แคชเมียร์ ทัชมาฮาล 7 วัน

  • เยือนดินแดนที่สวยที่สุดในโลกเปรียบประดุจสวรรค์บนโลกมนุษย์ “แคชเมียร์”
  • สัมผัสกับทุ่งราบผืนใหญ่ในอ้อมกอดหิมาลัย ตระการตากับดอกไม้นานาพรรณ
  • ชมความงามของ กุลมาร์ค & โซนามาร์ค ที่มีทุ่งหญ้าเขียวขจีและเทือกเขาหิมะรายรอบ
  • นำท่านนั่ง “เคเบิลคาร์” ชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาอันสวยงาม
  • นั่ง เรือซิคาร่าล่องทะเลสาบ ที่สวยใสดุจกระจกสะท้อนความงามของท้องฟ้ากลางเทือกเขาหิมาลัย
  • ชม “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์แห่งความรักอันลือชื่อและ “อักราฟอร์ด” ป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – เดลลี – ผ่านชม India Gate – ช้อปปิ้งจันทปาท

06.00 น. คณะมาพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ P เช็คอินกรุ๊ปของ สายการบิน เจ็ท แอร์เวย์ ( Jet Airways) โดยมีเจ้าหน้าที่ Go Holiday Tour ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก

08.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี โดยสายการบิน เจ็ท แอร์เวย์ ( Jet Airways) เที่ยวบินที่ 9W65 (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4.30 ชม.) (มีบริการอาหารบนเครื่อง)

11.40 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงนิวเดลลี ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 5,000 ปี และเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรอินเดียโบราณ 7 อาณาจักร ต่อมาในปี 1857 อังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในการปกครองประเทศอินเดียและได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่โกลกัตตา และได้ย้ายกลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งหนึ่งในปี 1911 หลังจากอินเดียได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษในปี 1947 ก็ได้มีการสร้างสถานที่ทำการราชการโดยสร้างเมืองใหม่ชื่อว่า “นิวเดลลี” จากนั้นผ่านชม รัฐสภาราชปาติ บาวาล ซึ่งเป็นวงแหวนสถานที่ราชการต่างๆ มีตึกรัฐสภาอันยิ่งใหญ่และเป็นที่ทำการของรัฐบาล ผ่านชม ย่านธุรกิจการค้าและย่านที่อยู่อาศัยของเศรษฐีอินเดียบนถนนสายสำคัญที่สุดของอินเดีย และประตูเมืองแห่งชัยชนะ หรือ INDIA GATE จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งที่ ตลาดจันปาท ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยมีสินค้าหัตถกรรมและงานฝีมือพื้นเมืองต่าง ๆ มากมายให้ท่านได้เลือกซื้อ อาทิ ผ้าไหมอินเดีย ผ้าพันคอจากแคชเมียร์ สาหรี่ เครื่องประดับและอัญมณี ไม้จันหอมแกะสลักและของตกแต่งบ้าน ฯลฯ ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับที่พักเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก Country Inn&Suite NH8 Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองเดลลี

DAY 2

เดลลี – ศรีนาคา – แคชเมียร์ (บินภายใน)

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ สนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางสู่ เมืองศรีนาคา เมืองหลวงของแค้วนจามมู และแคชเมียร์

12.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองศรีนาคา โดย สายการบิน เจ็ท แอร์เวย์ ( Jet Airways) เที่ยวบินที่ 9W603

13.40 น. เดินทางถึง สนามบินศรีนาคา เช็คสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางสู่ เมืองแคชเมียร์ โดยนั่งรถท้องถิ่น คันละ 5 ท่าน รถท้องถิ่นจะไม่มีแอร์เนื่องจากอุณหภูมิที่ศรีนาคาเฉลี่ยประมาณ 15 องศา อากาศจะเย็นสบายตลอดปี นำท่านเข้าสู่ที่พัก Deluxe House Boat ณ ทะเลสาบ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประพาสน์ของพระมหากษัตริย์ผู้สร้างอนุสรณ์สถานแห่งความรัก

รับประทานอาหารกลางวัน

นำท่านเดินทาง ชมสวนชาลิมาร์ ที่เป็นสวนแบบราชวงศ์โมกุลซึ่งเป็นสวนแห่งความรักของ มหาราชา ชาฮังคี จากนั้นนำท่าน ชมสวนนิชา บากห์ โดยมีต้นเมเปิ้ลอายุกว่า 400 ปี รวมทั้งพันธุ์ไม้นานาชนิดและดอกไม้ตามฤดูกาล ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกทิวลิปบานสะพรั่ง (ประมาณเดือน ก.พ. – มี.ค.) สวนแห่งนี้สร้างโดย ยอซาฟ คาน มีความงดงามที่สุดที่จะหาคำบรรยายได้ ให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปกับดอกไม้ที่แสนสวย และผ่านชม เมืองเก่าแคชเมียร์ ที่ตั้งเมืองหลวงฤดูร้อนของกษัตริย์ในราชวงศ์โมกุล ที่สร้างเป็นลักษณะเฉพาะหรือเรียกได้ว่าเป็นศิลปะแคชเมียร์ (หากมีเวลาพอ นำท่านชม โรงงานผ้าไหม และช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ได้เวลาสมควรเดินทางกลับที่พัก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ที่พักบนบ้านเรือ DELUXE HOUSE BOAT
จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย

