สแกนดิเนเวีย 13 วัน “MIDNIGHT SUN 2018”

  • เที่ยว 4 ประเทศ เดนมาร์ก – นอร์เวย์ – ฟินแลนด์ – สวีเดน
  • โคเปนเฮเก้น – พระราชวังอามาเลียนบอร์ก – รูปปั้นเงือกน้อย
  • ออสโล – พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง – คาร์ล โจ ฮัน เกท             
  • เกโล่ – มีร์ดาล – ฟลอม (นั่งรถไฟสายโรแมนติก ฟลอมส์บานา)
  • กู๊ดวาเก้น – เบอร์เก้น แกมล่าสแตนทาวน์
  • สต็อกโฮล์ม – พิพิธภัณฑ์เรือวาซา ท่าเรือสำราญซิลเลียไลน์
  • เฮลซิงกิอนุสาวรีย์ฌอง ซีเบเลียสโรวาเนียมิ
  • หมู่บ้านซานตาครอส – พิพิธภัณฑ์อะติคุม – อิวาโล
  • อินาริ – ฮอนนิ่งสว็อก – นอร์ธเคป
  • แฮมเมอร์เฟสเสาหินเมอริเดียนอิวาโล

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – เฮลซิงกี – โคเปนเฮเก้น

 05.30 น.    พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 แถว G เคาน์เตอร์สายการบินฟินแอร์  

 08.55 น.    ออกเดินทางสู่ สนามบินเฮลซิงกี โดยเที่ยวบิน AY 090

 15.05 น.    เดินทาง สนามบินเฮลซิงกี เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

 17.45 น.    ออกเดินทางสู่ โคเปนเฮเก้นโดยเที่ยวบิน AY 667

 19.50 น.    เดินทางถึง โคเปนเฮเก้น

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Hotel Kong Arthur หรือเทียบเท่า 

DAY 2

โคเปนเฮเก้น – พระราชวังอามาเลียนบอร์ก – รูปปั้นเงือกน้อย – ออสโล

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า    นำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณ พระราชวังอามาเลียนบอร์ก (Am Alienborg  Palace) อันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีและราชวงศ์เดนมาร์ค / ชม น้ำพุเกฟิออน (Gefion Fountain) ต้นตำนานของอาณาจักรเดนมาร์ค มีนิทานเล่ากันว่าราชินีเกฟิออนแปลงร่างลูกชาย 4 คนให้เป็นโคเพื่อไถพื้นดินขึ้นมาจากใต้น้ำ เกิดเป็นประเทศเดนมาร์คในทุกวันนี้ / แวะถ่ายรูป กับ รูปปั้นเงือกน้อย (Little Mermaid) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโคเปนเฮเกน ตัวละครเอกในนิยายของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน นักแต่งนิทานชาวเดนมาร์คที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก / นำชม Town Hall Square จตุรัสกลางเมือง ซึ่งรายล้อมด้วยอาคารต่างๆ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 8 ในสไตล์โกธิค นำชม Tower Hall ด้านบนประดับด้วยรูปปั้นของ Old Thomas และรูปปั้นของมังกร ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการมีอำนาจในการปกครอง / แวะถ่ายรูปกับ พระราชวังคริสเตียนบอร์ก (Christianborg  Palace)  ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการรัฐสภา

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน 

 บ่าย    อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ถนนสตรอยก์ (Stroget Street) แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของ โคเปนเฮเกน และอยู่ในใจกลางเมือง Strøget เป็นถนนคนเดินยาวที่สุดในโลกที่มีความคับคั่งของร้านค้า ตั้งแต่สินค้าราคาถูกและสินค้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ถนนคนเดินนี้มีความยาวถึง 1.1 กิโลเมตรเริ่มจากศาลาว่าการเมือง (City Hall) ไปจนถึงถนน Kongens Nyto

