แกรนด์ ไอซ์แลนด์ 10 วัน

  • บินโดยสายการบินไทย ตรงสู่ แฟรงค์เฟิร์ต – บินภายในสู่ เรคยาวิค
  • ชมธรรมชาติในดินแดนมหัศจรรย์ – ขับรถสโนว์โมบิล
  • พักโรงแรมระดับ 4 ดาว มาตรฐานไอซ์แลนด์ – ทานอาหารพื้นเมือง
  • อาบน้ำแร่ที่บลูลากูน ชมความน่ารักของนกพัฟฟิน – ล่องเรือชมปลาวาฬ
  • เรคฮอลท์ – ภูเขาคีร์กจูเฟล – เรคยาวิก
  • น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ – น้ำตกสโกก้าฟอสส์
  • หมู่บ้านวิก – หาดทรายสีดำ – หมู่บ้านวิก
  • อุทยานแห่งชาติสกาฟตาเฟล – โจกุลซาลอน – ถ้ำน้ำแข็ง
  • MYRDALSJOKUL GLACIER – กูลฟอสส์
  • อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ – ล่องชมปลาวาฬ
  • กรินดาวิก – บลูลากูน – เรคยาวิค

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ต

 20.30 น.   คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 3 เคาน์เตอร์สายการบินไทย แถว C - D

 23.45 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ TG 920

DAY 2

แฟรงค์เฟิร์ต – บินภายในสู่ เรคยาวิค – เรคฮอลท์

 06.00 น.   เดินทางถึง เมืองแฟรงค์เฟิร์ต มีเวลาช้อปปิ้งร้านค้าปลอดภาษีตอนเปลี่ยนเครื่อง

 12.35 น.   ออกเดินทางสู่ เรคยาวิค โดยสายการบินภายในเที่ยวบินที่ WW 761

 14.15 น.   เดินทางถึง สนามบินเรคยาวิค (Reykjavik Airport) เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

          เดินทางสู่ เมืองเรคฮอลท์ (Reykholt) เมืองทางฝั่งตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ ชมความน่ารักของเมืองเล็กๆ และแวะถ่ายรูป โบสถ์ประจำเมือง (Reykholt Church) ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12  

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Fosshotel Reykholt Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 3

เรคฮอลท์ – ภูเขาคีร์กจูเฟล – เรคยาวิก

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          นำท่านชม ภูเขาคีร์กจูเฟล (Kirkjufell) เป็นภูเขาทางฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์ (West Iceland) หนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไอซ์แลนด์ ในมุมมองยอดเขารูปกรวยคว่ำ มีน้ำตกและธารน้ำรายรอบ เป็นภาพสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์ก็ว่าได้ ภูเขาลูกนี้มีความสูงประมาณ 463 เมตร ไม่ว่าจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงไหนก็มีความงดงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่จะมองเห็นภูเขา Kirkjufell ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองเรคยาวิก (Reykjavik) ซึ่งได้รับสมญานามว่า “อ่าวแห่งควัน” เนื่องจากมีควันไอน้ำพวยพุ่งขึ้น มาจากบ่อน้ำร้อนตลอดเวลา อันเป็นผลมาจากความร้อนของภูเขาไฟใต้ท้องทะเล นอกจากนี้เมืองเรคยาวิกยั้งมีตำนานไวกิ้งโบราณ ซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าได้เข้ามาปกครองดินแดนแถบนี้มาก่อน กรุงเรคยาวิกเป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี ค.ศ. 870 และเมื่อเรคยาวิก กลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ. 1786

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Island Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 4

เรคยาวิก – น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ – น้ำตกสโกก้าฟอสส์ – หมู่บ้านวิก – หาดทรายสีดำ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          นำท่านออกเดินทางท่องเที่ยวตาม เส้นทางด้านใต้ (South Shore) ของประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของการค้นพบพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นพลังงานที่ถูกนำมาใช้ทดแทน เชื้อเพลิงทำให้ประเทศแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่ไร้มลพิษ นอกจากนี้พลังงานดังกล่าวยังถูกนำมาใช้ในด้านสาธารณูปโภคอีกด้วย ทัศนียภาพสองข้างแต่งแต้มไปด้วยฟาร์มปศุสัตว์ของชาวนาและฉากหลังเป็นภูเขาไฟเฮกลา (Hekla) ที่มีความสูงถึง 1,491 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลและมีชื่อเสียงที่สุดในไอซ์แลนด์ ผ่านการระเบิดมาแล้วถึง 18 ครั้ง และครั้งล่าสุดในปี 2000

