกับพระราชวังแวร์ซายน์ของฝรั่งเศส ชมความวิจิตรตระการตาของตำหนักล่าสัตว์บนเนื้อที่กว้าง ซึ่งจักรพรรดิโจเซฟที่ 1 จะเนรมิตให้เป็นวิมานจักรพรรดิแห่งที่สองรองจากพระราชวังแวร์ซายน์ พระราชวังเชิร์นบรุนน์มีห้องทั้งหมด 1,200 ห้องเปิดให้ประชาชนเข้าชมเพียง 45 ห้อง

          ชมถนนวงแหวน (Ring Stresses) ผ่านชม โรงอุปรากรแห่งชาติ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ เปิดแสดงครั้งแรกในวันที่ 25 พฤษภาคม 1869 ด้วยดอน จิโอวานนี่ของโมซาร์ท พระราชวังฮอฟบวร์ก อาคารรัฐสภา ศาลาว่าการ มหาวิทยาลัย เวียนนา โบสถ์ประจำเมือง ศาลสูง สวนสาธารณะสตัดปาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์ เจ้าของบทเพลงอมตะ

          ชมโบสถ์เซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Cathedrals) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิค อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1147

          อิสระให้ท่านเดินเล่น ช้อปปิ้ง ถนนคาร์ทเนอร์ (Kartner Strasse) เป็นถนนชอปปิ้งสายสำคัญของเวียนนา ที่มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ มากมายเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนน อาทิ เครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน เสื้อแบรนด์เนมยอดนิยม และของที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของประเทศฮังการี นครสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ริมสองฝั่งแม่น้ำดานูป สมญานามว่า “ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูป”

          ชม ป้อมชาวประมง (Fisherman Bastion) ป้อมปราการใหญ่โตที่ทิ้งร่องรอยแห่งอดีต สร้างใน ปีค.ศ.1895 อยู่บนเนินเขาสูงริมแม่น้ำดานูบ เดิมเป็นตลาดขายปลาตั้งแต่สมัยยุคกลาง มีป้อมปราการดูแลโดยชาวประมง ปัจจุบันบูรณะใหม่ให้มีทางเดินบางส่วนมีหลังคาคลุม มีลาน Holy Trinity square เป็นจุดศูนย์กลางของบริเวณเมืองเก่า ตรงกลางมีอนุสาวรีย์สร้างไว้เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ในอดีต และมีรูปปั้นบนเสานี้ คือ Saint Stephen นอกจากนี้ มียอดหอคอยรูปกรวยเป็นระยะๆ ด้านข้างของลานนี้มีโบสถ์ Matyas มีจุดชมวิวเห็นความงามของเมือง

          ผ่านชม โบสถ์แมทเทียยาส (Matthias Church) โบสถ์ในศิลปะแบบกอธิค สร้างในราว ศตวรรษที่ 13 หลังคาของโบสถ์ปูด้วยกระเบื้องสีลวดลายสวยงาม

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Park Inn By Redisson Budapest  หรือเทียบเท่า 

DAY 8

บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ – โดฮา

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำดานูบ (Danube River) แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ 2 สายคือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง Donaueschingen ถือเป็นแม่น้ำสายโรแมนติกสายหนึ่งของยุโรป

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  / นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 17.30 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 200

 23.55 น.   เดินทางถึง กรุงโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

DAY 9

โดฮา – กรุงเทพฯ

 02.20 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ QR 836

 12.40 น.   เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

79,900 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

 

22 – 30 มิ.ย. 61

20 – 28 ก.ค. 61

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095