โรมาเนีย – บัลแกเรีย 9 วัน ชมเทศกาลดอกกุหลาบ ประจำปี 2019 หนึ่งปีมีครั้งเดียว

(1)      : กรุงเทพฯ

(2)      : โดฮา – บูคาเรสต์ – ทำเนียบประธานาธิบดี – บูคาเรสต์

(3)      : บูคาเรสต์ – ปราสาทเพเลส – บราน – ปราสาทแดร็กคิวล่า – บราซอฟ

(4)      : บราซอฟ – บูคาเรสต์ – Romania Glass Street

(5)      : บูคาเรสต์ – ไกเออร์จู – เวลีโค ทาร์โนโว

(6)      : คาซานลัค –**เทศกาลดอกกุหลาบ – ชิพก้า – พลอฟดิฟ 

(7)      : พลอฟดิฟ – โซเฟีย

(8)      : โซเฟีย – รีล่า – อารามรีล่า – โซเฟีย – สนามบิน– โดฮา

(9)      : โดฮา – กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ (สนามบิมสุวรรณภูมิ)

23.30 น.         คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ แถว P/Q ประตู 8

DAY 2

กรุงเทพฯ – โดฮา – บูคาเรสต์ – อาคารทำเนียบประธานาธิบดี – บูคาเรสต์

02.35 น.         ออกเดินทางสู่ โดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 837

05.45 น.         เดินทางถึง โดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

06.50 น.         ออกเดินทางสู่ บูคาเรสต์ โดยเที่ยวบินที่ QR 221

11.55 น.           เดินทางถึง บูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                   เดินทางเข้าสู่ เมืองบูคาเรสต์ (Bucharest) ประเทศโรมาเนีย ตั้งอยู่บนคาบสมุทรบอลข่าน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป คือเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแดมโบวิตา (Dambovita) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในโรมาเนีย

นำท่านชมกรุงบูคาเรสต์ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบวอลลาเซีย ติดเทือกเข้าคาร์เปเชียน และแม่น้ำดานูป บูคาเรสต์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีธรรมชาติอันสวยงามล้อมรอบด้วยเทือกเขา และทะเลสาบจนได้สมญานามเป็นที่รู้จักกันทั่วยุโรปว่า ปารีสน้อย

เข้าชม อาคารรัฐสภา หรือ ทำเนียบประธานาธิบดี ของประเทศโรมาเนีย (Palace of Paliament) อาคารรัฐสภานี้ได้ชื่อว่ามี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตึกเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา สถาปัตยกรรมสุดอลังการแห่งนี้เริ่มก่อสร้างใน ค.ศ. 1984 โดยนิโคไล เซาเซสคู Nicolae Ceausescu ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชาติโรมาเนีย เพื่อเป็นที่ทำการรัฐบาลและรัฐสภา ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคมีขนาดใหญ่ 270×240 เมตร มีความสูง 12 ชั้น ใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงถึง 3.3 พันล้านยูโร ออกแบบโดยสถาปนิก 700 คนและใช้เวลาสร้างนานกว่า 13 ปี ภายในอาคารมีห้องมากถึง 2,000 ห้อง ทั้งภายนอก และภายในอาคารตกแต่งอย่างหรูหรา พรมที่ใช้ปูพื้นในอาคารสั่งทอพิเศษอย่างงดงามมีขนาดใหญ่มากและมีน้าหนักถึง 50 ตัน ห้องแกรนด์บอลลูมประดับโคมไฟโบฮีเมียอย่างอลังการ มีน้ำหนักถึง 5 ตัน และห้องรับรองสร้างจากหินอ่อนชั้นเลิศจาก ประเทศอิตาลี ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ใช้เป็นรัฐสภา

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก                  โรงแรม Ramada Parc หรือเทียบเท่า

DAY 3

บูคาเรสต์ – ซินายา พระราชวังเพเลส – บราน – ปราสาทแดร็กคิวล่า – บราซอฟ

รถโค้ช     บูคาเรสต์ – ซินายา         ระยะทางประมาณ 127 กม.      ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 2 ชม. 30 นาที

                 ซินายา – บราน             ระยะทางประมาณ 52 กม.        ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 1 ชม.

