ยุโรป ลาเวนเดอร์ 10 วัน 7 คืน (TG)

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์

แห่งแคว้นโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส

  •      มิลาน – ตูริน – ชาโมนิกส์
  •      ชาโมนิกส์ – ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ยอดเขามองบลังค์ – หมู่บ้านอีวัวร์ – เจนีวา
  •       เจนีวา – อานซี – ทะเลสาบอานน์ซี– วาล็องส์ – มหาวิหารแห่งวาล็องส์ – อาวิญง  
  •       อาวิญง – กอร์ด – วาเลนโซล (ทุ่งลาเวนเดอร์) – แอ็กซ์ ซอง โพรวองซ์
  •       แอ็กซ์ ซอง โพรวองซ์ – คานส์ – นีซ – โบสถ์นอร์ทเทรอดาม – หมู่บ้านเอซซ์
  •       หมู่บ้านเอซซ์ – โรงงานน้ำหอม – โมนาโก – พระราชวังหลวงแห่งโมนาโค – เจนัว
  •       เจนัว – พอร์โตฟิโน่ – มหาวิหาร – แกลเลอรีวิคเตอร์เอ็มมานูเอล – มิลาน
  •      มิลาน – กรุงเทพฯ 

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – มิลาน

22.30 น.                   พร้อมกัน ณ เคาน์เตอร์สายการบิน การบินไทย แถว D ประตู 3  สนามบินสุวรรณภูมิ

DAY 2

มิลาน – ตูริน – ชาโมนิกส์

00.40 น.         ออกเดินทางสู่ มิลาน โดยเที่ยวบินที่ TG 940

07.35 น.         เดินทางสู่ มิลาน (Milan) ประเทศอิตาลี เมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงโรม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี มิลาน ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำของโลกอีกเมืองหนึ่งเช่นเดียวกับปารีส และนิวยอร์ค อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศอิตาลี

เดินทางสู่ ตูริน (Turin) หรือ โตริโน่ (Torino) (ระยะทาง 142 กม. / ระยะเวลา 1 ชม. 52 นาที) อดีตเมืองหลวงเก่าแกของประเทศอิตาลี ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นปิเอดมอนต์ ซึ่งในอดีตเคยที่ประทับกษัตริย์แห่งแคว้นซาวอย (Savoy) มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1574 และเมืองตูรินยังได้เป็นเกีรยติในการเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิคฤดูหนาวหลายครั้งอีกด้วย นำท่านสู่จตุรัส คาสเตลโล ศุนย์กลางของเมืองตูริน นำท่านเดินเล่นชมเมืองตูริน ถ่ายรูปกับ ดูโอโม่ หรือมหาวิหารประจำเมืองตูรินจากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย              เดินทางสู่ ชาโมนิกส์ (Chamonix) (ระยะทาง 142 กม. / ระยะเวลา 2 ชม. 10 นาที) เมืองตากอากาศชายแดนของฝรั่งเศสที่อยู่ติดกับสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ มีภูเขาสูงล้อมรอบเมืองและมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี สามารถมองเห็นภูเขาหิมะสูงตระหง่านเป็นฉากหลัง และเดินเที่ยวชมลำธารที่เกิดจากการละลายของหิมะจากเทือกเขา มีบ้านเมือง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ และมีร้านค้ามากมายให้ท่านได้เดินช้อปปิ้งกว่า 50 ร้าน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Park Hotel Suisse & Spa หรือเทียบเท่า

DAY 3

ชาโมนิกส์ – ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ยอดเขามองบลังค์ – หมู่บ้านอีวัวร์ – เจนีวา

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ยอดเขามองบลังค์ (Mont Blanc) เป็นภูเขาสูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์อยู่ทางยุโรปตะวันตกและสหภาพยุโรป ถูกจัดอันดับเป็นยอดเขาสูงที่สุดอันดับ11ของโลก มีความสูงถึง 4,807เมตร เชิญชมความสวยงามของยอดเขาสูงที่สุดของยุโรป และสัมผัสขุนเขาสีขาวโพลนที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี จากนั้นพบกับจุดชมวิวที่สวยงามสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์โดยรอบๆ พร้อมสนุกสนานเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนสายหิมะที่ได้สัมผัสหิมะขาวโพลนตลอดปี