DAY 3

ศรีนาคา – กุลมาร์ค – เคเบิลคาร์ (*รวมค่าขึ้นแล้ว) – ศรีนาคา

รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พักบนบ้านเรือ

นำท่านเดินทางโดยนั่งรถท้องถิ่น (คันละ 5 ท่าน) ไม่มีแอร์อุณหภูมิที่ศรีนาคาเฉลี่ยประมาณ 15 องศา อากาศจะเย็นสบายตลอดปี ขึ้นสู่ เทือกเขากุลมาร์ค ซึ่งเป็นสถานที่มีทัศนียภาพสวยงามแห่งหนึ่งในโลกในขณะขับรถสู่เทือกเขากุลมาร์คสองข้างทางจะเป็นทุ่งนาข้าวสลับกับพันธุ์ไม้ป่าและฝูงแกะตามเทือกเขาโดยเทือกเขาหิมาลัยนี้จะมีหิมะปกคลุมสลับกันไป อยู่ห่างจากเมืองศรีนาคา 57 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง) เทือกเขากุลมาร์คเป็นพื้นที่ราบทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในโลก เมื่อถึงกุลมาร์คแล้วพาท่านเที่ยวชมเทือกเขาซึ่งเป็นภูเขาที่สวยงามแห่งหนึ่งในแคชเมียร์ มีชื่อว่าเป็นทุ่งหญ้าของดอกไม้ (Meadow of Flower) เดิม กุลมาร์ค มีชื่อเรียกว่า เการิมาร์ค ตั้งโดยสุลต่านยูซุป ชาร์ ในศตวรรษที่ 16 เนื่องจากเป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าที่งอกงามตามฤดูกาล อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก สูง 3,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลและสถานที่เล่นกีฬาสกีน้ำแข็งในฤดูหนาวจนไม่คิดว่านี้เป็นประเทศอินเดีย

รับประทานอาหารกลางวัน

นำท่านไปยัง สถานีเคเบิลคาร์ (*รวมค่าขึ้นแล้ว) เพื่อขึ้นไปยังสถานีกงโดรีบนเขาอัฟฟาร์วัต เฟสที่ 1 ด้วยระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร (หากท่านต้องการขึ้นสู่ยอดเขาจะต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์ ที่เฟสที่ 2 ขึ้นสู่ยอดเขาเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ท่านสามารถซื้อตั๋วได้ที่สถานีเฟสที่ 1 ท่านละ 500 รูปี ไม่รวมในค่าทัวร์) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่สวยที่สุดและสูงที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย เมื่อเดินทางถึงที่หมายสิ่งที่ท่านจะได้พบคือบรรยากาศและทัศนียภาพแบบพาโนรามาอันสวยงามบนเขาอัฟฟาร์วัต ถ้าท้องฟ้าแจ่มใสก็จะสามารถมองเห็น ยอดเขานันกา พาร์บัต (Nanga Parbat) ของเทือกเขาหิมาลัย อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น เล่นสกี เลื่อนสกีหิมะ ท่านสามารถเล่นสกีได้ระหว่างช่วงฤดูหนาว – ใบไม้ผลิ (ธ.ค. – เม.ย.) ซึ่งค่าเล่นสกีนี้จะไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ สามารถแจ้งหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นเพื่อแจ้งเล่นสกีได้ หรือเก็บภาพความประทับใจไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัยได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับศรีนาคาระหว่างทางให้ท่านได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์สองข้างทาง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ที่พักบนบ้านเรือ DELUXE HOUSE BOAT
จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย

DAY 4

ศรีนาคา – โซนามาร์ค – ชมเทือกเขาหิมาลัย – ศรีนาคา

รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พักบนบ้านเรือ

นำท่านเดินทางจากศรีนาคาสู่ โซนามาร์ค (ระยะทาง 80 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง) คำว่า “โซนา” แปลว่าทอง “มาร์ค” แปลว่าเส้นทาง… ในอดีตเส้นทางนี้เป็นเส้นทางค้าขายในตำนานหรือที่เรียกว่า เส้นทางสายไหม เนื่องจากภูมิประเทศที่สวยงามอีกทั้งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ตลอดสองข้างทางการเดินทางจะได้เห็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะรูปร่างแปลกตา สลับกับป่าต้นวอลนัตขนาดใหญ่ที่ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทางเส้นทางนี้สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,690 เมตร เรียกว่าสวยงามมากตลอดเส้นทางจากศรีนาคา ผู้เดินทางจะได้เดินทางไปและถ่ายรูปไปตลอดทาง