 15.30 น.    เดินทางสู่ท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ DFDS ซึ่งสะดวกสบาย ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกนานาชนิด เช่น ภัตตาคาร บาร์ ไนต์คลับ และเพลินกับการเลือกชมสินค้าปลอดภาษี เรือสำราญลำนี้จะล่องสู่ทะเลเหนือจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ผ่าน OSLO FJORD ที่เป็นส่วนหนึ่งของฟยอร์ดนอร์เวย์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก (ห้องพักแบบ 2 SEASIDE)

 **พิเศษ**   รับประทานอาหารค่ำแบบสแกนดิเนเวียนบุฟเฟ่ต์ พร้อมเครื่องดื่มท่านละ 1 ดริงค์ (เบียร์ หรือ ไวน์ หรือ ซอฟท์ดริงค์) ณ ห้องอาหารบนเรือ ประทับใจกับอาหารทะเลสดจากมหาสมุทรแอตแลนติก  ** พักค้างคืนบนเรือ (ห้องพักแบบ2 BERTH SEASIDE )**

DAY 3

ออสโล – พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง – คาร์ล โจ ฮัน เกท – เกโล่

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ 

 09.45 น.    เรือเทียบท่าที่ เมืองกรุงออสโล (Oslo) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ในปี 2006 ออสโลได้ ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแทนที่โตเกียว (ข้อมูลจากนิตยสาร The Economist) โดยออสโลตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ดที่ชื่อ “ออสโลฟยอร์ด”

          นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง (Viking Ship Museum) อาคารชั้นเดียว ที่จัดแสดงเรือไวกิ้งไว้ 3  ลำ แต่ละลำมีอายุประมาณ 1,000 ปี โดยขุดได้จากรอบ ๆ ออสโลฟยอร์ด นอกจากนี้ ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปีด้วย

          ชม อุทยานฟรอกเนอร์ (Frogner Park) ท่านจะตื่นตาตื่นใจในผลงานของปฏิมากรเอกชาวนอร์เวย์ชื่อกุสตาฟ วิกเกแลนด์ ที่ใช้เวลา 40 ปีในการแกะกลุ่มรูปสลักหินแกรนิต และทองแดงให้คนรุ่นหลังได้เห็นวัฎจักรในหนึ่งชีวิตของมนุษย์ ตรงใจกลางของอุทยานเป็นที่ตั้งของรูปแกะสลักชิ้นโบว์แดงของท่านชื่อ "โมโนลิท" (สูง 17 เมตร) แกะจากหินสลักแกรนิตเพียงแท่งเดียว

          ชม คาร์ล โจ ฮัน เกท (Karl Johans gate) เป็นแหล่ง Shopping ที่เลื่องชื่อของเมืองออสโล สินค้าของฝากที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคือ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าและของที่ระลึกต่างๆ / ชม ศาลาว่าการกรุงออสโล (Oslo City Hall) ศาลาว่าการเมืองความสูง 66 เมตร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในกรุงออสโล เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 1931 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 19 ปี เพราะหยุดการก่อสร้างในช่วงสงครมโลกครั้งที่ 2 ออกแบบโดย Arnstein Arneberg และ Magnus Poulsson

          ชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) ของกษัตริย์นอร์เวย์ที่สร้างขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นที่ประทับของ King Charles ที่ 3 แห่งนอร์เวย์และสวีเดน โดยปัจจุบันเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์นอร์เวย์

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน 

 บ่าย    นำท่านไปถ่ายรูป โอเปร่าเฮ้าส์ (The Oslo Opera House) หนึ่งในโครงการปรับปรุงบริเวณชายฝั่งของออสโลให้เกิดเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์ และการปรับผังการจราจรของชายฝั่งด้านตัวเมืองออสโล นำท่านเดินทางสู่ เกโล่ (Geilo) (ระยะทาง 220 กม. / ระยะเวลา 3 ชม. 30 นาที )

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม DR Holms Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 4