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย              เดินทางสู่ หมู่บ้านอีวัวร์ (Yvoire) (ระยะทาง 95 กม. / ระยะเวลา 1 ชม. 12 นาที) เป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่กว่าเจ็ดร้อยปี เป็นเมืองในยุคกลางของยุโรป ที่ยังมีการอนุรักษ์เก็บรักษาปราสาท ประตูเมือง และกำแพงเก่าแก่เอาไว้ ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส โดยได้ฉลองอายุครบ 700 ปี ในปี 2006 จนได้รับรางวัล “Four Flowers” ระดับยุโรป และได้รับรางวัล International Trophy for Landscape และพืชสวน อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของฝรั่งเศสในปี 2002

เดินทางสู่ เจนีวา (Geneva) นครแห่งความงาม เป็นประตูสู่เทือกเขาแอลป์ มีนาฬิกาดอกไม้ริมทะเลสาบและน้ำพุ เป็นสัญลักษณ์ของเมือง เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ และยังเป็นเมืองคมนาคมหลักของทวีปยุโรปอีกด้วย เชิญชมที่ตั้งขององค์การสหประชาชาติ และสถาปัตยกรรมในเขตเมืองเก่า เช่น โบสถ์เซนต์ปีแอร์ ซึ่งเป็นโบสถ์ที่เก่าที่สุดของเมือง, ศาลากลางเมืองเจนีวาที่มีความเก่าแก่กว่า 500 ปี, โรงอุปรากร, มหาวิทยาลัยเจนีวา, น้ำพุ Jet d’Eau และอื่นๆมากมาย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Cornavin หรือเทียบเท่า

DAY 4

เจนีวา – อานซี – ทะเลสาบอานน์ซี– วาล็องส์ – มหาวิหารแห่งวาล็องส์ – อาวิญง

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ อานซี (Annecey) (ระยะทาง 41.6 กม. / ระยะเวลา 41 นาที) เมืองหลวงของเขตซาวอยตอนบน ซึ่งอาจจะเรียกว่าห้องรับแขกของภูมิภาคโรน-แอลป์ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส และสวิสเซอร์แลนด์เป็นเมืองที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ทะเลสาบ ภูเขา ทำให้ที่นี่ปราศจากมลพิษ เป็นเมืองที่ ผลิตน้ำแร่ชั้นนำของโลก

แวะถ่ายรูปกับ ทะเลสาบอานน์ซี(Annecy Lake) หรือทะเลสาบเจนีวา (Geneva Lake) ในสวิตเซอร์แลนด์ ห่างจากเจนีวามาทางใต ้เพียง 35 กม. ว่ากัน ว่าทะเลสาบนี้มีมา 18,000 ปีที่แล้ว จากการละลายของธารน ้าแข็ง และเป็นเมือง ที่ได้รับฉายาว่าเป็ น Venice of Savoie

แวะถ่ายรูปกับ Palais de l’isle (Isle palace) เป็นสัญลักษณ์ของเมืองอันเนอซี่ ตั้งอยู่กลางแม่น้ำ เดิมทีอาคารนี้เป็นของตระกูล เดล ลิส์ล สร้างในศตวรรษที่12 แต่อีก 200 ปีต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นศาลและคุก แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงกษาปณ์ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นที่ทำการของรัฐในศตวรรษที่15 แล้วกลับมาเป็นคุกใหม่อีกครั้งในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส จนถึงปีคศ.1986 ทางการฝรั่งเศสได้เข้าบูรณะครั้งใหญ่แล้วใช้เป็นที่แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองอันซีและซาวัว

เดินทางสู่ วาล็องส์ (Valence) (ระยะทาง 209 กม. / ระยะเวลา 2 ชม. 5 นาที) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโดรม เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในแคว้นโรนาลป์ ประเทศฝรั่งเศส จังหวัดโดรมตั้งตามชื่อแม่น้ำโดรม ตัวจังหวัดตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              แวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งวาล็องส์ (Valence Cathedral หรือ Cahedral Saint Apllinaire de Valence) ซึ่งเป็นมหาวิหารในแบบโรมันคาทอลิก สร้างเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญ Apollinaris of Valence มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 2 และบูรณะขึ้นใหม่หลายครั้ง เนื่องจากผ่านสงครามต่างๆมากมาย แต่ยังความงดงามในศิลปะแบบโรมาเนสก์

