อิตาลี โดโลไมท์ 10 วัน

  • บินด้วยสายการบิน Qatar Airways สายการบินอันดับ 1 ของโลกแห่งปี 2017
  • เที่ยว 3 ประเทศ อิตาลีตอนเหนือ – ออสเตรีย – เยอรมนี
  • นั่งกระเช้าชมเทือกเขาโดโลไมท์ – สวารอฟสกี้ คริสตัล เวิลด์
  • ฮัลล์สตัท – เหมืองเกลือเบิร์ชเทสกาเด้น
  • ยอดเขาซุคสปิตเซ –  พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ
  • ทานอาหารอิตาเลียน – ออสเตรียน – เยอรมัน และจีน
  • มิลาน  – เซอร์มิโอเน่ – โบลซาโน – ออร์ติเซ่
  • หมู่บ้านวาล ดิฟุเน่ – อินส์บรูค – หลังคาทองคำ
  • ซาลส์บวร์ก – สวนมิราเบล – เบิร์ชเทสกาเด้น
  • การ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น – มิวนิค – จัตุรัสมาเรียน
  • พักโรงแรมมาตรฐานยุโรป ระดับ 4 ดาว
  • รวมทิปคนขับรถตลอดการเดินทาง
  • น้ำดื่มตลอดการเดินทาง วันละ 1 ขวด/ท่าน
  • โปรโมชั่น!!! บัตรเครดิต รูดฟรี ไม่มีชาร์จ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – โดฮา – มิลาน

 17.30 น.   พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์ (QR) ประตูทางเข้าที่ 8 แถว P-Q

 20.25 น.   ออกเดินทางสู่ สนามบินโดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 835

 23.35 น.   เดินทางถึง สนามบินโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

DAY 2

มิลาน – เซอร์มิโอเน่ – โบลซาโน

 01.20 น.   ออกเดินทางสู่ มิลาน โดยเที่ยวบิน QR 123

 06.50 น.   เดินทางถึง มิลาน (Milan) หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก

          เดินทางสู่ เซอร์มิโอเน่ (Sirmione) (ระยะทาง 137 กม. / ใช้เวลา 1 ชม. 54 นาที) เมืองอันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี มีลักษณะภูมมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นออกไป ในทะเลสาบการ์ด้า ซึ่งมีความยาวกว่า 55กิโลเมตรเมืองนี้จึงถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบ ให้ทุกท่านได้ชมเมือง ชมร่องรอยประวัติศาสตร์ซากปรักหักพังของตึกและอาคารต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน นำท่านชม Lake of Carezza ทะเลสายเล็กที่สะท้อนความงามจากขุนเขาอันยิ่งใหญ่ ถือเป็นประตูแห่ง Dolomite (ระยะทาง มิลาน – เซอร์มิโอเน่ 175 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 45 นาที)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองโบลซาโน (Bolzano) (ระยะทาง 191 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 43 นาที)  เมืองโบราณ เชิงภูเขาแอลป์โด่งดังมาตั้งแต่ยุคโรมัน และรุ่งเรืองในยุคกลาง เป็นเมืองประตูสู่เทือกเขาโดโลไมท์ (MT. DOLOMITES) ตั้งอยู่ในหุบเขาซึ่งเป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป

          นำท่านชม ย่านเมืองเก่า ที่ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี งดงามด้วยจัตุรัส โบสถ์ วิหารหลายแห่ง เช่น วิหาร Duomo ,โบสถ์ Chiesa dei Domenican และ อนุสาวรีย์ที่จัตุรัสกลางเมืองPiazza delle Erbe หรือจะเป็น ถนนคนเดิน Piazza Walther  ที่ซึ่งท่านสามารถช้อปปิ้งจุใจไปกับแฟชั่นต่างประเทศและสินค้าที่ระลึกท้องถิ่น (ระยะทาง เซอร์มิโอเน่ – โบลซาโน 157 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที)

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Four Points Sheraton Bolzor Bozen or Similar 