                 บราน – บราซอฟ           ระยะทางประมาณ 21 กม.        ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 30 นาที

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองซินายา (Sinaia) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในมณฑลพราโฮวา (Prahova Country) โดยตัวเมืองนั้นตั้งลึกเข้าไปในเทือกเขาคาร์เพเธียน (Carpathian Mountains) เป็น เมืองรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมเมืองหนึ่งของประเทศโรมาเนีย

เข้าชม ปราสาทเพเลส (Peles Castle) ได้ชื่อว่า ปราสาทที่สวยที่สุดในโรมาเนีย ตั้งอยู่ในหุบเขาบูเซกิ เมืองซินายา ทางตอนเหนือของบูคาเรสต์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1873 โดยกษัตริย์คาโรล ที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งโรมาเนีย ปราสาทนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 10 ปี การก่อสร้างตัวปราสาทใช้ช่างฝีมือเอกจากหลายประเทศ ดังนั้นปราสาทแห่งนี้จึงเป็นการผสมผสานสุดยอดความงามของศิลปะจากหลายเชื้อชาติ ภายในปราสาทตกแต่งหรูหราอลังการด้วยไม้แกะสลักลวดลายงดงาม ว่ากันว่าภายในปราสาทมีการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามยิ่งกว่าพระราชวังแวซายด์เสียอีก และปราสาทแห่งนี้ยังเป็นที่รวบรวมงานศิลปะสูงค่าจากประเทศต่างๆ ในยุโรป เช่น โคมไฟระย้าจากอิตาลี รูปภาพติดผนังจากฝรั่งเศส ปราสาทเพเรสพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยเช่น ลิฟท์ และ ยังมีการสร้างโรงไฟฟ้าสำหรับใช้ในปราสาทแห่งนี้อีกด้วย

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย            เดินทางสู่ เมืองบราน (Bran) คืออีกเมืองที่มีชื่อเสียงมากเมืองหนึ่งใน มณฑลบราโชฟ (Brasov County) ของประเทศโรมาเนีย ด้วยชื่อเสียงในเรื่องของตำนานผีดูดเลือดหรือความเชื่อที่ว่าเมืองแห่งนี้เป็นที่อยู่ของแวมไพร์ในอดีต

เข้าชมปราสาทบราน หรือ ปราสาทแดร็กคิวล่า (Bran Castle) อันลือลั่นโด่งดังไปทั่วโลก ปราสาทนี้ สร้างขึ้นในปี  คศ.1212  เป็นปราสาทหินสีขาวสูงกว่า 200 ฟุต ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชันใกล้เมือง Brasov ในอดีตใช้เป็นป้อมปราการเพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกเติร์ก ส่วนที่ปราสาทแห่งนี้โด่งดังในฐานะปราสาทแดร็กคูล่านั้น ก็เป็นเพราะหนังสือ Dracula ของนักเขียนชาวไอริชที่ชื่อ Bram Stoker ที่ใช้ปราสาทบรานแห่งนี้เป็นฉากของนวนิยาย / เดินทางสู่ เมืองบราซอฟ (Brasov)

ค่ำ                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Teleferic Grand หรือเทียบเท่า

DAY 4

บราซอฟ – บูคาเรสต์

รถโค้ช         บราซอฟ – บูคาเรสต์       ระยะทางประมาณ 171 กม.      ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 3 ชม. 30 นาที

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าชม พิพิธภัณฑ์โรงเรียนแรกของประเทศโรมาเนีย (Museum of Frist Romanian School)

เข้าชม โบสถ์ดำ (Black Church) ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1383 เป็นโบสถ์ที่ ก่อสร้างตามแบบศิลปะโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโรมาเนีย สาเหตุที่เรียกว่าโบสถ์ดำ ก็เพราะว่าโบสถ์แห่งนี้ถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ.1689 ทำให้คราบดำจากเขม่าเกาะไปทั่วผนังโบสถ์จนกลายเป็นสีดำ  ทางรัฐบาลประเทศโรมาเนียจึงทิ้งให้อยู่ในลักษณะนี้ เพื่อให้เป็นความแปลกและเป็นจุดเด่นของโบสถ์ แต่ภายหลังคราบเขม่าดำได้หลุดลอกไปตามกาลเวลาจนทำให้ปัจจุบันผนังของโบสถ์สีไม่ค่อยดำเหมือนในอดีต ภายในโบสถ์มีพรมหลากหลายสีที่ถักด้วยมือของชาวเติร์กแขวนอยู่รอบตัวระเบียง ซึ่งสามารถช่วยทำให้โบสถ์มีสีสันที่สดใสไม่ดูเงียบเหงาวังเวง และนอกจากนี้ยังมีรูปปั้นนักบุญและพระแม่มารีอันสวยงามประดับไว้รอบบริเวณโบสถ์