เดินทางสู่ อาวิญง (Avignon) (ระยะทาง 128 กม. / ระยะเวลา 1 ชม. 26 นาที) เมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะ และวัฒนธรรมของฝรั่งเศส  โดยเฉพาะในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 14 เมื่อพระสันตะปาปาเคลมองท์ที่ 5 และสานุศิษย์แห่งกรุงโรม ได้หลีกเลี่ยงความยุ่งยากทางการเมืองในกรุงโรม และย้ายมาตั้งรกรากที่เมืองอาวีญง โดยเริ่มก่อตั้งราชสำนักของโป๊ปขึ้นมาเป็นครั้งแรกที่เมืองอาวีญงในปี 1309 โดยสร้างสถาปัตยกรรมในรูปแบบของโบสถ์ และวัง  ของโป๊ปตามแบบอย่างสถาปัตยกรรมที่กรุงโรม พร้อมทั้งยังให้จิตรกรชาวอิตาเลี่ยนมาวาดภาพในวังให้ ทำให้อาวีญงได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านของศิลปะและวัฒนธรรม

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Mercure Avignon Centre Palais des Papes หรือเทียบเท่า

DAY 5

อาวิญง – กอร์ด – วาเลนโซล (ทุ่งลาเวนเดอร์) – แอ็กซ์ ซอง โพรวองซ์

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

แวะถ่ายรูป สะพานแซ็ง เบเนเซต (Pont St. Benezet) สร้างขึ้นเมื่อปี 1177 แล้วเสร็จเมื่อปี 1185 เดิมมีความยาวถึง 947 เมตร ประกอบด้วยช่วงสะพานถึง 22 ช่อง ในสมัยนั้นนับเป็นสะพานหินเพียงสะพานเดียวที่สร้างบนแม่น้ำโรน

นำท่านเข้าชม พระราชวังสันตะปาปา (Palace Of  The Popes) ตั้งอยู่ที่เมืองอาวีญงประเทศฝรั่งเศส เป็นสิ่งก่อสร้างของสถาปัตยกรรมกอธิคสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปีค.ศ.1995 เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ และเป็นสถานที่ที่ใช้ในการนักท่องเที่ยวต่างหลงใหลในถนนสายโบราณกำแพงเมืองยุคกลาง ได้รับการบูรณะและถาปัตยกรรมในยุคกอธิคของพระราชวังที่ยิ่งใหญ่อลังการ ประชุมสัมนา และเก็บเอกสารสำคัญของฝรั่งเศส

นำท่านเดินทางสู่ เมืองกอร์ด (Gordes) (ระยะทาง 44.4 กม. / ระยะเวลา 52 นาที) ตั้งอยู่บนยอดเขาในแถบเทือกเขาลูแบรง (Luberon) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโพรวองซ์หมู่บ้านที่ถูกสร้างเหมือนกับให้ แขวนอยู่หน้าผา หนึ่งในหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมเยียนอย่างมาก ภายในเมืองยังมีปราสาทหิน โบราณ chateau de Gordes ซึ่งสร้างขึ้นในแบบสไตล์เรเนสซองอีกด้วยบันทึกภาพจากจุดชมวิวที่มองเห็นหมู่บ้านในมุมที่สวยที่สุด

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ หมู่บ้านครูสสิยง (Roussillon) (ระยะทาง 12.9 กม. / ระยะเวลา 17 นาที) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ เขตเมือง Vaucluse ส่วนหนึ่งของแคว้นโพรวองซ์ (Provence-Alpes-Côte d’Azur region) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส หมู่บ้านแห่งนี้มีจุดเด่นที่บ้านเรือนสีสันสดใส ทั้งสีส้ม แดง และน้ำตาล ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “หมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส”

นำท่านเดินทางสู่ วาเลนโซล (Valensole) (ระยะทาง 70.9 กม. / ระยะเวลา 1 ชม. 16 นาที)  อีกหนึ่งเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับดอกลาเวนเดอร์ เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นแหล่งปลูกลาเวนเดอร์ ที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส โดยมีพื้นที่ที่ใช้สำ หรับปลูกลาเวนเดอร์ถึง 800 ตารางกิโลเมตร และเป็นเมืองที่ใช้จัดเทศกาล เกี่ยวกับลาเวนเดอร์ประจำทุกปี และสินค้าขึ้นชื่อของเมืองนี้คือ สินค้าแปรรูปจากดอกลาเวนเดอร์