DAY 3

โบลซาโน – ออร์ติเซ่ – นั่งกระเช้าชมวิวเทือกเขาโดโลไมท์ – โบลซาโน

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เดินทางสู่ เมืองออร์ติเซ่ (Ortisei) (ระยะทาง 204 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที) เมืองแห่งศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแถบอุทยานโดโลไมท์ที่อยู่ในหุบเขา มีเทือกเขา ล้อมรอบสวยงาม มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตายิ่งนัก (ระยะทาง โบลซาโน – ออร์ติเซ่ 37 กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   นำท่าน นั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาอัลเป ดิ ซิอูซี (Alpe Di Siusi) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาโดโลไมท์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนมากมาย มีความสูง 2,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล เมื่อขึ้นไปข้างบนแล้ว ท่านจะได้พบกับความงดงามอันประหลาด มหัศจรรย์ของดินแดนเทือกเขาโดโลไมท์ จากมุมสูงรอบด้าน ชมทัศนียภาพอันยิ่ง ใหญ่ของหุบเขาโตรกผา เทือกเขา ที่มีรูปทรงประหลาดยอดเขาแหลมชัน ซึ่งที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ. 2009 จุดเด่นคือ มี เส้นทางเดินลัดเลาะสู่จุดชมวิวต่างๆ ให้ท่านมีเวลาเก็บภาพสวยๆ อันประทับใจก่อน ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจ กับบรรยากาศสุดที่จะบรรยาย อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้ากลับลงมาสู่ด้านล่าง / นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโบลซาโน (Bolzano)

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Four Points Sheraton Bolzor Bozen or Similar 

DAY 4

โบลซาโน – หมู่บ้านวาล ดิฟุเน่ – อินส์บรูค – หลังคาทองคำ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          ชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมของหมู่บ้าน ที่ผสมผสานได้อย่างลงตัวฉากหลังเป็นภูเขาอันยิ่งใหญ่เบื้องหน้าของเราเป็น หมู่บ้านวาล ดิฟุเน่ (Val di Funes) (ระยะทาง 74 กม./ใช้เวลา 1 ชม. 20 นาที) แสนสงบ และน่ารัก มีเวลาให้ท่านเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ บริเวณที่ตั้งโบสถ์ Santa Magdalena อันเป็นเอกลักษณ์ ในยามอาทิตย์อัสดง แสงแดดทองละเลียดริมหน้าผา ฉากเบื้องหน้าเป็นโบสถ์และหมู่บ้านอันแสนสงบปล่อยกายปล่อยใจไปกับช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ (ระยะทาง โบลซาโน – ฟุเน่ 41 กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) (ระยะทาง 100 กม. / ใช้เวลา 1 ชม. 25 นาที) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรลประเทศออสเตรียเป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรียตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอินน์ซึ่งคำว่า อินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ครั้งอดีตอินส์บรูคเป็นเมืองที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ 1 นอกจากนี้อินส์บรูคยังเป็นเมืองต้นกำเนิดของเครื่องแก้วคริสตัลชื่อดังที่สุดในโลกอย่างชวารอฟสกี้ (ระยะทาง ฟุเน่ – อินส์บูร์ก 100 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที)

          นำท่านชม หลังคาทองคำโกลเด้นเนสดาคเคล่ (Goldenes Dachl) ซึ่งเป็นมุขหลังคาหน้าต่างของตัวอาคารที่ยื่นออกมาสร้างขึ้นประมาณปี ค..1500 ในสไตล์โกธิคตอนปลายหลังคาทองคำนี้ถูกสร้างเพิ่มเติมให้กับพระราชวังใหม่นอยเออร์ ฮอฟ (Neuer  Hof) ในการฉลองการหมั้นระหว่างพระเจ้าแม็กซิมิเลี่ยนที่1 และพระนางมาเรียเบียนกาสฟอร์ซ่า(Maria Bianca Sforza) บุตรสาวของดยุคแห่งมิลานหน้ามุขแห่งนี้ประดับประดาด้วยแผ่นไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า (ซิงเกิลที่ใช้สำหรับมุงหลังคา) ชุบทองแดงจำนวน 3,450 แผ่นเป็นเฉลียงหน้ามุขที่มีไว้สำหรับดูการแข่งขันหรือละครที่จัตุรัสเบื้องล่างลงไปนับเป็นสถานที่อันเป็นที่รู้จักกันดีของเมืองอินส์บรูค

