โปแลนด์ – เยอรมนี 9 วัน

  • วอร์ซอร์– พระราชวังลาเซียนกี้ – พระราชวังวิลานอฟ
  • เชสโตโซว่า – อารามจัสนา กอร่า – คราคูฟ
  • โบสถ์เซ็นต์แมรี่ – ออสวีซิม – ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ – รอตสวาฟ
  • มหาวิทยาลัยรอตสวาฟ – เดรสเดน – พระราชวังสวิงเกอร์ – ไลป์ซิก
  • แมคเดเบิร์ก – พอตสดัม – พระราชวังซองส์ซูซี
  • เบอร์ลิน – กำแพงเบอร์ลิน – เช็คพ้อย ชาลี

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – โดฮา

18.00 น. พร้อมกัน ณ สู่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์ แถว Q ประตู 8

21.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 833

DAY 2

โดฮา – วอร์ซอร์– พระราชวังลาเซียนกี้ – พระราชวังวิลานอฟ

00.25 น. เดินทางถึง กรุงโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

01.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงวอร์ซอร์ โดยเที่ยวบินที่ QR 263

06.25 น. เดินทางถึง กรุงวอร์ซอร์ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ นำท่านชมบริเวณภายนอก พระราชวังลาเซียนกี้ (Lazienki Palace) พระราชวังลาเซียนสกี้ ได้รับการยกย่องว่ามีความงามเทียบเคียงได้กับพระราชวังแวร์ซายส์แห่งฝรั่งเศสพระราชวังนี้เป็นที่ประทับขอ.พระมหากษัตริย์ และเป็นพระราชวังทางประวัติศาสตร์ พระราชวังนี้สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 และยังเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ของไทย เมื่อครั้งเสด็จประพาสวอร์ซอในปี ค.ศ. 1897
นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Castle) ซึ่งยังสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ดยุคคนสุดท้ายเสียชีวิตลงโดยไม่มีทายาท เมืองจึงตกอยู่ในอำนาจการควบคุมของกษัตริย์เมืองคราคูฟ ต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการเมืองในปี 1596 เมื่อกษัตริย์ตัดสินใจย้ายเมืองหลวงจากคราคูฟไปวอร์ซอ ในขณะที่เมืองอื่นๆ ในโปแลนด์เข้าสู่ภาวะตกต่ำในช่วงศตวรรษที่ 18

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: นำท่านแวะบันทึกภาพกับ พระราชวังวิลานอฟ (Wilanow Palace) พระราชวังหลวงที่ตั้งอยู่ในย่านวิลานอฟ เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่สำคัญที่สุดของประเทศโปแลนด์ โดยพระราชวังวิลานอฟถูกสร้างขึ้นสำหรับสมเด็จพระเจ้าจอห์นที่ 3 โซบีสกี แห่งโปแลนด์ ปัจจุบันพระราชวังเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชมแก่สาธารณะเป็นครั้งแรกในโปแลนด์
อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้า ห้างสรรพสินค้า (Zlote Tarasy) ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าใหม่ล่าสุดของเมืองวอร์ซอร์ กับร้านค้ากว่า 200 ร้าน รวมถึงแฟชั่นแบรนด์เนมมากมาย อาทิเช่น Zara, Topshop, Mango และอื่นๆ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Double Tree By Hilton Hotel & Conference Centre Warsaw หรือเทียบเท่า