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย             เดินทางสู่ กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest) เมืองหลวงประเทศโรมาเนีย ประเทศได้ชื่อว่ามีความงามตามธรรมชาติมากที่สุดในยุโรปตะวันออก เนื่องจากภูมิประเทศ 1 ใน 3 เป็นเทือกเขาน้อยใหญ่รวมตัวกันเป็นเทือกเขาคาร์เปเทียนที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด

นำท่านช้อปปิ้ง Romania Glass Street เป็นถนนที่มีร้านค้าขายเครื่องแก้วมากมาย ทั้งเครื่องแก้วที่ผลิตจากการเป่า, คริสตัล, เครื่องแก้วที่ได้จากการเจียรนัยในรูปแบบหลากหลายทั้งสไตล์โมเดิลและสไตล์โบฮีเมียนที่มีชื่อเสียงแต่ละร้านมีสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นสินค้าตกแต่งบ้านหรือของฝากมากมาย

ค่ำ                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Ramada Parc หรือเทียบเท่า

DAY 5

บูคาเรสต์ – ไกเออร์จู – รูเซ – เวลิโค ทาร์โนโว

รถโค้ช     บูคาเรสต์ - ไกเออร์จู        ระยะทางประมาณ 63 กม.        ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 1 ชม. 15 นาที

                 ไกเออร์จู – รูเซ่              ระยะทางประมาณ 14 กม.        ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 30 นาที

                 รูเซ – เวลีโค ทาร์โนโว     ระยะทางประมาณ 107 กม.      ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 2 ชม. 15 นาที)

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองไกเออร์จู (Giurgiu) เพื่อข้ามพรมแดนไปยังดินแดนโรมาเนีย เดินทางผ่านเมืองรูเซ (RUSE) เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศบัลแกเรีย ได้รับการขนานนามว่าเป็น ลิตเติ้ลเวียนนา (LITTLE VIENNA) เป็นที่รู้จักกันมากในช่วงศตวรรษที่ 19-20 โดยเฉพาะความโดดเด่นทางด้าน สถาปัตยกรรมแบบ นีโอ-บาโรก และ นีโอ-โรโคโค และยังเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมากในทุกๆปี

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย            เดินทางสู่ เมืองเวลีโค ทาร์โนโว (Veliko Tarnovo) หนึ่งในเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของบัลแกเรีย เพียงแค่เราเดินทางขึ้นไปทางเหนือของประเทศ คุณจะพบกับเมืองที่มีชื่อเสียงในอดีตของบัลแกเรีย ซึ่งปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้ดึงดูด นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ให้มาชื่นชมสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์

เข้าขม ปราสาทซาร์เรเวต (Tsarevets) อดีตที่ประทับของจักรพรรดิแห่งบัลแกเรีย ซึ่งภายในมีอาคาร และป้อมปราการรายอยู่รายล้อม ให้ท่านเดินเล่นที่ ถนนซาโมวอดสก้า (Samovodska) ซึ่งเป็นถนนที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่นี่จะมีสินค้าท้องถิ่นและของที่ระลึกขายอยู่เป็นจำนวนมาก

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Yantra Grand หรือเทียบเท่า

DAY 6

เวลิโค ทาร์โนโว – คาซานลัค **เทศกาลดอกกุหลาบ* - ชิพก้า – พลอฟดิฟ

รถโค้ช     เวลิโค ทาร์โนโว – คาซานลัค  ระยะทางประมาณ 106 กม. ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 2 ชม. 15 นาที

                 คาซานลัค – ชิพก้า             ระยะทางประมาณ 13 กม.    ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 15 นาที

                 ชิพก้า – พลอฟดิฟ              ระยะทางประมาณ 102 กม.   ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 2 ชม.  