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hotel Innsbruck or Similar 

DAY 5

อินส์บรูค – สวารอฟสกี้ คริสตัล เวิลด์ – ซาลส์บวร์ก – สวนมิราเบล

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          นำท่านชม สวารอฟสกี้ คริสตัล เวิลด์ เป็นกลุ่มบริษัทครอบครัวผู้ผลิตคริสตัลชั้นนำของโลก ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นกว่า 100 ปีมากแล้ว ณ เมืองวัทเทนส์ แคว้นทีโรล ประเทศออสเตรีย โดยมีผู้ก่อตั้งคือ แดเนียล สวารอฟสกี้ ซึ่งเดินทางจากโบฮีเมียมาตั้งรกรากอยู่ที่แคว้นทีโรล ประเทศออสเตรีย ในปี ค..1995 ได้มีการเปิดสวารอฟสกี้คริสตัลเวิลด์ เป็นพิพิธภัณฑ์คริสตัลเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมงานคริสตัลเครื่องแก้วคริสตัล สวารอฟสกี้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และนำเสนอคริสตัลในแนวศิลปะด้วยแสง สี เสียง รวมทั้งยังสามารถออกแบบได้ทุกรูปแบบตามต้องการ

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน 

 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) (ระยะทาง 186 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 6 นาที) เมืองโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งขอยุโรปที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาที่ล้อมรอบได้รับให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1996 (ระยะทาง อินส์บูร์ก – ซาลส์บวร์ก 187 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 45 นาที)

          นำท่านเข้าชม สวนมิราเบล (Mirabell) ภายในบริเวณพระราชวังมิราเบลซึ่งเป็นฉากถ่ายทภาพยนตร์อมตะ The Sound of Music ฉากที่มีสวนดอกไม้สวยงามเดิมเป็นปราสาทมีชื่อว่า Alteneau Castle สร้างขึ้นตามบัญชาของบิช้อป Wolf Dietrich Von Raiteneau

          นำท่านแวะ บันทึกภาพบ้านเลขที่ 9 บ้านเกิดของโมสาร์ท วิหารประจำเมือง เดินเที่ยวชม ถนนเกรไทรเด้ ถนนที่มีชื่อเสียงของเมืองซาลส์บวร์ก

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Holiday Inn Salzburg City or Similar 

DAY 6

ซาลส์บวร์ก – ฮัลล์สตัท – เบิร์ชเทสกาเด้น – เหมืองเกลือ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เดินทางสู่ เมืองฮัลล์สตัท (Hallstatt) (ระยะทาง 73  กม. / ใช้เวลา 1 ชม. 15 นาที) องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก world heritage เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยภูเขาใหญ่ที่น่ารักที่สุดในโลก (ระยะทาง ซาลส์บวร์ก 73 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 15 นาที)

          นำท่านเดินลัดเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบ See Strasse ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่าดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของถนนซี สตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น (Berchtesgaden) เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด 1 ใน 6 เส้นทางแสนสวยและยังเป็น เส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่ บริเวณเมืองเก่าเต็มไปด้วยศิลปะการสร้างอาคารในรูปแบบบาวาเรียตอนบน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตกแต่งด้วยลายปูนสไตล์สตัดโก้ และในอดีตเคยเป็นฐานบัญชาการใหญ่ของกองทัพนาซีทางตอนใต้ (ระยะทาง ฮัลล์สตัท 73 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 15 นาที)

          เข้าชม เหมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine) เป็นเหมือง เกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยอดีต เหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาวนั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Alpenhotel Kronprinz or SIMILAR 

DAY 7

เบิร์ชเทสกาเด้น – การ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น – ยอดเขาซุคสปิตเซ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เดินทางสู่ เมืองการ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น (Garmisch - Partenkirchen) เมืองท่องเที่ยวสำคัญของแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ตีนเขาซุกสปิตเซ ยอดเขาที่สูงที่สุดของเยอรมนี เมืองนี้มีความน่ารักด้วยภาพวาดบนกำแพงบ้านที่นักท่องเที่ยวจะเดินชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ (ระยะทาง เบิร์ชเทสกาเด้น – การ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น 193 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.)

          นำท่านนั่งกระเช้า ขึ้นยอดเขาซุคสปิตเซ (Zugspitze) (ระยะทาง 41 กม. / ใช้เวลา 30 นาที) ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน และเป็น จุดแบ่งเขตแดนระหว่างเยอรมันกับออสเตรีย มีความสูงประมาณ 2,962 เมตรระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทะเลสาบเบื้องล่างเก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน ซึ่งในหน้าหนาวมีกิจกรรมที่มีชื่อเสียงคือสกีฤดูหนาว ในวันที่อากาศดีเมื่อมองจากบนยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกัน คือเยอรมนี, ออสเตรีย, อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีกสามยอดคือแอลป์สปิตซ์ (ALPSPITZ) ครอยเซ็ค (KREUZECK) และแวงค์ (WANK) ซึ่งล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทางและนักสกีทั้งสิ้น