เกโล่ – มีร์ดาล – ฟลอม(นั่งรถไฟสายโรแมนติก ฟลอมส์บานา) – กู๊ดวาเก้น – เบอร์เก้น

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า    นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลัม โดย นั่งรถไฟสายโรแมนติก ฟลอมส์บานา (Flamsbana)  ผ่าน สถานีรถไฟไมร์ดาล (Myrdal) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุด โดยสูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,000 เมตร เป็นสถานีรถไฟที่มีทัศนียภาพงดงามที่สุดในนอร์เวย์ เลียบไปตามเส้นทางชมวิวแสนสวย ระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชมกับธรรมชาติอันสวยงาม ลัดเลาะไปตามไหล่เขา รถไฟจะจอดให้ท่านชม น้ำตก Kjosfoss ซึ่งน้ำที่ไหลได้มาจากการละลายของหิมะบนเทือกเขาสูง  เดินทางสู่ ยอดเขาสตาลไฮม์ หมู่บ้านในเมืองวอส ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่พักตากอากาศท่ามกลางหุบผาฟยอร์ดที่สูงตระหง่าน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย    นำท่านเดินทางสู่ เมืองกู้ดวานเก้น (Gudvangen) โดยเรือ Ferry ล่องเรือชมซองน์ฟยอร์ด ที่สวยงามที่สุดในนอร์เวย์ มีความยาวถึง 204 กม. จากทะเลเข้ามาในแผ่นดินโดยเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะแผ่นดินของธารน้ำแข็งเมื่อหลายล้านปีก่อน

          นำท่านเดินทางสู่ เมืองเบอร์เก้น (ระยะทาง 147 กม. / ระยะเวลา 2 ชม. 30 นาที ) เมืองใหญ่อันดับสองได้รับยกย่องว่าเป็นเมืองวัฒนธรรม และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านตะวันตกสุดของแผ่นดินนอร์เวย์ นำท่านชมเขตเมืองเก่าของเบอร์เก้น Fish Market มีอายุกว่า 1,000 ปี

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Scandic Bergen City หรือเทียบเท่า 

DAY 5

เบอร์เก้น – แกมล่าสแตนทาวน์ – สต็อกโฮล์ม

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า    นำท่านชมเมืองเบอร์เก้น ตัวเมืองเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนเก่าแก่อายุกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ 225,000 คน ชมเมืองในฝันที่แสนน่ารัก สถานที่สวยงามที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอาทิ ย่านบริ๊กเก้นในเมืองเบอร์เก้น เป็นท่าเรืออันเก่าแก่ที่มีความสำคัญต่ออาณาจักรการค้าขายในยุคสันนิบาตฮันเซียติก อาคารอายุกว่า 900 ปี และเขตวอเตอร์ฟร้อนท์ ซึ่งเป็นตัวอย่างการก่อสร้างที่โดดเด่น และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจนได้รับการบันทึกภาพมากที่สุด และได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ (Unesco)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย    นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเบอร์เก้น เพื่อเดินทางสู่กรุงสต็อกโฮลม์ ประเทศสวีเดน

 15.00 น.    ออกเดินทางสู่สนามบิน อาร์ลันด้า สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยเที่ยวบิน DY 4140

 16.20 น.    เดินทางถึง สนามบินอาร์ลันด้า กรุงสต็อกโฮล์ม นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองสต็อคโฮล์ม นำท่านเที่ยวชมเมืองหลวงของประเทศสวีเดน ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนได้รับการขนานนามว่า “ความงามบนผิวน้ำ” (Beauty on Water) หรือราชินีแห่งทะเลบอลติค

          นำท่านชม แกมล่าสแตนทาวน์ (Gamla Stan Old Town) เมืองเก่าแก่ที่สุดและสวยงามราวกับภาพวาด ปัจจุบันยังทิ้งร่องรอยแห่งความเป็นเมืองแห่งยุคกลาง และยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง, รัฐสภา, มหาวิหาร, ตลาดหุ้น, ตลอดจนกลุ่มอาคารพิพิธภัณฑ์

          ชม พระราชวังหลวง งดงามและอลังการด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ริดดาร์ฮูเซท์ มรดกตกทอดทางวัฒนธรรมของชนชั้นขุนนาง อาคารรัฐสภาและอาคารพิพิธภัณฑ์เมือง