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองคาซานลัค (Kazanlak) เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาบอลข่าน ประเทศบัลแกเรีย หลายคนที่เคยรู้จักเมืองนี้ต่างก็รู้ดีว่า เมืองคาซานลัคนั้นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในบัลแกเรีย สถานที่ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ดอกกุหลาบ สถานที่ที่สาวๆจากทั่วโลกอยากมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต

นำท่านเดิน ทางไปตามเส้น ทางสายดอกกุหลาบ ณ หุบเขาแห่งดอกกุหลาบ (The  Valley Of  Roses) แหล่งปลูกกุหลาบอันกว้างใหญ่ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือนเมื่อมาเมืองคาซานลัคมีภูมิอากาศ เหมาะแก่การเติบโตของดอกกุหลาบอย่างมาก อาจจะเรียกได้ว่า ดอกกุหลาบที่มาจากเมืองคาซานลักเป็นดอกกุหลาบที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกชมทุ่งดอกกุหลาบที่ ปลูกไว้ในไร่อันกว้างใหญ่ กินอาณาเขตไปเป็นภูเขาทั้งลูก ให้ท่านได้ตื่นตาไปกับความ สวยงาม ของดอกกุหลาบนานาชนิด ที่เบ่งบานรอการเก็บเกี่ยวอย่างสวยงาม ชมวิธีการเก็บดอกกุหลาบในไร่ ให้ท่านได้ลองเก็บ กุหลาบที่มีกลิ่นหอมอย่างสนุกสนาน และให้ท่านได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เครื่องหอม เช่น น้ำหอม โลชั่น สบู่ แชมพู และน้ำมันหอมระเหย กลิ่นพฤกษาดอกไม้นานาพันธ์ โดยเฉพาะกลิ่นกุหลาบที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้

เข้าชม เทศกาลดอกกุหลาบ" (Rose Festival) เทศกาลนี้เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 1903 และจัดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน โดยจะจัดในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน ในงานจะคัดเลือกดอกกุหลาบที่สวยที่สุด และหญิงสาวในเมืองที่สวยที่สุดมาร่วมงาน มีการประกวดสาวงามประจำเมือง โดยหญิงสาวที่จะสามารถลงประกวด ได้นั้นต้องเป็นหญิงสาวที่เรียนจบระดับมัธยมในเมืองคาซานลักเท่านั้นซึ่งผู้ชนะจะได้เป็น "The Queen of Roses"

เที่ยงล          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ เมืองชิพก้า (Shipka) ชมโบสถ์ประจำเมืองเป็นโบสถ์นิกายบัลแกเรียออร์โธดอก สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1885-1902 ออกแบบสไตล์เดียวกับโบสถ์กรุงมอสโคว์ ศตวรรษที่ 17 สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารรัสเซีย ยูเครนและบัลแกเรีย ที่เสียชีวิตในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยตัวเองของบัลแกเรีย ในสงครามช่วงปี ค.ศ.1877-1878 ต่อมาในปี ค.ศ.1970 ได้ถูกประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ด้านวัฒนธรรมแห่งชาติ

เดินทางสู่ เมืองพลอฟดิฟ (Plovdiv) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองใน บัลแกเรีย รองจาก โซเฟีย (Sofia) มีจำนวนประชากร 378,107 คน ที่นี่เป็นศูนย์การปกครองของจังหวัดพลอฟดิฟในตอนใต้ของบัลแกเรีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด สถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านความเก่าแก่และวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี เมืองตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ บนฝั่งแม่น้ำมารีตซา ทางเหนือของทิวเขารอโดพี เมืองนี้เคยตกเป็นของมาซิโดเนียสมัยกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 เมื่อ 341 ปีก่อนคริสต์ศักราช ผนวกเข้ากับโรมใน ค.ศ. 46 ในสมัยกลางเปลี่ยนผู้ปกครองหลายครั้ง พวกเติร์กเข้ายึดครองในปี ค.ศ. 1364 จนตกเป็นของบัลแกเรียในปี ค.ศ. 1885

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Imperial Plovdiv หรือเทียบเท่า

DAY 7

พลอฟดิฟ – โรงละครโรมัน – โซเฟีย – พิเศษอาหารค่ำพร้อมโชว์พื้นเมือง

รถโค้ช         พลอฟดิฟ - โซเฟีย  ระยะทางประมาณ 145 กม.    ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 3 ชม.