DAY 3

วอร์ซอร์ – เชสโตโซว่า – อารามจัสนา กอร่า – คราคูฟ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองเชสโตโซว่า (Czestochowa) (ระยะทาง 219 ก.ม. / ใช้เวลาเดินทาง 2.10 ชม.) เมืองศูนย์กลางแห่งการแสวงบุญสำหรับคริสต์ศาสนิกชนจากทั่วโลกเพราะเมืองเชตโตวาเป็นที่ประดิษฐานรูปพระแม่มาเรียอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์ รวมจิตใจของชาวคริสต์ โดยมีตำนานเล่าว่า สีที่ใช้วาดภาพพระแม่มาเรียมานานกว่า 600 ปีทำให้รูป พระแม่เป็นสีดำ เกิดเป็นรอยบากที่พระพักตร์ ซึ่งพวกต่อต้านศาสนาต้องการทำลาย แต่อารามแห่งนี้รอดพ้นจากการถูกทำลายในสงครามต่างๆมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนกลายเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ จึงได้รับความเคารพนับถือเป็นอย่างมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย: นำท่านเข้าชม อารามจัสนา กอร่า (Jasna Gora Monastery) เพื่อเข้าบูชา และขอพรจากประแม่มาเรียองค์ดำ หรือ ที่รู้จักกันในนาม “แบล็คมาดอนน่า” (BLACK MADONNA) ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคาทอลิก กล่าวกันว่าสีที่ใช้วาดมานานกว่า 600 ปี ทำให้รูปพระแม่เป็นสีดำที่บริเวณหน้าพระพักตร์มีรอยบาก อันเกิดจากพวกต่อต้านศาสนาต้องการทำลายรูป และอารามแห่งนี้ อย่างไรก็ตามอารามได้รอดพ้นจากการถูกทำลายในสงครามต่างๆ อย่างน่าอัศจรรย์ จนกลางเป็นปาฏิหาริย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
เดินทางสู่ เมืองคราคูฟ (Krakow) (ระยะทาง 141 ก.ม. / ใช้เวลาเดินทาง 2.15 ชม.) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์ และเมืองเก่าของยิวที่ชื่อว่า 'คาซีเมียส' ในปีค.ศ. 965 เป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่มาก และเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง และสิ้นสุดในศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์สำคัญที่สุดแห่งประเทศ และมีอารยธรรมรุ่งเรืองมากสุดเห็นได้จากอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคทุกสมัย มีจุดนัดพบที่สำคัญในเมือง รายล้อมด้วยร้านกาแฟ,ผับ,ร้านอาหารต่างๆ และอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์มีตลาดนัดรีเน็ค โกลนี่ และห้างเนสซองส์ศูนย์การช็อป และได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Novotel Krakow City West หรือเทียบเท่า

DAY 4

คราคูฟ – โบสถ์เซ็นต์แมรี่ – ออสวีซิม – ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ – รอตสวาฟ

รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม

แวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารวาเวล (Wawel Cathedral) สร้างระหว่างปี ค.ศ.1320-1364 บนพื้นที่ของโบสถ์โรมันในศตวรรษที่ 11 มหาวิหารดังกล่าวใช้เป็นสถานที่ราชาภิเษก และสุสานของกษัตริย์โปลนานหลายศตวรรษรวมทั้งเป็นสุสานของวีรบุรุษชาวโปลด้วย
ผ่านชม ป้อมปราการ Baracan อายุกว่า 600 ปี ปก ปักรักษาเมืองหลงเหลืออยู่ แนวกำแพงเมืองเดิมเป็นที่ชื่นชอบของศิลปินที่ จะมาแสดงผลงานและชม ประตูเข้าเมือง FLORAIN GATE ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถนนคนเดินสมัยโรมัน / นำท่านสู่ จัตุรัสใจกลางเมือง เป็นย่านช้อปปิ้งถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ / แวะถ่ายรูปกับ โบสถ์เซ็นต์แมรี่ (Mariacki Church) ที่มีชื่อเสียงของแท่นบูชาทำด้วยด้วยไม้แกะสลักมา ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14

