แกรนด์อิตําลี 11วัน

(1) :       กรุงเทพฯ

(2) :       โรม – มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ – โคลีเซี่ยม – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน

(3) :       โรม – ปอมเปอี – Pompei Excavations –  ซอร์เรนโต้

(4) :       ซอร์เรนโต้ – เกาะคาปรี – ถ้ำ Blue Grotto – นาโปลี – โรม

(5) :       โรม – ออร์วีเอโต้ – วาดอร์เซีย – ฟลอเรนซ์       

(6) :       ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – ลา สเปเซีย

(7) :       ลา สเปเซีย – ชิงเคว แตร์เร่ – ปาร์มา    

(8) :       ปาร์มา – เวนิส – จัตุรัสซานมาร์โค – รวมล่องเรือกอนโดล่า

(9) :       เวนิส – มิลาน – ดูโอโม่ – แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล

(10) :     มิลาน – ปราสาทซฟอร์ซ่า – กรุงเทพฯ                                          

(11) :   กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ

21.30 น.         คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เวย์ แถว D ประตู 3

DAY 2

โรม – มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ – โคลีเซี่ยม – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน

00.20 น.         ออกเดินทางสู่  กรุงโรม โดยเที่ยวบินที่ TG 944

06.50 น.         เดินทางถึง สนามบินฟีอูมีชีโน กรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลี อยู่ในแคว้นลาซิโอเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกันซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย

นำท่านเข้าชม มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ (St.Peter Basilica) ใหญ่ที่สุดในโลกและสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน ฝีมือการออกแบบของมิเกลันเจโล

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โคลีเซี่ยม (Colosseum) สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหิน / ผ่านชมจัตุรัสโรมัน (Roman Forum) ตั้งอยู่ระหว่างเนินพาเลติเน (Palatine hill) กับเนินแคปิโตลิเน (Capitoline hill) ในกรุงโรม เป็นสถานที่ของนักปราชญ์ และนักการเมืองในยุคโรมันโบราณ เซอร์คัส แม็คซีมุส / ชม ประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม”

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุแห่งนี้ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้แล้วหันหลังใช้มือขวาโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุแห่งนี้ แล้วจะได้มีโอกาสกลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง

ชม บรรยากาศย่านบันไดสเปน (Spanish Steps) แหล่งช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของกรุงโรม ท่านสามารเลือกซื้อสินค้าชั้นนำ แบรนด์เนมของอิตาลีตามอัธยาศัย อาทิ กุชชี่ อาร์มานี่ พราด้า หลุยส์ วิตตอง เป็นต้น

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก                   โรงแรม Novotel Roma Est หรือเทียบเท่า

DAY 3

โรม – ปอมเปอี – Pompei Excavations – ซอร์เรนโต้

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (Pompei) เมืองเก่าที่ได้รับการจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑ์เมืองปอมเปอี ซึ่งอดีตเต็มไปด้วยงานศิลปะและวัฒนธรรมที่ถูกกลืนหายไปจากการระเบิดของภูเขาไฟ วิซูเวียสใน  24 สิงหาคม ปี พ.ศ. 622 (ค.ศ. 79) เถ้าถ่านลาวาได้ไหลทับถมเมืองหายไปทั้งเมืองจมอยู่ใต้ดินกว่า1,500ปี เคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ตลาดและห้องแถว สนามกีฬา โรงละคร วิหาร โรงอาบนํ้าสาธารณะ หอนางโลม โรงแรมถึง 130 แห่ง ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              เข้าชม Pompei Excavations ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 ชมร่องรอยอารยธรรมความศิวิไลซ์ของอาณาจักรก่อนคริสต์ศักราช การจัดวางผังเมืองไว้อย่างมีระเบียบแบบแผน และชมร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองมั่งคั่งของปอมเปอี

เดินทางสู่ เมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento) เมืองชายฝั่งทะเลแหล่งพักผ่อนของบรรดานักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ บรรดาชนชั้นสูงที่นิยมมาพักผ่อนตากอากาศ ณ เมืองแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาหินปูน ติดชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีบรรยากาศของอิตาลีตอนใต้ เสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวล้วนแล้วแต่หลงใหล

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก        โรงแรม Central Sorrento หรือเทียบเท่า

DAY 4

ซอร์เรนโต้ – เกาะคาปรี – ถ้ำ Blue Grotto – นาโปลี - โรม

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางไปยังท่าเรือ เพื่อล่องเรือไปสู่  เกาะคาปรี (Capri) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหลมซอร์เรนโต้ ซึ่งถือเป็นเกาะที่มีทัศนียภาพงดงาม