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าชม โรงละครโรมัน (Roman Theatre) สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 2 ซึ่งยังใช้เป็นที่แสดงโอเปร่าในบางเทศกาลอีกด้วย

เข้าชม โบสถ์เซนต์สคอนสแตนติล (Konstantin Church) หนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ในอดีตเคยเป็นกำแพงป้อมปราการของเมืองบริวาร

ชมย่านเก่าแก่ของเมืองพลอฟดิฟ (Plovdiv) ชมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับการอนุรักษ์ทางสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองได้สมบูรณ์สวยงาม

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย            เดินทางสู่ เมืองโซเฟีย (Sofia) เมืองหลวงของบัลแกเรีย  ตั้งอยู่เชิงเขาวิโตชา เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ เก่าแก่ยาวนานถึง 7,000 ปี ซึ่งยังคงเหลือร่องรอยให้เห็นจากโบราณสถานในยุคต่างฯ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ถูกทำลายเสียหายไปมาก เมื่อครั้งสงครามรัสเซีย – ตุรกี

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Ramada Sofia หรือเทียบเท่า

DAY 8

โซเฟีย – อารามแห่งเมืองรีล่า – โซเฟีย – โดฮา

รถโค้ช         โซเฟีย – รีล่า      ระยะทางประมาณ 97 กม.        ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 2 ชม.

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองรีล่า (Rila)ตั้งอยู่บนภูเขาทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นภูเขาสูงที่สุด บัลแกเรียและเทือกเขาบอลข่าน โดยมียอดเขาชื่อ มาซูล่า (Masula) สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,925 เมตร

ชมความสวยงามของ อารามรีล่า (Rila Monastery) ซึ่งเป็นอารามของศาสนาคริสต์นิกาออร์โธดอกซ์ที่มีชื่อเสียงและมีผู้เข้าชมมากที่สุดของบัลแกเรีย ตั้งอยู่บนจุดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามของภูเขารีล่า ซึ่งสามารถมองเห็นแม่น้ำริลสก้าและแม่น้ำดรุสย่า วิทซ่า ที่อยู่เบื้องล่างได้ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ในปีค.ศ. 1983 อารามแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 10 โดยนักบุญจอห์น แห่งรีล่า (ST.John of Rila) อารามรีล่าถือเป็นศูนย์กลางของจิตวิญญาณที่ใหญ่ที่สุดของประเทศบัลกาเรีย และเป็นจุดหมายในการเดินทางแสวงบุญของคริสต์ศาสนิกชนในนิกายออร์โธดอกซ์จากทั่วโลก สัญญาลักษณ์รูปเคารพที่อารามแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดและทาด้วยทองคำเพียงแห่งเดียวในบัลแกเรีย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสะสมทรัพย์สมบัติ และวัสดุวรรณกรรมอายุกว่าร้อยปีอีกเป็นจำนวนมาก

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย            เดินทางกลับสู่กรุงโซเฟีย    ชมมหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี (Alexander Nevsky Cathedral)  ซึ่งถือเป็นมหาวิหารคริสตจักรนิกายออร์โธด๊อกซ์ที่ใหญ่อันดับต้นๆของภูมิภาค ก่อสร้างในแบบโดมหลังคาทรงกลมสีเขียว ตกแต่งด้วยหินอ่อนที่วิตรตระการตา

แวะบันทึกภาพ โบสถ์เซนต์ โซเฟีย (The Sofia Synagogue) ซึ่งเป็นโบสถ์คริสตจักรที่อยู่ใกล้ๆกัน โดยโบสถ์แห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบ Moorish Revival ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Friedrich Grünanger 200 กว่าปีที่แล้ว

17.00 น.       เดินทางสู่สนามบินกรุงโซเฟีย

22.30 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 226

DAY 9

โดฮา - กรุงเทพฯ

03.20 น.       เดินทางถึง กรุงโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

08.00 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ QR 832

19.00 น.       เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

79,900.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

เดินทาง 28 พ.ค. – 05 มิ.ย. 62

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088