แวะถ่ายรูป ทุ่งลาเวนเดอร์ (Lavender Fields) ที่กว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา เพื่อเก็บภาพแห่งความประทับใจ จนยากจะลืมเลือน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแปรรูปจากดอกลาเวนเดอร์ จนได้เวลาสมควร / เดินทางสู่ แอ็กซ์ ซอง โพรวองซ์ (Aix En Provence) (ระยะทาง 70.1 กม. / ใช้เวลา 51 นาที) เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามที่สุดเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสก่อตั้งในปี 129 ก่อนคริสต์ศักราช มีชื่อว่า AQUAE SIXTIAE หรือ ได้รับสมญานามว่าเมืองแห่งน้ำพุพันพุ่ง

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม

เข้าสู่ที่พัก                  โรงแรม Novotel Aix en Provance Pont de L’Arc หรือเทียบเท่า

DAY 6

แอ็กซ์ ซอง โพรวองซ์ – คานส์ – นีซ – โบสถ์นอร์ทเทรอดาม – หมู่บ้านเอซซ์

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำชม เมืองแอ็กซ์ ซอง โพรวองซ์ โดยนั่งรถผ่านชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในเมือง อาทิ น้ำพุกาตร์ โด แฟง น้ำพุที่สวยสุดของเมือง Cezanne Trail หรือ ถนนสายเซซาน ศาลากลางเมือง (Hotel de ville) ชมวิถีชีวิตของชาวโพรวองซ์กับผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ผัก และผลไม้สดๆจากไร่ ตลาดดอกไม้สด พร้อมชมอาคารบ้านเรือนสไตล์บาร็อคที่หรูหรา ซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองเก่าแก่ในสมัยโรมัน ที่มีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมากต่อมามีการปรับปรุง และมีการก่อสร้างอาคารที่สวยงามมากขึ้น ปัจจุบันจึงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงที่มีเทศกาลดนตรีในเดือนกรกฎาคม

นำท่านเดินทางสู่ คานส์ (Cannes) (ระยะทาง 155 กม. / ระยะเวลา 1 ชม. 45 นาที) เมืองแห่งเทศกาลหนังนานาชาติ ที่จัดขึ้นประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี หากใครที่คลั่งไคล้ดารา พลาดไม่ได้ที่กับการวัดรอยมือดาราคนโปรดที่หน้าปาเล่ เด เฟสติวาล ที่เหล่าดาราชื่อดังทั้งหลายได้ประทับรอยมือไว้ให้เป็นที่ระลึก เมืองคานส์ยังเต็มไปด้วยโรงแรมหรูหราริมชายหาดริเวียร่า และถนนที่ทอดยาวริมชายหาดที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าลาโพรมานาด เดอ ลา ครัวเซท นอกจากนี้ยังมีท่าจอดเรือยอร์ช ลำงามๆของบรรดามหาเศรษฐีทั้งหลายด้วย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารนานาชาติ

บ่าย              แวะถ่ายรูป ปาเล่ เดเฟสติวัล (Palais Des Festivals) หากใครที่คลั่งไคล้ดาราแล้วละก็ พลาดไม่ได้ที่กับการวัดรอยมือดาราคนโปรดที่หน้าปาเล่ เด เฟสติวาล ที่เหล่าดาราชื่อดังทั้งหลายได้ประทับรอยมือไว้ให้เป็นที่ระลึก เมืองคานส์ยังเต็มไปด้วยโรงแรมหรูหราริมชายหาดริเวียร่า และถนนที่ทอดยาวริมชายหาดที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าลาโพรมานาด เดอ ลา ครัวเซท นอกจากนี้ยังมีท่าจอดเรือยอร์ชลำงาม ๆ ของบรรดามหาเศรษฐี