เดินทางสู่ อาคารการค้าผ้าในอดีต (Cloth Hall) และถือว่าเป็นจุดหลักทางการค้าในสมัยนั้น กระทั่งจวบจนสมัยนี้อาคารนี้ก็ยังใช้ เป็นสถานที่รับรองเชื้อพระวงศ์ และเหล่าอาคันตุกะของเมืองสามารถช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึกได้ที่นี่ อิสระช้อปปิ้งสินค้าราคาประหยัดฝากคนที่บ้าน ณ ห้างสรรพสินค้า และสัมผัสไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในเมืองคราคูฟ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย: เดินทางสู่ เมืองออชเฟียนชิม (Oswiecim) (ระยะทาง 68 ก.ม. / ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) ระลึกถึงประวัติศาสตร์หน้าสำคัญที่สุดของโลก ที่ค่ายกักกันออสวิทซ์ ซึ่งสังหารชีวิตชาวยิวทั่วยุโรปนับล้านคน
นำท่านเข้าชม ค่ายกักกันเอาสช์วิตช์ (Auschwitz – Birkenau) เป็นค่ายกักกัน และค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซี ที่กลุ่มนาซีเยอรมันใช้เป็นที่ทำการในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ายแห่งนี้จัดเป็น 1 ใน 5 มรดกโลกในประเทศโปแลนด์ที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนไว้ พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันแห่งนี้สะท้อนความน่าสยดสยอง และความทารุณโหดร้ายของสงคราม ซึ่งเริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี ค.ศ. 1939 ความต้องการหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมือง จึงได้ดัดแปลงตามแบบของนาซี และเริ่มต้นใช้ปีค.ศ.1940 เป็นต้นมา ภายในพิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของจริงของชาวยิวที่นาซีได้ยึดไว้, ห้องอาบน้ำ, ห้องที่นาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ชาวยิว ค่ายกักกันเอาสช์วิตช์ เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็น “โรงงานสังหารมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของนาซี” หลังจากที่มีการประกาศความเป็นอิสรภาพให้กับค่ายแห่งนี้ มีเหยื่อที่รอดชีวิตจากความโหดร้ายของนาซีเพียง 60,000 กว่าคนจากชาวยิวนับล้านที่ถูกสังเวยชีวิตที่นี่
เดินทางสู่ เมืองวรอตสวาฟ (Wroclaw) ถือว่าเป็นที่นัดพบสำคัญในทวีปยุโรป มีความหลากหลาย และการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่น แต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นแบบเมืองที่ทันสมัยของเมืองใหญ่ ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรม และการศึกษา และมากไปกว่านั้น เมืองรอตสวาฟใกล้เขตชายแดนของสองประเทศ นั่นคือชายแดนติดกับสาธารณรัฐเชค และชายแดนติดกับประเทศเยอรมนี

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Scandic Wroclaw หรือเทียบเท่า

DAY 5

รอตสวาฟ – มหาวิทยาลัยรอตสวาฟ – เดรสเดน

รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม

แวะถ่ายรูปกับ มหาวิทยาลัยรอตสวาฟ (University Of Wroclaw ) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมืองรอตสวาฟซึ่งเคยผลิตบุคคลากรชั้นนำของโลกผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา (รางวัลโนเบลเป็นรางวัลประจำปีระดับนานาชาติ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการสแกนดิเนเวีย พิจารณาผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่น หรือสร้างคุณประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม) โดยปัจจุบันรองรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกว่า 40,000 คน ในอดีตยุคศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, และที่คุมขังเชลยสงครามสมัยยุคสงครามกับปรัสเซีย นอกจากนี้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยยังเคยถูกใช้เป็นฐานบัญชาการรบของกลุ่มนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย
จากนั้นนำท่านชมความงามของ เมืองรอตสวาฟเมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เป็นเมืองที่มีอาคารหลากสีสัน โดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world) นำท่านถ่ายรูปกับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ (City Hall) และโบสถ์ประจำเมือง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย: เดินทางสู่ เมืองเดรสเดน (Dresden) (ระยะทาง 269 กม. / ใช้เวลาเดินทาง 2.47 ชม.) เมืองที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้ชื่อว่าเป็น ฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบอร์ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เนื่องจากเป็นเมืองหลวง และเป็นที่ประทับของเหล่ากษัตริย์แห่งแซกโซนี ที่ได้สร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมให้กับเมืองนี้ พื้นที่โดยรอบจึงเรียงรายไปด้วยเมืองเก่า และพระราชวังหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถชิมไวน์รสเลิศที่ผลิต ณ ริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอร์แถบนี้ได้ ถึงเมืองเดรสเดน
ผ่านชม เดอะเซมเพอร์ โอเปร่าเฮ้าส์ (The Semper Opera House) โรงอุปรากรประจำเมือง สร้างเสร็จในปี 1878 โดยเซมเพอร์ ในสไตล์อิตาเลี่ยนบาร็อค อาคารหลังนี้มีความโดดเด่น อย่างเท่าเทียมกันทั้งด้านสถาปัตยกรรม และดนตรี เพราะตัวอาคารออกแบบได้สวยงาม และสมส่วนมาก ใช้เป็นที่จัดแสดงดนตรี และอุปรากรในโอกาสสำคัญ ๆ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารพื้นเมือง