          ชม น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalnsfoss Waterlfalls) มีความสูง 60 เมตร อีกหนึ่งน้ำตกที่มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์ ซึ่งบริเวณด้านหลังม่านน้ำตกสามารถเดินเข้าไปสัมผัสได้ด้วย

          จากนั้นเดินทางสู่  สโกก้า ชม น้ำตกสโกก้าฟอสส์ (Skogarfoss Waterfalls) ความสูง 62 เมตร ประทับใจกับความสวยงามของน้ำตกที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งแผ่กระจายมาจากหน้าผาสูง แรงกระแทกของปลายสายน้ำเกิดเป็นละอองฟุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้หญ้าตระกูลมอสและเฟิร์นเติบโตปกคลุมหินที่เรียงรายริมลำธารเบื้องล่างอย่างสวยงาม โอบล้อมไปด้วยทุ่งลาวา,โตรกผาและหุบเหวเป็นทัศนียภาพที่สวยงามและน่าประทับใจกับผู้ที่มาเยือนไอซ์แลนด์ จากนั้นนำท่านชมน้ำตกอีกแห่งที่สวยงามไม่แพ้กัน

          เข้าชม พิพิธภัณฑ์สโกการ์ (Skogar Folk Museum) พิพิธภัณฑ์โบราณกลางแจ้ง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1949 สถานที่ซึ่งรวบรวมคอลเลคชั่นโบราณแสดงความเป็นมาและชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของชาวนอร์ดิค

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่ หมู่บ้านวิก (Vik) หมู่บ้านเล็กๆ ทางใต้ของไอซ์แลนด์ ที่มีรายชื่อในการจัดอันดับชายหาดที่สวยที่สุดในโลกเมื่อปี 1991 เป็นหมู่บ้านที่มีฝนตกมากที่สุดในไอซ์แลนด์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ชายหาดที่ดีที่สุดแต่ก็เป็นสถานที่น่ามหัศจรรย์ที่น่าไปชมเป็นอย่างยิ่ง 

          นำท่านแวะชม หาดทรายสีดำ (Black Beach) ความสวยงามที่แปลกตาของหาดทรายสีดำ อันมีเทือกเขาที่เกิดจากการสึกกร่อนของหินลาวา และแนวหินบะซอลต์ เป็นหินอัคนีที่พบได้โดยทั่วไป ที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโลก อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพตามอัธยาศัย  และในบริเวณนี้ยังเต็มไปด้วยบรรดานกต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นกแก้วทะเล หรือ พัฟฟิ่น (Puffin) นกทะเลท้องถิ่นที่น่ารัก ชม นกพัฟฟิน เป็นนกทะเลที่มีอยู่สามสปีชีย์ในโลก สายพันธ์ที่มีถิ่นฐานในไอซ์แลนด์คือ สายพันธ์นอร์ทแอทแลนติก มีอยู่ถึงเกือบสิบล้านตัว (อีกสองสายพันธ์อยู่ทางนอร์ทแปซิฟิก) นกพัฟฟินมีลักษณะเฉพาะคือ ปากสีเข้ม โดยเฉพาะฤดูผสมพันธ์จะเข้มเป็นพิเศษ สามารถบินเร็ว รวมถึงดำน้ำจับปลาได้ด้วย สถานที่ทำรังมักจะเป็นที่ชายฝั่งทะเลบนหน้าผาสูง ซึ่งจากภูมิประเทศของไอซ์แลนด์ทางชายยฝั่งทิศใต้นั้นมีความเหมาะสมมาก

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Fosshotel Nupar Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 5