ชมเกาะคาปรี ซึ่งเป็นหินปูนก้อนใหญ่ก้อนเดียวมีความยาว 6.25 กิโลเมตร และกว้าง 3 กิโลเมตร บ้านเมือง จึงตั้งอยู่บนหินซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 450-900 ฟุต บาง  จุดต้องขึ้นบันไดถึงเกือบ 800 ขั้น ซึ่งเรียกว่า Phonecian Stairs เกาะคาปรีเป็นที่ตากอากาศของจักรพรรดิโรมันในสมัยต้น ๆ เช่น จักรพรรดิ Augustus และ Tiberius ปัจจุบันเป็นที่ตากอากาศที่ดังที่สุดในภาคใต้ของอิตาลี

ชม ถ้ำ Blue Grotto ซึ่งอยู่ตอนเหนือของเกาะ ปากถ้ำมีรูปร่างคล้ายรูกุญแจ  ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใต้น้ำส่วนที่อยู่เหนือน้ำจะสูงกว่าผิวน้ำเพียง 4 ฟุตเท่านั้นซึ่งจะต้องนั่งเรือเล็กเข้าไปเมื่อเข้าไปในถ้ำแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านน้ำเข้ามาจากปากถ้ำ จะทำให้น้ำในถ้ำมีสีฟ้าแปลกตาจึงได้ชื่อว่า Blue Grotto ถ้ำนี้รู้จักกันตั้งแต่สมัยโรมัน แต่ถูกหลงลืมจนมาค้นพบใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1826

*** หมายเหตุ *** การเข้าชมชมถ้ำ Blue Grotto ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลในวันนั้น หากไม่สามารถเข้าชมได้บริษัทฯจะจัดหาที่เที่ยวทดแทน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เดินทาง

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              เดินทางสู่ เมืองนาโปลี หรือ เมืองเนเปิลส์ (Naples) เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเนเปิลส์และแคว้นกัมปาเนีย แคว้นที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอเรเนียนที่สำคัญอีกด้วย

เดินทางกลับสู่ กรุงโรม

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก                   โรงแรม Novotel Roma Est หรือเทียบเท่า

DAY 5

โรม – ออร์วีเอโต้ - วาดอร์เซีย – ฟลอเรนซ์

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ ออร์วีเอโต้ (Orvieto) เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในแคว้นอุมเบรีย (Umbria) ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี ชม วิหารออร์วีเอโต้ (Duomo Di Orvieto) สัญลักษณ์แห่งเมืองออร์วีเอโต้ ซึ่งนับว่าเป็นวิหารที่มีความสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศอิตาลี เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1290 รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบกอธิค และโรมาเนสก์

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              เดินทางสู่ วาดอร์เซีย (Val d’ Orcia) แลนด์สเคปมรดกโลกที่สวยตราตรึงคนทั่วโลก หุบเขา Val d' Orcia ที่อยู่ห่างจากเมืองเซียน่าไปทางใต้ เป็นถนนเส้นเล็กๆ เงียบสงบและเรียบง่าย ทำให้การขับขี่บนถนนแสนจะรื่นรมย์ ได้เพลิดเพลินดูวิวทิวทัศน์ธรรมชาติของไร่องุ่น สลับกับต้นมะกอกเรียงรายเป็นแถวแนวระนาบ สันเขาสองข้างทางที่สวยงามเหนือคำบรรยาย

เดินทางสู่ ฟลอเรนซ์ (Florence) ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งศิลปะอารยธรรมระดับโลก มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นจุดกำเนิดของศิลปะยุคเรอเนซองส์ นอกจากจะได้ชื่นชมกับงานศิลปะ และสถาปัตยกรรมงดงามของมหาวิหารฟลอเรนซ์แล้ว ฟลอเรนซ์ยังได้ชื่อว่า เป็นเมืองสำหรับช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นชั้นนำอีกด้วย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก                   โรงแรม Mediterraneo, Florence หรือเทียบเท่า

DAY 6

ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – ลา สเปเซีย

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ จัตุรัสเปียซซ่าเดลดูโอโม (Piazza Del Duomo) เดินชมความสวยงามของเขตตัวเมืองเก่า บริเวณที่ตั้งของมหาวิหารแห่งเมืองฟลอเรนซ์ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นแบบที่ ไมเคล แองเจลโล ได้ใช้ในการออกแบบยอดโดมกลางมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม

อิสระช้อปปิ้งสินค้าชั้นนำของอิตาลีที่ The Mall Outlet ในราคาย่อมเยาภายในเอาท์เลทมีร้านค้า

แบรนด์เนมมากมายอาทิ Armani, Balenciaga, Burberry, Dior, Fendi, Gucci, Valentino เป็นต้น