เข้าสูที่พัก โรงแรม Wyndham Garden Dresden หรือเทียบเท่า

DAY 6

เดรสเดน – พระราชวังสวิงเกอร์ – ไลป์ซิก – แมคเดเบิร์ก

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเข้าชมความสวยงามของ พระราชวังสวิงเกอร์ (Zwinger Palace) ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคที่สวยงามเกินคำบรรยายชมมหาวิหารคาทอลิกที่สร้างขึ้นในยุคทองของเดรสเดนแต่ถูกระเบิดถล่มแล้วซ่อมแซมเสร็จในปัจจุบันชมผนังที่ทำด้วยกระเบื้องโมเสคจากโรงงานไมเซนที่เล่าเรื่องราวของขบวนเสด็จของเจ้าแห่งแซกโซนีที่ยาว 102 เมตร นับรวม 35 พระองค์ ตั้งแต่องค์แห่งในศตวรรษที่ 12 จนถึงองค์สุดท้ายในศตวรรษที่ 20

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: เดินทางสู่ เมืองไลป์ซิก (Leipzig) เมืองสำคัญที่ชาวเยอรมันเรียกกันว่า เมืองแห่งวีรบุรุษ ไลป์ซิกได้ชื่อนี้มาเนื่องจากประชากรในเมืองมีส่วนร่วมที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนนำไปสู่การรวมเยอรมันในปี 1989 ด้วยการออกมาชุมนุมตามท้องถนน เพื่อต่อต้านการปกครองระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตหนุนหลังอีกทั้ง “โยฮันน์ วูล์ฟกัง วัน เกอเธ่” นักประพันธ์ผู้มีชื่อเสียงชาวเยอรมันยังเคยยกย่องเมืองไลป์ซิกว่าเป็น “ปารีสน้อย” เนื่องจากเป็นเมืองที่สวยงามหนึ่งในเมืองศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมของยุโรปสมัยกลางอีกด้วย / เดินทางสู่ เมืองแมคเดเบิร์ก (Magdeburg)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Ramada Hotel Magdeburg หรือเทียบเท่า