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Scandic Malmen Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 6

สต็อกโฮล์ม – พิพิธภัณฑ์เรือวาซา – ท่าเรือสำราญซิลเลียไลน์ – เฮลซิงกิ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า    เข้าชม พิพิธภัณฑ์เรือวาซา (Wasa Ship Museum) เรือรบบ่ายบ่ายโบราณที่จมระหว่างการออกทะเล เมื่อปี 1628 และจมอยู่ใต้ทะเลนานถึง 333 ปี ได้รับการบูรณะในปี ค.ศ. 1961 อย่างสมบูรณ์และจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วาซาที่มีอย่างสมบูรณ์และจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วาซาที่มีชื่อเสียง

          เข้าชม ศาลาว่าการเมือง (City Hall) ซึ่งออกแบบก่อสร้างโดยรังนาร์ ออสเบิร์ก (RANGNAR OSTBERG)  ตัวตึกก่อสร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อนและตกแต่งผนังในห้องเต้นรำที่มีลวดลายฝังหินโมเสกกว่า 19 ล้านชิ้น ขัดผิวหน้าเรียบแล้วเคลือบด้วยทอง

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน 

 บ่าย     นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือสำราญซิลเลียไลน์ เรือสำราญแห่งทะเลบอลติคอันหรูหราและสง่างามพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ภัตตาคาร, ร้านอาหาร, บาร์, ไนต์คลับ, ศูนย์สันทนาการสำหรับครอบครัว, ร้านค้าปลอดภาษี และเสี่ยงโชคในคาสิโนมีระดับ

**กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน**

 รับประทานอาหารค่ำแบบ “สแกนดิเนเวียบุฟเฟ่ต์” ณ ภัตตาคาร 

เรือสำราญนำท่านล่อง ทะเลบอลติก ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่เกาะ แก่งหิน ท่าเรือ และบ้านไม้สมัยศตวรรษที่ 19 ระหว่างสองเมืองหลวงมหาเสน่ห์แห่งสแกนดิเนเวีย กรุงสต็อกโฮล์ม-กรุงเฮลซิงกิ

 พักค้างคืนบนเรือ 

DAY 7

เฮลซิงกิ – อนุสาวรีย์ฌอง ซีเบเลียส – โรวาเนียมิ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือสำราญ 

 เช้า    นำท่านชม อนุสาวรีย์ฌอง ซีเบเลียส (Sibelius  Monument) นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงชาวฟินน์ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สวนซีเบเลียส (Sibelius Park) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับฌอง ซิเบเลียส ออกแบบโดย Eila Hiltunen ประติมากรชาวฟินน์ ประกอบไปด้วยท่อเหล็กประมาณ 600 ท่อเชื่อมประสานเข้าด้วยกัน อนุสาวรีย์ซีเบเลียสนี้มีน้ำหนักถึง 24 ตัน

          ชม มหาวิหารเฮลซิงกี (HelsinkiCathedral) ซึ่งในอดีตเรียกว่าโบสถ์นิโคลัส เป็นมหาวิหารที่บริสุทธิ์สวยงาม ตั้งเด่นสง่าอยู่จนเรียกว่าเป็นจุดแลนมาร์คของเฮลซิงกี

          ชม เซเนท สแควร์ (Senate Square) เป็นจตุรัสกลางเมืองที่ใช้จัดกิจกรรมใหญ่ ๆ และเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเฮลซิงกิ โดยใจกลางจตุรัสมี อนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ที่ 2 ประดิษฐานอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

 บ่าย    นำท่านแวะถ่ายรูปกับ Temppeliaukio Rock Church โบสถ์ซึ่งออกแบบโดยสองพี่น้องตัวโมและ ติโม ในปีค.ศ. 1969 เป็นโบสถ์แบบรูเธอรันที่สร้างอยู่ภายในหินขนาดใหญ่มีการตกแต่งแบบทันสมัยพร้อมระบบเสียงที่ดี / อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งหรือเดินเล่น ย่านจุดช้อปปิ้งกลางใจเมืองซึ่งบริเวณนี้มีทั้งถนนคนเดิน มีทั้งห้างสรรพสินค้า มีสินค้า แบนด์เนม ให้ทุกท่านได้เลือกซื้อ