นำท่านเดินทางสู่ เมืองนีซ (Nice) (ระยะทาง 33.4 กม. / ระยะเวลา 37 นาที) มีความใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศฝรั่งเศสในแคว้นที่ชื่อว่า โพรวองซ์-แอลป์-โกต-ดาซูร์ (Provence-Alpes-Côte d'Azur) ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีชายหาดหินที่สวยงาม เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่จะมาเดินกันอยู่ที่ถนนเรียบชายหาด ลา-พรอมมินาด-เด-ซองเกส (La Promenade Des Anglais) เขตย่านเมืองเก่า จัดได้ว่าเป็นเมืองที่น่าเดินชมบรรยากาศแบบชาวโพรวองซ์เป็นอย่างยิ่ง

แวะถ่ายรูป โบสถ์นอร์ทเทรอดามของเมืองนีส (Basilque Notre-Dame De Nice) เป็นโบสถ์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบโกธิคอย่างชัดเจน เคยถูกสร้างขึ้นใหม่จากโครงสร้างเดิมในปี ค.ศ. 1868 ออกแบบโดยสถาปนิก C. Lenormand เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองและเป็นอาคารทางศาสนาแห่งแรกที่มีความทันสมัย ตั้งโดดเด่นสง่างามกลางถนนสายหลักในเมือง / อิสระให้ท่านช้อปปิ้งบริเวณจัตุรัสมาสเซนา (Place Massena) บริเวณที่เป็นจุดคมนาคมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยร้านแฟชั่น และน้ำหอม อันเป็นที่ตั้งของห้างชื่อดัง Nice Etoile และ Galeries Lafayette

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารนานาชาติ

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Park Inn Nice by Radisson หรือเทียบเท่า

DAY 7

หมู่บ้านเอซซ์ – โรงงานน้ำหอม – โมนาโก – พระราชวังหลวงแห่งโมนาโค – เจนัว

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเอซซ์ (Eze) (ระยะทาง 12.3 กม. / ระยะเวลา 22 นาที) หมู่บ้านเล็กอันเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา ซึ่งมีวิวอันงดงามของท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะต้นมะกอก นำท่านชมตัวเมืองซึ่งล้วนแต่สร้างจากหินภูเขา ตัวอาคารมีการสร้างอย่างมีศิลปะ ดูเก่าแก่แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ นำท่านเดินทางเดินเล็กๆที่ปูพื้นด้วยหินแกรนิตซึ่งสองข้างทาง เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนร้านค้า ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันงดงามให้ท่านรู้สึกราวกับย้อนยุคกลับไปในยุคกลาง ชมโบสถ์ Eglise Notre-Dame De L' Assomption เป็นโบสถ์ประจำหมูบ้าน โบสถ์นี้สร้างในระหว่างปี ค.ศ.1764 – 1778

นำท่านเข้าชม โรงงานน้ำหอม (Fragonard Perfumery) ซึ่งแถบนี้เป็นแหล่งที่มีโรงงานผลิตน้ำหอมหลายแห่งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 แล้วโรงงานที่มีชื่อเสียงที่สุดคือโรงงานฟราโกนาร์ (Fragonard) ชมกระบวนการผลิตและอธิบายความแตกต่างระหว่างการผลิตหัวน้ำหอมด้วยการสกัดและกลั่นจากพันธุ์ไม้และดอกไม้นานาชนิด

นำท่านเดินทางสู่ นครรัฐโมนาโก (Monaco) (ระยะทาง 8.5 กม. / ใช้เวลา 14 นาที) ซึ่งเป็นชื่อเรียกประเทศเล็ก ๆ ในทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนชายฝั่งส่วนสุดท้ายของฝรั่งเศส จัดเป็นประเทศที่เล็กเป็นอันดับสองของโลกรองจากนครรัฐวาติกันในอิตาลี อาณาเขตของโมนาโคถูกล้อมรอบด้วยประเทศฝรั่งเศสและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีพื้นที่ของประเทศเพียง 1.95 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น