เดินทางสู่ ปิซา (Pisa) เมืองที่มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การชมเมืองปิซ่านั้น แนะนำว่าให้เดินเท้าเป็นดีที่สุด คุณสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศของเมืองได้อย่างสบายใจ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูง ทั้งนี้ก็เพื่อลิ้มรสชาติบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาในอิตาลี ทำให้หลายคนที่ได้มาเยือนตกหลุมรักที่นี่ไปอย่างไม่น่าสงสัย

เดินทางสู่ เยี่ยมชม จตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี แปลว่า "จตุรัสอัศจรรย์" หรือที่ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในชื่อ จตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า คือ บริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างได้แก่ มหาวิหารปิซ่า หอเอน หอศีลจุ่ม เริ่มสร้างปี ค.ศ.1173 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1372 ปัจจุบันยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1987

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              ชม หอเอนแห่งเมืองปิซ่า หอคอยหินอ่อน เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของศาสนสถานของชาวคริสต์ ที่สร้างในปี 1174 เสร็จในปี ค.ศ.1350 ใช้เวานานถึง 176 ปี แต่เกิดการทรุดตัวลงเมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 จึงหยุดก่อสร้างไป จนอีกประมาณ 100 ปีต่อมาถึงมีผู้สร้างต่อได้จนครบ 8 ชั้น และได้นำระฆังไปติดในอีกร่วม 100 ปีต่อมา จนเสร็จสมบูรณ์เหมือนที่เห็นในปัจจุบัน กาลิเลโอได้เคยมาพิสูจน์ทฤษฏีการตกของวัตถุที่ยอดของหอเอนแห่งนี้

เดินทางสู่ ลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรียทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บนทะเลลิกูเรียและเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก        โรงแรม NH La Spezia หรือเทียบเท่า

DAY 7

ลา สเปเซีย – ชิงเกว แตร์เร – ปาร์มา

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางโดยรถไฟสู่ เมืองซิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ห่างจากลาสเปเซียไปทางตะวันตก คำว่า Cinque Terre มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (Five Lands) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ Monterosso Al Mare, Venazza, Corniglia, Manarola และ Riomaggiore โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขา ล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Cinque Terre และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วย ชมความงดงามทาง ธรรมชาติของ Cinque Terre ซึ่งสามารถมาเที่ยวชมได้โดยทางเรือเฟอร์รี่หรือทางรถไฟหรือทางเดิน (Walking Trail) โดยรถยนต์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาได้ ซึ่งทำให้ Cinque Terre ปราศจากมลพิษและ ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

นำท่านเดินทางโดยรถไฟสู่ หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร (Monterosso Al Mare) หมู่บ้าน

มอนเตรอสโซ อัล มาเร หนึ่งในห้าหมู่บ้านของแนวฝั่งชิงกาเทล่าที่มีผู้คนแวะเยี่ยมเยือนมากที่สุดด้วยหาดทรายขนาดพอประมาณและโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ และแม้หมู่บ้านอาจจะ  มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านมากระหว่างกลางฤดูร้อน ความรื่นรมย์ในหมู่บ้านมอนเตรอสโซก็ไม่ลดน้อยลง บริเวณเขตเมืองเก่าซึ่งแยกจากบริเวณรีสอร์ทแบบโมเดิร์นด้วยหอคอย Aurora เป็นแหล่งซากโบราณของปราสาทยุคกลางและโบสถ์ San Francesco ซึ่งเป็นที่จัดแสดงภาพเขียนการตรึงกางเขนของจิตรกร Van Dyck

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              แวะชม หมู่บ้าน เวอนาซซา (Vernazza) เป็นหมู่บ้านที่มีท่าเรือที่มีรูปทรงตามธรรมชาติสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งจากห้า หมู่บ้านชิงกาเทล่ายังคงลักษณะบ้านโบราณที่ตั้งเรียงแนวหน้าผาและทาสีสันที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และยังมีเสน่ห์ที่มีหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆอาศัยรวมอยู่ด้วย

ชม หมู่บ้านมานาโรลา (Manarola) เป็นเมืองที่มีที่ตั้งทำเลสวยที่สุดในห้าหมู่บ้านชิงกาเทล่า มีความสวยงามเงียบสงบ กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างดี เสน่ห์ของหมู่บ้านนี้ต้องตกตะลึงกับความสามารถของฝีมือมนุษย์ ที่สามารถสร้างบ้านเรือนบนหลืบหินผาชะง่อนหินสูง เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดของชิงกาเทล่า ชมต้นองุ่นแสนสวยที่ทอดยาวไปตามไหล่เขา และไม่ควรพลาดไปชมการผลิตไวน์ของที่นี่ โดยไวน์ที่มีชื่อเสียงของมานาโรล่า มีชื่อว่า "Sciacchetrà" ซึ่ง ถือว่าเป็นไวน์รสเลิศอีกยี่ห้อหนึ่ง ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของ นักท่องเที่ยว