หมู่บ้านวิก – อุทยานแห่งชาติสกาฟตาเฟล – โจกุลซาลอน – ถ้ำน้ำแข็ง – หมู่บ้านวิก

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติสกาฟตาเฟล (Skaftafell National Park) หนึ่งในผลงานของธรรมชาติที่บรรจงสร้างสรรค์ดินแดนแห่งนี้ให้สวยงามหาที่ใดเหมือน อันรวมไว้ซึ่งธรรมชาติอันแปลกตาหลายสิ่งอยู่ที่เดียวกัน เช่น ภูเขาไฟสูงเสียดฟ้าที่มีหิมะปกคลุมทั้งปี ธารน้ำใสซึ่งไหลรินจากภูเขาสูง รอบๆเป็นป่าแคระอันอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นเบิร์ชแคระ และทุ่งดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์บานสะพรั่งในฤดูดอกไม้ผลิของแต่ละปี ชมมวลลาวาขนาดใหญ่เป็นแนวกว้างที่เกิดการเย็นลงอย่างช้าๆทำให้เกิดแนวแตกเป็นเสาเหลี่ยม ถือได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง จนเข้าสู่เขตอุทยานฯที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ตั้งอยู่ใต้ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดเรียกว่า Vatnajokull มีขนาด 8,300 ตร.กม. เท่ากับธารน้ำแข็งทั้งหมดในทวีปยุโรปรวมกัน และขนาดความหนามากที่สุดหนาประมาณ 1,000 เมตร

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่ โจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ทะเลสาบธารน้ำแข็ง ซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งมากขึ้นๆ ในทุกๆ ปี ปัจจุบันมีพื้นที่กว้างถึง 18 ตารางกิโลเมตร โดยมีความลึกของน้ำในทะเลสาบถึง 200 เมตร ตื่นตาตื่นใจกับไอซ์เบิร์ก หรือ ภูเขาน้ำแข็งก้อนโต ๆ เรียงรายโผล่พ้นพื้นน้ำของทะเลสาบ ยามกระทบแสงแดดก่อให้เกิดสีสันสวยงาม น่าประทับใจยิ่ง นับได้ว่าเป็นภาพธรรมชาติที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก นำท่านเข้าชมและถ่ายภาพภายใน ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Cave) เป็นความงามอันน่าอัศจรรย์ของไอซ์แลนด์ โดยจะมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญนำท่านเข้าไปเก็บภาพ จากนั้นเดินทางกลับสู่ หมู่บ้านวิก (Vik)

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Fosshotel Nupar Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 6

หมู่บ้านวิก – Myrdalsjokull Glacier – ขับรถสโนว์โมบิล – กูลฟอสส์

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เดินทางสู่ Myrdalsjokull Glacier ธารน้ำแข็งซึ่งมีความหนาของน้ำแข็งมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยที่บางจุดมีความหนาของน้ำแข็งถึง 1 กิโลเมตร ไต่ขึ้นเขาที่มีความสูงชัน และมีความสูง  กว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,493 เมตร ให้ท่านได้มีโอกาส ขับรถสโนว์โมบิล (Snowmobile) ในบริเวณธารน้ำแข็งขนาดใหญ่บนกลาเซียร์ MYRDALSJOKUL ซึ่งเป็นกลาเซียร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีเนื้อที่ถึง 595 ตารางกิโลเมตร (ผู้ขับขี่ 2 ท่าน ต่อรถสโนว์โมบิล 1 คัน)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่ กูลฟอสส์ (Gullfoss)  เพื่อชมความงามของ น้ำตกกูลฟอสส์ หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็น 1 ใน 3 สถานที่ในเส้นทาง “วงแหวนทองคำ” สถานที่ที่ผู้มาเยือนไอซ์แลนด์ไม่ควรพลาด ชื่อน้ำตก Gullfoss นี้มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำและ Foss ที่แปลว่าน้ำตกเมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำ เป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติระดับโลกที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งและลดระดับลงในโตรกเขาเบื้องล่างในระดับความสูงกว่า 30 เมตร      

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Fosshotel Hekla Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 7

กูลฟอสส์ – อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ – ล่องชมปลาวาฬ – เรคยาวิก

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เที่ยวชมความมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติของประทศไอซ์แลนด์ ในเส้นทาง วงกลมทองคำ หรือ  (Golden Circle) สัมผัสทัศนียภาพของทุ่งหญ้าสลับกับทุ่งลาวา ฝูงสัตว์นานาชนิดที่เลี้ยงตามธรรมชาติ