DAY 7

แมคเดเบิร์ก – พอตสดัม – พระราชวังซองส์ซูซี – เบอร์ลิน

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านชม สะพานคลอง Magdeburg Water Bridge หนึ่งในสุดยอดงานทางวิศวกรรมสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นสะพานที่บรรจุคลองไว้บนสะพาน (Canal bridge) สะพานที่มีคลองนี้กำเนิดขึ้นมาเพราะความต้องการเชื่อมคลองสองคลองเข้าด้วยกัน ความพยายามที่เริ่มขึ้นในปี 1938 เรื่อยมาจนการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสงครามสงบลงเยอรมันถูกแบ่งออกเป็น เยอรมันตะวันออก และเยอรมันตะวันตก โครงการจึงหยุดอย่างไม่มีกำหนด จวบจนเยอรมันทั้งสองรวมเป็นหนึ่ง โครงการจึงเริ่มก่อสร้างอีกครั้งในปี 1997 ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2003 ใข้เวลาสร้างถึง 6 ปี
เดินทางสู่ พอตสดัม (Potsdam) เมืองที่มีความเก่าแก่มากกว่าเมืองเบอร์ลินถึง 250 ปี ในตอนกลางของคริสตศตวรรษที่ 17 เมืองนี้ได้ถูกเลือกให้เป็นที่ประทับของบรรดาเจ้านายในราชสำนัก จึงได้เกิดการก่อสร้างปราสาทราชวังในเมืองเล็กๆแห่งนี้ขึ้นมากมาย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: นำท่านเข้าชม พระราชวังซองส์ซูซี (Sanssouci) พระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์รัสเซียในราชวงศ์โฮเฮนโซลเลิน ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส แต่มีขนาดเล็กกว่า และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำท่านชมความงามของห้องต่างๆ ในแบบร็อคโคโค เช่น ห้องที่ประทับ ห้องบรรทม ห้องแสดงคอนเสิร์ต ฯลฯ / นำท่านชม สวนของพระราชวัง ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์ และรูปปั้นรูปสลักตามเรื่องราวเทพปกรณัมต่างๆ ได้เวลาอันสมควร
เดินทางสู่ เมืองเบอร์ลิน (Berlin) เมืองที่รู้จักกันดีสำหรับประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองหลวงของประเทศเยอรมนี และพรั่งพร้อมด้วยมรดกทางด้านศิลปวัฒนธรรมจากทั้งสองภาค ศูนย์กลางการอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุด อีกทั้ง มีความทันสมัยด้านเทคโนโลยีมีชีวิตชีวาและสีสันมาก ซึ่งแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น โพทส์ดามเมอร์ พลัทส์,ประตูชัยบรันเดิ่นบวร์กเกอร์,อเล้กซานเดอร์ พลัทส์ เป็นต้น

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม City Hotel Berlin East หรือเทียบเท่า

DAY 8

เบอร์ลิน – กำแพงเบอร์ลิน – เช็คพ้อย ชาลี – สนามบิน – โดฮา

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านชม กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) กั้นระหว่าง เบอร์ลินตะวันออก กับ เบอร์ลินตะวันตก ถูกขนานนามว่า เป็นสัญลักษณ์แห่งสงครามเย็น เริ่มสร้างขึ้นเมื่อค.ศ.1961-1989 มีความยาว 155 กิโลเมตร (96 ไมล์) ปัจจุบันคงเหลือซากปรักหักพังบางส่วนไว้เป็นอนุสรณ์ / ผ่านชม เบอร์ลินโดม มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี 1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์
แวะถ่ายรูปกับ เช็คพ้อย ชาลี (Checkpoint Charlie) จุดตรวจชายแดนสมัยที่ยังแบ่งเป็น เบอร์ลินตะวันออกกับ เบอร์ลินตะวันตก เรื่องราว และตำนานเกี่ยวกับสายลับสมัยที่เบอร์ลินถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสมัยนั้นมีรถถังโซเวียต และรถถังอเมริกัน ประจัญหน้ากันอยู่ตรงชายแดนเมื่อปี 1961 จนถึง ปี 1989 กำแพงเบอร์ลินได้ถูกทำลายลงจุดนี้อยู่ที่ ถนนฟรี้ด ริค สตร๊าซเสอะ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: แวะถ่ายรูปกับ ประตูบันเดนบวร์ก (Brandenburg Gate) ประตูชัยสัญลักษณ์ของเมือง ด้านบนเป็นรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสีทองเด่นตระหง่าน ผ่านชม ชาล็อตเทนเบิร์ก (Charlottenburg Palace) เดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนในสมเด็จพระราชินีโซเฟียชาล๊อต
อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ซาวิกนี่ พลัทส์ (Savigny Platz) มีร้านบูติกมากมายให้เลือกซื้อ และยังมี H&M ซึ่งมีสินค้าทันสมัยมากมาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าราคาถูกสำหรับวัยรุ่น / เดินทางสู่สนามบิน

18.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 082

DAY 9

โดฮา – กรุงเทพฯ

01.15 น. เดินทางถึง กรุงโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

02.10 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน QR 834

12.40 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

xx,xxx บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

จองทริปนี้

แชร์ทริปนี้

02-678-6095