เดินทางสู่ ปาร์มา (Parma) เมืองในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา มีชื่อเสียงในด้านการผลิตแฮม

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก        โรงแรม NH Parma หรือเทียบเท่า

DAY 8

ปาร์มา – เวนิส - จัตุรัสซานมาร์โค – รวมล่องเรือกอนโดล่า

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส (Venice) เมืองบนเกาะ เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก และยังเป็นบ้านเกิดของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่มาร์โคโปโล ตัวเกาะเวนิสเองประกอบไปด้วยเกาะกว่า 118 เกาะ เชื่อมต่อกันด้วยลำคลองถึง 150 สาย และสะพานประมาณ 400 สะพาน โดยการเดินทางบนเกาะเวนิสนั้นจะใช้การเดินหรือล่องเรือไปตามลำคลองเท่านั้น

นำท่านสู่ ท่าเรือทรอนเช็ตโต้ เพื่อนั่งเรือสู่เกาะเวนิส ล่องเรือผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ตามลำคลองน้อยใหญ่เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างยิ่ง

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านนั่งเรือสู่ เกาะเวนิส ล่องเรือผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ตามลำคลองน้อยใหญ่เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างยิ่ง เวนิสสร้างขึ้น บนเกาะน้อยใหญ่กว่า 140 เกาะ ที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานหลายร้อยสะพาน จนดูคล้ายเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน  รวมค่าล่องเรือกอนโดล่า (Gondola ride) เอกลักษณ์ของเมือง และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ให้ท่านได้ชมความงามสุดแสนโรแมนติกของเกาะเวนิส เรือไม้ที่เป็นสัญญาลักษณ์ของเกาะเวนิสล่องไปตามลำคลองน้อยใหญ่ต่างๆ ของเกาะเวนิส ผ่านชมตึกบริเวณริมคลอง ชมวิถีชีวิติของชาวเวนิส  เป็นเรือพายพื้นบ้านของชาวเวนิส ใช้เป็นพาหนะหลักของการเดินทางในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี มา  นานหลายร้อยปี

ชม จตุรัสซานมาร์โค (St. Mark’s Square) ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะต่างๆ ของเมืองเวนิสที่มีคลองต่างๆ มากมายนับร้อยแห่ง นับเป็นบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมือง

แวะถ่ายรูป มหาวิหารซานมาร์โค (St. Mark’s Bacilica) เป็นวิหารที่มีชื่อเสียงมากของเมืองเวนิส เป็นตัวอย่างอันสำคัญของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์

แวะถ่ายรูปอาคารที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นอย่าง วังดูคาเล (Palazzo Ducale) โดยวังแห่งนี้เคยเป็น ที่พำนักของผู้ปกครองเมืองเวนิสโดยภายในตกแต่งด้วยศิลปะหลายยุคสมัย มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆมากมาย ซึ่งแต่ะห้องจะมีการประดับไว้ด้วยภาพวาดโดยศิลปินชาวเวนิสหลายๆท่าน

ผ่านชม สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs)

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก                   โรงแรม Novotel Venice Mestre Castellana หรือเทียบเท่า

DAY 9

เวนิส – มิลาน – ดูโอโม่ - แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ มิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก เมืองแห่งแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังของอิตาลี

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            แวะถ่ายรูป ดูโอโม่หรือมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน ลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์ พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้า

ชม แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหรา และเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Doubletree By Hilton Milan หรือเทียบเท่า

DAY 10

มิลาน – ปราสาทซฟอร์ซ่า - กรุงเทพฯ

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

แวะถ่ายรูปบริเวณรอบนอกของ ปราสาทซฟอร์ซ่า (Sforza Castle) เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิลาน เคยเป็นที่พักของขุนนางแห่งมิลาน และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งในทวีปยุโรป สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 อดีตพระราชวังหลวงที่ประทับของผู้ปกครองนครมิลาน ปัจจุบันเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์และที่เก็บผลงานศิลปะ วัตถุโบราณ เหรียญต่างๆ และเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งรูปแกะสลักที่ไม่เสร็จของ มิคาแลงจิโอ

10.00 น.       เดินทางสู่ สนามบินมิลาน-มัลเปนซา

14.05 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 941

DAY 11

กรุงเทพฯ

05.55 น.       เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

99,000.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

13 - 23 ก.ย. 61**

18 - 28 ต.ค. 61**

15 - 25 พ.ย. 61

06 - 16 ธ.ค. 61

27 ธ.ค. 61 - 06 ม.ค. 62**

14 - 24 มี.ค. 62

11 - 21 เม.ย. 62**

09 - 19 พ.ค. 62

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088