          ชมความงามของ อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Thingvellir National Park) ซึ่งได้รับการรับรอง จากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ระหว่างรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาบ Þingvallavatn ซึ่งเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ใกล้กับคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes) และ ภูเขาไฟเฮนกิลล์ (Hengill) เป็นจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์และทางธรณีวิทยา เพราะเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของโลกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร ระหว่างทางแวะชมร่องรอยปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วมีน้ำท่วมขังจนเป็นทะเลสาบกว้าง

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่ท่าเรือ ล่องชมปลาวาฬ Whale Watching ซึ่งท่านจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการชมสัตว์ทางท้องทะเล ซึ่งท่านจะได้พบกับนกทะเลชนิดต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงปลาวาฬนานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ Killer Whale (Orca) , Minke Whale Humpback   Whale  นอกจากนั้น ท่านจะมีโอกาสได้พบกับความน่ารักของ ปลาโลมา Dolphin ซึ่งจะมาว่ายน้ำหยอกล้อท่านอยู่ข้างเรือ  ถือเป็นความน่ารักและความงดงามทางธรรมชาติ ซึ่งมีเฉพาะในดินแดนแถบนี้เท่านั้น เดินทางกลับสู่ เรคยาวิก

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Island Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 8

กรินดาวิก – บลูลากูน – เรคยาวิค

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เดินทางสู่ กรินดาวิก (GRINDAVIK) ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินเรคยาวิค ประมาณ 30 นาที

          ชม บลูลากูน (Blue Lagoon) หรือ ทะเลสาบสีฟ้า สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลกและโด่งดังที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยวกว่า 95% ต่างไม่พลาดกับการมาเยือนสถานที่แห่งนี้ อิสระให้ท่านแช่น้ำแร่ธรรมชาติผ่อนคลายไปกับ Stream & Sauna โดยมีบริการผ้าขนหนูให้ท่าน และอนุญาตให้ลงได้เฉพาะชุดว่ายน้ำเท่านั้น แนะนำไม่ควรพลาด เพราะนี่คือแหล่งอาบน้ำแร่ร้อนที่ดีและดังที่สุดในโลก  เป็นการผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   เดินทางสู่ เรคยาวิค เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ ที่มีความสวยงามไม่แพ้เมืองหลวงอื่นๆ ในแถบสแกนดิเนเวีย สัมผัสกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ชมตึกอาคารรัฐสภา รูปทรงทันสมัย แวะเก็บภาพอาคาร Hofdi ที่ใช้ประชุมผู้นำระหว่างประธานาธิบดีเรแกน กับประธานาธิบดีกอบอชอฟ ในสมัยสงครามเย็น

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Aurora Keflavik  Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 9

เรคยาวิค – แฟรงค์เฟิร์ต – กรุงเทพฯ

 รับประทานอาหารเช้า 

 06.00 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ WW 760

 11.50 น.   เดินทางถึง เมืองแฟรงค์เฟิร์ต 

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   นำท่านชม จัตุรัสโรมา เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการกลางเมืองเก่านครแฟรงเฟิร์ต ความสำคัญของสถานแห่งนี้คือ มีห้องจักรพรรดิที่มีการฉลองพิธีการสวมมงกุฎอันยิ่งใหญ่ ตรงกลางจัตุรัสเป็นน้ำพุแห่งความยุติธรรม ด้านหน้าจัตุรัสรือเมอร์เป็นบ้านโครงไมส้มัยกลางที่ได้รับการบูรณะแล้ว ปัจจุบัน จตุรัสรือเมอร์ ยังคงความงามสง่ารายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยศตวรรษที่14 แม้ว่าจะมีร่องรอยแห่งการถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นเสมือนลานประวัติศาสตร์มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของนครแฟรงเฟิร์ตจนได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 20.40 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 923

DAY 10

กรุงเทพฯ

 12.30 น.   เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

169,000 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

21 – 30 มิ.ย. 61

11 – 20 ส.ค. 61

22 ก.ย. – 01 ต.ค. 61

26 ต.ต. – 04 พ.ย. 61

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095