บริการอาหารกลางวัน

นำท่านชมความงามของ เทือกเขาหิมาลัย ที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งตลอดทั้งปี (ค่าขี่ม้า 1,000 รูปี /ต่อคนไม่รวมในค่าทัวร์ – สอบถามราคากับหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นอีกครั้ง) ชมภูเขา สายน้ำ ลำธารและสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองที่นั่นจนเพลิดเพลินแทบไม่อยากจากมาเหมือนผีเสื้อที่บินอยู่ในแดนสวรรค์ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ศรีนาคา

รับประทานอาหารค่ำ ณ ที่พักบนบ้านเรือ DELUXE HOUSE BOAT
จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย

DAY 5

ศรีนาคา – ล่องเรือซิคาร่า (*รวมค่าล่องเรือ) – เดลลี (บินภายใน) – อักรา

รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พักบนบ้านเรือ

นำทุกท่าน ล่องเรือซิคาร่าในทะเลสาบ (*รวมค่าล่องเรือแล้ว) ซึ่งเป็นเรือพายแบบฉบับแคชเมียร์โดยเฉพาะชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำที่อยู่ท่ามกลางฉากหลังภูเขาหิมะล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบ ขับกล่อมไปด้วยเสียงนกนานาชนิดแต่งแต้มด้วยดอกไม้น้ำนานาพันธุ์

บริการอาหารกลางวัน
จากนั้นพาเดินทางสู่ สนามบินศรีนาคา เพื่อเดินทางสู่เมืองเดลลี

14.15 น. ออกเดินทางจาก ศรีนาคา เข้าสู่เมืองเดลลี โดยสายการบิน เจ็ท แอร์เวย์ ( Jet Airways)
เที่ยวบินที่ 9W604 ออกเดินทางเวลา 14.15 น.-15.40 น. * สำหรับกรุ๊ปที่เดินทาง ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. – 30 ต.ค.59

15.40 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานภายในประเทศเมืองเดลลี

นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ ออกจาก เมืองเดลลี โดยผ่านเข้าสู่แคว้นอุตรประเทศ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งเกษตรกรรมนานาชนิดที่ผลิตเพื่อเลี้ยงดูชาวอินเดียทั้งประเทศ ไปตามถนนไฮเวย์สายใหม่ผ่านเข้าเมืองใหญ่มธุราเข้าสู่ เมืองอักรา

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก Clarks Shiraz Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองอักรา

DAY 6

อักรา – ทัชมาฮาล – อักรา ฟอร์ด – เดลลี – กรุงเทพฯ

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม ทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 ต่อมานำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ ที่ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน ที่เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย โดยอาคารตรงกลางจะเป็นรูปโดมซึ่งมีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์ ทัชมาฮาลแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี โดยสิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี มีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร หนัก 500 กิโลกรัม และใช้คนงานกว่า 20,000 คน ต่อมานำท่านเดินอ้อมไปด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำยมุนาโดยฝั่งตรงกันข้ามจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกปรับดินแล้ว โดยเล่ากันว่าพระเจ้าชาห์จาฮันเตรียมที่จะสร้างสุสานของตัวเองเป็นหินอ่อนสีดำโดยตัวรูปอาคารจะเป็นแบบเดียวกันกับทัชมาฮาล เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกัน แต่ถูกออรังเซบ ยึดอำนาจและนำตัวไปคุมขังไว้ในป้อมอักราเสียก่อน

นำท่านเข้าชม อักราฟอร์ด แหล่งมรดกโลก ทิ่ติดริมแม่น้ำยมุนาสร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์ และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) , พระเจ้าชาห์จาฮานได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต และนำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง ผ่านลานสวนประดับ อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์ นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่างๆที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ ต่อมานำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ ,พระโอรส, พระธิดาและองค์ต่างๆ แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง ที่สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ ในพระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่า ชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปี ในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์ แล้วก็นำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ ที่ได้นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้กับนางในฮาเร็ม

นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเดลลี

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติ อินธิรา คานธี กรุงนิวเดลลี

23.20 น. นำท่านเดินทางกลับสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เจ็ท แอร์เวย์ ( Jet Airways) เที่ยวบินที่ 9W64 (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4.30 ชม.) (มีบริการอาหารบนเครื่อง)

DAY 7

กรุงเทพฯ

05.45 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

36,900.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

กำหนดการเดินทาง

30 ก.ค.-05 ส.ค.

10-16 ก.ย.

24-30 ก.ย.

12-18 ส.ค.(วันหยุด วันแม่แห่งชาติ)(เพิ่ม 1,000.-)

15-21 ต.ค.(เพิ่ม 1,000.-)

19-25 ต.ค.(เพิ่ม 2,000.-)

22-28 ต.ค.(วันหยุด วันปิยะมหาราช)(เพิ่ม 2,000.-)

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095