โมร็อคโค 7 วัน

  • สุดคุ้ม! สัมผัสบรรยากาศเมืองชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
  • ชม คาซาบลังก้า เมืองแห่งตำนานภาพยนตร์ชื่อดังในอดีต
  • เยือน เมืองมาราเกช โอเอซิสบนลุ่มน้ำเทนซิฟท์ อดีตเมืองหลวงแห่งราชวงศ์อัลโมราวิด
  • เมืองมาราเกช เมืองที่ถูกกล่าวขานให้เป็น A City of Drama
  • เยือนอดีตเมืองหลวงเก่าแห่ง เฟส เมืองที่คงเสน่ห์ความเป็นโมรอคโคไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ

17.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ แถว Q ประตู 8

20.35 น. เดินทางสู่ อาบูดาบี โดยเที่ยวบินที่ EY 401

DAY 2

อาบูดาบี – คาซาบลังกา – ราบัท – สุเหร่าของกษัตริย์ฮัสซัน – สุสานหลวง

00.10 น. เดินทางถึง อาบูดาบี เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

02.45 น. เดินทางสู่ คาซาบลังกา โดยเที่ยวบินที่ EY 613

08.35 น. เดินทางถึง เมืองคาซาบลังกา (CASABLANCA) เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศโมร๊อกโค และเป็นที่สามรองมาจากไคโร และอเล็กซานเดรีย และเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า อุตสาหกรรมของประเทศ นำท่านชม สุเหร่า เดอะเกรทฮัดซันที่ 2 (HASSAN II MOSQUE) ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับท่าเรือมีหอคอยสูงถึง 600 ฟุตนั้น มีลำแสงเลเซอร์พุ่งไกลไปทางทิศที่เมืองเมกกะตั้งอยู่ถึง 35 กิโลเมตร สุเหร่าแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1993 ในวาระเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ก่อนของโมรอคโค เป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่มากเป็นอันดับสองรองจากที่นครเมกกะ ลักษณะที่โดดเด่นและน่าสนใจของสุเหร่าแห่งนี้ คือ มีหอคอยที่สูงถึง 200 เมตร นับว่าเป็นหอคอยที่มีความสูงที่สุดในโลก ภายในสามารถบรรจุผู้คนได้ถึง 25,000 คน นอกจากจะเป็นสุเหร่าที่มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมที่ละเอียดประณีตแล้ว ยังตั้งอยู่ในจุดที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามริมฝั่งทะเลอีกด้วย เดินทางสู่ เมืองราบัท (RABAT) (ระยะทาง 86.7 กม./ ใช้เวลาเดินทาง 1.08 ชม.) เมืองหลวงของประเทศโมร๊อกโค ที่มีการผสมผสานกันระหว่างอดีตที่ยาวนานกับปัจจุบันที่แสนศิวิไลซ์อย่างลงตัว

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านแวะถ่ายรูป สุเหร่าของกษัตริย์ฮัสซัน (THE HASSAN MOSQUE) เป็นสุเหร่าที่ยังสร้างไม่เสร็จ มีหอสูง (MINARET) ที่มองเห็นได้แต่ไกลจากทุกมุมเมืองของกรุงราบัท ถ้าหากว่าการก่อสร้างสุเหร่าแห่งนี้สำเร็จในสมัยนั้น สุเหร่าของกษัตริย์ฮัสซันจะเป็นสุเหร่าที่ใหญ่เป็นที่ 2 ของโลกอิสลามเลยทีเดียว
นำท่านชม สุสานหลวง (THE MOHAMMED V MAUSOLEUM) สุสานของพระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 5 แล้วยังเป็นที่ฝังพระศพของพระโอรสของพระองค์อีก 2 พระองค์ คือ พระเจ้าฮัสซันที่ 2 กับพระอนุชาอีกด้วย สุสานหลวงแห่งนี้สร้างอย่างงดงามอลังการ ออกแบบการก่อสร้าง โดยสถาปนิกชาวเวียดนามชื่อ VO TOAN เป็นสุเหร่าที่มีรูปทรงสถาปัตยกรรมโมรอคโคสมัยใหม่ ตกแต่งด้านหน้าด้วยหินอ่อน มีทหารยามในเครื่องแบบทหารโมร๊อกโคเต็มยศยืนเฝ้าอารักขาเป็นสง่าทุกประตู และเปิดให้สาธารณชนที่ไม่ใช่มุสลิมเข้าชมได้

รับประทานอาหารคำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม BELERE HOTEL (4*) or SIMILAR

DAY 3

ราบัท – เมกเนส – มูเล ไอดริส – ย่านเมืองเก่า – เฟซ – สุเหร่าไคเราวีน

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองเมกเนส (MEKNES) (ระยะทาง 150 กม./ ใช้เวลาเดินทาง 1.50 ชม.) เมืองที่ตั้งของพระราชวังหลวง (IMPERIAL CITY) สร้างในรัชสมัยของกษัตริย์มูเล่ย์ อิสมาอิล (MOULAY ISMAIL)กลางศตวรรษที่ 17 เคยเป็นเมืองราชธานีของประเทศโมร๊อกโคในสมัยสุลต่านมูเล่ย์ อิสมาอิลกษัตริย์นักปกครองที่ได้ชื่อว่าเผด็จการที่สุดของโมร๊อกโคในปี ค.ศ. 1672 – 1727
ผ่านชม เมืองมูเล ไอดริส (MOULAY IDRISS) เมืองโรมันโบราณเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองศูนย์กลางของศาสนาอันศักดิ์สิทธิของชาวมุสลิมในโมร๊อกโค ทุกๆปี ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนจะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย
นำท่านแวะถ่ายรูปกับ สุสานหลวงที่ใช้ฝังพระศพของสุลต่านมูเล่ย์ อิสมาอิล (MOULAY ISMAIL’S MAUSOLEUM) ซึ่งพระองค์ทรงควบคุมการก่อสร้างเองตั้งแต่ครั้งยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ซึ่งสุลต่านพระองค์นี้ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนของชาวโมร๊อกโคในฐานะที่พระองค์ทรงนำสันติสุขมาสู่แผ่นดิน ผ่านชม อนุสาวรีย์ที่มีขนาดใหญ่ คือ ประตูบับมันซู (BAB MANSOUR EL-ALEUJ) ซึ่งจัดได้ว่าสวยที่สุดในแถบตอนเหนือของแอฟริกา

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่ เมืองเฟซ (FEZ) (ระยะทาง 66.2 กม./ ใช้เวลาเดินทาง 53 นาที) โดยนั่งรถลัดเลาะไปตามเทือกเขาไฮแอตลาส ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ทุ่งหญ้าเขียวขจีแซมด้วยดอกหญ้าหลากสีสัน
ผ่านชม ย่านเขตเมืองเก่าของเมืองเฟซ ซึ่งมีตรอกซอกซอยมากมายทั่วเมือง นับได้ถึงประมาณ 9,000 แห่ง ทำให้ทั้งเมืองมีถนนหนทางเหมือนเขาวงกต เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเมืองเฟซที่เชิญชวนให้นักเดินทางอยากเข้าไปสัมผัสเขาวงกตของเมืองเฟซสักหน
ผ่านชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (MERDERSA BOU IMANIA) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กระทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า
ผ่านชม ตลาดเอททารีน (ATTARINE SOUK) เป็นตลาดเมืองเก่าที่มีถนนหนทางวกวนเป็นเขาวงกต ในตลาดมีร้านค้าขายของต่าง ๆ มากมาย เช่น ร้านขายเครื่องทองเหลือง เครื่องเหล็ก พรม ทั้งยังมีตลาดขายเครื่องหนัง ที่มีบ่อสีที่ใช้ในการย้อมหนังอยู่บนดาดฟ้า บ่อสีเป็นหลุมเหมือนหลุมขนมครกขนาดใหญ่หลายสิบบ่อ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางอาคารที่เบียดเสียดยัดเยียดกันของเมืองเก่า อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง สินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ อาทิ ผลงานแกะสลักจากไม้ที่ประณีตงดงามมาก
แวะบันทึกภาพ สุเหร่าไคเราวีน (KAIROUYINE MOSQUE) เป็นมัสยิดที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงมากถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1323-1325 ในสมัยของพระเจ้า MERINID สุลต่าน ABOUSAID ภายในประกอบไปด้วยงานศิลปะแกะสลักที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูที่ทำด้วยทองแดง ลานกลางแจ้งภายในที่ทำด้วยหินอ่อน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม ROYAL MIRAGE HOTEL (4*) or SIMILAR