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

 นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟเมืองเฮลซิงกิ เพื่อมุ่งหน้าสู่ เมืองโรวาเนียมิ ด้วยรถไฟตู้นอนที่ทันสมัย สะดวกสบายในแบบสไตล์ของสแกนดิเนเวียร์ 

DAY 8

โรวาเนียมิ – หมู่บ้านซานตาครอส

 รับประทานอาหารเช้า (Box Breakfast) 

 เช้า    เดินทางถึง เมืองโรวาเนียมิ (Rovaniem) เมืองซึ่งตั้งอยู่บริเวณส้นอาร์คติกเซอร์เคิล เป็นเมือง ศูนย์กลางธุรกิจ การปกครอง และการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ทางตอนเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ Kemijoki และแม่น้ำ Ounasjoki ได้ชื่อว่าเป็นเมืองปากประตูสู่แผ่นดินชาว Lanpland และยังถือว่าเป็นเมืองของซานตาคลอส ที่เด็ก ๆ รู้จักกันดีทั่วโลกอยู่ด้วย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Xiang Long 

 บ่าย    นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านซานตาครอส ที่มีประวัติความเป็นมายาวมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1925 ตั้งอยู่บนเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล จากความเชื่อที่ว่าลุงซานต้า หนวดขาวผู้เป็นอมตะ และมีเอลฟ์ซึ่งมีตำนานในแถบสแกนดิเนเวียเป็นผู้ช่วย จะทำหน้าที่ส่งของขวัญในวันคริสต์มาสให้กับเด็กและพูดคุยกับเด็กๆ, รับจดหมายของเด็กๆจากทั่วโลก ภายในหมู่บ้านมีที่ทำการไปรษณีย์ สำหรับท่านที่ต้องการส่งของขวัญไปยังคนที่ท่านรัก , ร้านขายของที่ระลึก, ถ่ายรูปกับคุณลุงซานต้าไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นตามอัธยาศัย กลางตัวเมืองโรวาเนียมิ ซึ่งมีร้านค้า บาร์ คอฟฟี่ชอป ฯลฯ

 รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร Hai Long 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Original Soko Hotel Vaakuna Rovaniemi หรือเทียบเท่า 

DAY 9

โรวาเนียมิ – พิพิธภัณฑ์อะติคุม – อิวาโล

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า    นำเข้าชม พิพิธภัณฑ์อะติคุม (Arktikum) เป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ วัฒนธรรมกลุ่ม         ชาวซามิ ประวัติศาสตร์ของเมืองโรวาเนียมิ รวมทั้งพืชพันธุ์ ดอกไม้และสัตว์ในแลป์ลานด์ และมีห้องชมภาพยนตร์เกี่ยวกับปรากฏการณ์ของแสงออโรราซึ่งได้มีการถ่ายทำมาจากเหตุการณ์จริง

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย    นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิวาโล (Ivalo) (ระยะทาง 287 กม. / ระยะเวลา 3 ชม 19 นาที.) เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวประมงว่ามีแหล่งแม่น้ำที่มีปลาแซลมอนดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ชมความงามของทะเลสาบอินารี แหล่งน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวแลปป์ แวะซื้อของที่ระลึกงานฝีมือของชาวแลปป์ นำท่านข้ามผ่านสู่เขตแดนของประเทศฟินแลนด์

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Ivalo hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 10

อิวาโล – อินาริ – ฮอนนิ่งสว็อก - นอร์ธเคป

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า    นำท่านขึ้นสู่ดินแดนตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ / ผ่านชมและแวะถ่ายรูป ทะเลสาบอินารี แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่กับเกาะแก่งมากมาย บริเวณแถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวแลปป์ (Sami)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นบ้าน 