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนเขา

 บ่าย   นำท่านเดินเล่นชมเมืองการ์มิช เป็นเมืองเล็กอยู่ใกล้กัน ตั้งขึ้นเมื่อ 800 ปีก่อน ทั้งสองเมืองมารวมกันเป็นเมืองการ์มิช-พาร์เทนเคียร์เชนเมื่อปี 1935 ในสมัยที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ปกครองเยอรมนี  เมื่อนักท่องเที่ยวไปเดินเล่นในตัวเมืองสังเกตได้ว่าถ้าเป็นเขตเมืองการ์มิชอาคารบ้านเรือนจะทันสมัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Mercure Hotel Garmisch – Partenkirchen or Similar 

DAY 8

การ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น – พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ – มิวนิค – จัตุรัสมาเรียน

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          เดินทางสู่ พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof Palace) (ระยะทาง 52 กม. / ใช้เวลา 1 ชม. 6 นาที) พระราชวังที่ประทับของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ที่มีการตกแต่งด้วยศิลปะแบบบารอคที่งดงามที่สุด แห่งแคว้นบาวาเรีย และเข้าชมถ้ำหินปูนจำลองที่พระองค์สร้างขึ้นตามจินตนาการของนักประพันธ์ ริชาร์ด วากเนอร์ที่โปรดปรานของพระองค์อีกด้วย (ระยะทาง การ์มิช พาร์เทนเคอร์เช่น – ลินเดอร์ฮอฟ 26 กม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย   เดินทางสู่ มิวนิค (Munich) (ระยะทาง 97 กม. / ใช้เวลา 1 ชม. 17 นาที)  เมืองใหญ่เป็นอันดับสามของเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงขแคว้นบาวาเรียแคว้นตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ที่มีอุตสาหกรรม ผลิตเบียร์อันลือชื่อ และเคยได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ.1972 (ระยะทาง ลินเดอร์ฮอฟ – มิวนิค 97 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที)

          นำท่านชม ศาลาว่าการเมือง ซึ่งทุกๆ 11 โมง และ5 โมงเย็น ในฤดูร้อนจะมีเสียงนาฬิกาและตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมย่านการค้าโดยรอบมาเรียนพลัส ทั้งร้านค้าพื้นเมือง และตลาดสินค้าการเกษตร เช่น ดอกไม้ พืชผัก ผลไม้ อาหารพื้นเมืองต่างๆ รวมทั้งไส้กรอกเยอรมัน อันเลื่องชื่อ อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและถ่ายรูปตามอัธยาศัย หรือจะเลือกนั่งจิบกาแฟ หรือเบียร์ในบรรยากาศแบบชิวๆ 

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง   สุขสันต์กับเมนูขาหมูเยอรมัน สูตรต้นตำรับ เสิร์ฟพร้อมเบียร์ท่านละ 1 drink (0.5 L) พร้อมการแสดงพื้นเมืองสไตล์บาวาเรียน ณ โรงเบียร์เยอรมัน

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Monarch or Similar 

DAY 9

มิวนิค – จัตุรัสมาเรียน – สนามบินโดฮา

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

          แวะถ่ายรูปกับ จัตุรัสมาเรียน (Marienplatz) ซึ่งตั้งชื่อตามรูปปั้นพระแม่มารีสีทอง บนเสาที่สูงตั้งตระหง่านกลางจัตุรัสมาตั้งแต่ปี 1638 ทั้งนี้เพื่อเป็นการขอบคุณเซนต์แมรี่ นักบุญแห่งแคว้นบาวาเรียที่ช่วยให้มิวนิคหลุดพ้นจากการครอบครองของกองทัพสวีเดน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน  / เดินทางสู่สนามบินเพื่อมีเวลาให้ท่านทำ Tax Refund

 17.05 น.   ออกเดินทางสู่ สนามบินโดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 058

 23.40 น.   เดินทางถึง สนามบินโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

DAY 10

กรุงเทพฯ

 02.20 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน QR 836

 12.40 น.   เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

94,900 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

08 – 17 มี.ค. 61

22 – 31 มี.ค. 61

05 – 14 เม.ย. 61

26 เม.ย. – 5 พ.ค. 61

24 พ.ค. – 2 มิ.ย. 61

14 – 23 มิ.ย. 61

26 ก.ค. – 4 ส.ค. 61

9 – 18 ส.ค. 61

20 – 29 ก.ย. 61

14 – 23 ต.ค. 61

จองทริปนี้

แชร์ทริปนี้

02-678-6095