DAY 4

เฟซ – อิฟราน – มาร์ราเกช – MAJOYELLE GARDEN

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองอิฟราน (IFRAN) (ระยะทาง 65.1 กม./ ใช้เวลาเดินทาง 1.15 ชม.) เมืองที่ความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมร๊อกโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บาน และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาว และฤดูร้อน เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน เดินทางข้าม Middle Atlas

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่ เมืองมาราเกช (MARRAKECH) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ตั้งอยู่แถบ เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมร๊อกโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง นำท่านชม MAJOYELLE GARDEN หรือ JARDIN MAJORELLE & MUSEUM OF ISLAMIC ART ว่ากันว่าเป็นสวรรค์น้อยๆ ย่านเมืองมาราเกช สวนแห่งนี้เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาจากทั่วโลก โดยเฉพาะต้นกระบองเพชรนับพันต้น หลากหลายสายพันธุ์ มีสวนบัว และป่าไม่ดูร่มรื่น กับบรรดากระถางดินที่ศิลปินเจ้าของเดิม Jacques Majorelle ที่สรรหาสีมาป้ายทาทับ ตกแต่งทำให้สวนแห่งนี้ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ สวนแห่งนี้เดิมเป็นบ้านของศิลปินชาวฝรั่งเศส เขาสร้างบ้าน และสวนเอาไว้อยู่เอง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม RIAD MOGADORE (4*) or SIMILAR

DAY 5

มาร์ราเกช –สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน – พระราชวังบาเฮีย – คาซาบลังก้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (SAADIAN TOMBS) เป็นที่ฝังพระศพของเหล่ากษัตริย์ และเหล่า เชื้อพระวงศ์ในสมัยราชวงศ์ซาเดียน สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามของงานศิลปะแบบมัวริช
นำท่านชม พระราชวังบาเฮีย (BAHIA PALACE) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ เป็นผู้ที่ซึ่งสำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ และหรูหราที่สุด ในสมัยนั้น
นำท่านชม มัสยิดคูตูเบีย (KOUTOUBIA MOSQUE) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร)
นำท่านชม จัตุรัสกลางเมือง (DJEMAA FNAA SQUARE) ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคารร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสัน และกลิ่นอายแบบโมร๊อกโคขนานแท้พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝากของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่ตั้งอยู่ราบรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางกลับสู่ เมืองคาซาบลังก้า
นำท่านชม ยูเอ็น สแควร์ (UN SQUARE) จัตุรัสกลางเมืองที่สำคัญ ประกอบกับเขตเมืองเก่าด้านหลังที่น่าสนใจ / ผ่านชม เขตเมืองเก่า ตั้งแต่ปี 1916 ซึ่งเคยเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง MOROCCO MALL ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของความหรูหรา ห้างแห่งนี้มีร้านมากกว่า 300 ร้าน เช่น สวนสนุก VIP, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่, ลานสเก็ตน้ำแข็ง, ลานโบว์ลิ่ง, น้ำพุดนตรี และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม IDOU ANFA (4*) or SIMILAR

DAY 6

คาซาบลังก้า – อาบูดาบี – กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน

11.25 น. ออกเดินทางสู่ อาบูดาบี โดยเที่ยวบินที่ EY 612

22.20 น. เดินทางถึง อาบูดาบี เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

23.25 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EY 406

DAY 7

กรุงเทพฯ

09.10 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

59,900.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

กำหนดวันเดินทาง

4–10 ก.ย.

18–24 ก.ย.

9–15 ต.ค.

23–29 ต.ค.

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095