 บ่าย    ลอดอุโมงค์ใต้ทะเลสู่นอร์ธเคปที่เดินทางสู่ เมืองฮอนนิ่ง สวอก (Honningsvag) (ระยะทาง 353 กม. / ระยะเวลา 4 ชม. 47 นาที ) ซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่เหนือสุดของโลก ดินแดนทางภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ เป็นแคว้นกว้างใหญ่ซึ่งเป็นบริเวณแห่งทะเลน้ำแข็ง (Arctic Circle) และเป็นดินแดนแห่ง “พระอาทิตย์เที่ยงคืน” / เข้าชม อาร์ติโก้บาร์น้ำแข็ง ที่แกะสลักจากน้ำแข็งขั้วโลกทั้งโต๊ะ, เก้าอี้ หรือแม้แต่แก้วเครื่องดื่มเอง เป็นประสบการณ์ดีๆในการเยือนขั้วโลกเหนือ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม 

 21.00 น.    นำทุกท่านเดินทางสู่ นอร์ธเคป (North Cape) หรือแหลมเหนือ  เป็นแหลมที่อยู่ปลายเกาะมาเกโรยาในภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ ตัวแหลมมีความสูง 307 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นหน้าผาที่สูงชัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมาเยือนเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1907

          ชม ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป ซึ่งตั้งอยู่บนปลายแหลมนอร์ธเคป นำท่านชม อ่าวฮูร์นวีคา (Hornvika Bay) เรือพระที่นั่งทอดสมอเมื่อ 100 ปีก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินสู่แหลมเหนือ เข้าสู่อาคารชมภาพถ่ายเกี่ยวกับการประพาสของรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2450 ซึ่งพระองค์ได้จารึกพระปรมาภิไธยบนก้อนหินขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบันได้จัดแสดงไว้ให้ชาวไทยได้มีความภาคภูมิใจในพระปรีชาสามารถภายในพิพิธภัณฑ์สยาม ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย รับฟังและชมเรื่องราวของปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนในห้อง Auditorium ก่อนที่จะไปชมปรากฏการณ์จริงด้านนอก

          พิเศษ!! ร่วมฉลองปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน และการเยือนดินแดนนอร์ธเคป ด้วยการดื่มแชมเปญพร้อมทั้งรับใบประกาศ ของทางนอร์ธเคปให้กับทุกท่านด้วย (การชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนนั้น เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นด้วย)

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Scandic Honingsvaag หรือเทียบเท่า 

DAY 11

ฮอนนิ่งสว็อก – แฮมเมอร์เฟส – เสาหินเมอริเดียน – อิวาโล

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า    นำท่านเดินทางสู่ เมืองแฮมเมอร์เฟส (ระยะทาง 178 กม. / ระยะเวลา 2 ชม. 39 นาที ) เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่ประมาณ 9,500 คน เป็นเมืองท่าและเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์คติคเซอเคิลผ่านชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงาม บางครั้งสามารถพบเห็นกวางเรนเดียร์ได้ตลอดสองข้างทาง

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นบ้าน 

 บ่าย    นำท่านแวะถ่ายรูปกับ เสาหินเมอริเดียน สร้างขึ้นสมัยกษัตริย์ออสก้าที่ 2 ค.ศ.1894 เป็นสัญลักษณ์ของการวัดเส้นรอบวงของโลกของโครงการวิทยาศาสตร์นานาชาติ และได้รับการขึ้นทะเบียนการเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ ในปี ค.ศ.2005

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิวาโล (ระยะทาง 371 กม. / ระยะเวลา 5 ชม.)

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (บุฟเฟ่ต์) 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Ivalo Hotel หรือเทียบเท่า 

DAY 12

อิวาโล – เฮลซิงกิ – กรุงเทพฯ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 09.00 น.    นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 12.35 น.    ออกเดินทางสู่ สนามบินเฮลซิงกิ โดยเที่ยวบินที่ AY 557      

 15.05 น.    เดินทางถึง สนามบินเฮลซิงกิ แวะเปลี่ยนเครี่อง

 17.35 น.    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ AY089

 

DAY 13

กรุงเทพฯ

 07.15 น.    เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

159,000 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095