แวะถ่ายรูป พระราชวังหลวงแห่งโมนาโค (Prince’S Palace Of Monaco) พระราชวังที่เป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของกษัตริย์แห่งราชวงศ์กริมาลดีมาตลอดตั้งแต่เข้าปกครองโมนาโคในปี ค.ศ. 1297 จนถึงปัจจุบัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ เจนัว (Genoa) (ระยะทาง 182 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 13 นาที) บ้านเกิดของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ค้นพบทวีปอเมริกา เป็นเมืองท่าพาณิชย์สำคัญของอิตาลี มีอายุกว่าแก่กว่าสองพันปี ปัจจุบัน เป็นเมืองศูนย์กลางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของอิตาลี่ได้แก่ เฟียต,อัลฟ่าโรมีโอ,แลนเซีย มีตึกเก่าสมัยโรมันย้อนยุค อาคารบ้านเรือนที่ค่อนข้างแออัด บริเวณอ่าวเจนัวเป็นที่ทอดไว้ด้วยเรือสำราญ เรือยอชท์หรู เรือใบสีขาว เรือโบราณจำลองขนาดยักษ์ และมีประภาคารสูงตระหง่าน กลางเมืองที่นี่ มีน้ำพุจตุรัสเฟอรารี่ ที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปกัน

นำท่านชม เปียซซ่า เดอ เฟร์รารี่ ตั้งอยู่ท่ามกลางจัตุรัสที่มีชื่อเสียงอีกมากมายของเมืองเจนัว โดยจัตุรัสแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักเพราะเปรียบเสมือนบริเวณใจกลางเมืองซึ่งเต็มไปด้วยอาคาร สำนักงานของบริษัทต่าง ๆ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบก็ยังมีพระราชวังที่มีความวิจิตรงดงาม และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานอีกมากมาย รวมทั้งมีอาร์ทแกลลอรี่ที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่มีความงดงามและหาชมได้ยาก และมีร้านค้าให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อทั้งสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าของที่ระลึกต่าง ๆ มากมาย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารนานาชาติ

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Holiday Inn Genoa City หรือเทียบเท่า

DAY 8

เจนัว – พอร์โตฟิโน่ – มหาวิหาร – แกลเลอรีวิคเตอร์เอ็มมานูเอล – มิลาน

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าเรือ Santa Margherita Ligure (ระยะทาง 8.5 กม. / ใช้เวลา 14 นาที) เพื่อเดินทางต่อไปยัง พอร์โตฟิโน่ (Portofino) เมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเขต จังหวัดของเจนัว ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งเมืองท่า" สำหรับนักท่องเที่ยวก็ว่าได้ เมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ช (Yatch) จอดเต็มไปหมด

แวะถ่ายรูป โบสถ์เซนต์มาร์ติน (Divo Martino) สร้างตั้งแต่คริสตศตวรรตที่ 11 เป็นโบสถ์ที่มีขนาดไม่ใหญ่โตหากเปี่ยมด้วยความเก๋แปลกตาไม่เหมือนที่ใด / แวะถ่ายรูป ป้อม Castello Brown ซึ่งเป็นทั้งปราสาท และเคยใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึกตั้งแต่สมัยค.ศ.ที่ 16 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ และยังเป็นจุดชมวิวของเมืองแบบ Panorama เห็นทั้งเมืองท่าเรือ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ชัดเจน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารนานาชาติ

บ่าย              นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าเรือ Santa Margherita Ligure เพื่อเดินทางต่อไปยัง มิลาน (Milan) (ระยะทาง 171 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที) นำท่านชมภายนอกของ Sforza Castle ป้อมปราการแห่งมิลานที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยฟรานเซสโก้ สฟอร์ซา ดยุคแห่งมิลานต่อมาได้มีการบูรณะเพิ่มเติมในช่วงศตวรรษที่ 16 ละ 17 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่เก็บงานศิลปะ นำท่านเดินชมจัตุรัสสกาล่าและรูปปั้นดาวินชี  / แวะถ่ายรูป มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิคที่ผสมผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมความงดงามอันน่าอัศจรรย์ บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ มีลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้าคือสถานที่จัดงานสำคัญต่าง ๆ / ถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ของ ลิโอนาร์โด ดาร์วินชี จิตรกรเอกที่โด่งดังจากภาพโมนาลิซ่า  / อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง แกลเลอรี วิคเตอร์เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยงามหรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณ ด้านหน้าของโรงละครสกาล่า

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก                  โรงแรม Bedbank NH Milan หรือเทียบเท่า

DAY 9

มิลาน – กรุงเทพฯ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

10.00 น.         นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

14.05 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 941

DAY 10

กรุงเทพฯ

05.55 น.         เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

115,000.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095