ตุรกี 9 วัน

  • อิสตันบูล – ชานัคคาเล่ – กรุงทรอย
  • เพอร์กามัน – วิหารอะโครโปลิส – คูซาดาซึ
  • เมืองโบราณเอฟฟิซุส – ปามุคคาเล่
  • ปราสาทปุยฝ้าย – คอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลานา
  • คาราวานสไลน์ – คัปปาโดเกีย – เกอเรเม
  • นครใต้ดิน – ชมระบำ Belly Dance
  • สุเหร่าสีน้ำเงิน – โบสถ์เซนต์โซเฟีย
  • พระราชวังทอปกาปึ – พระราชวังโดลมาบาชเช่
  • ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – อิสตันบูล

 18.30 น.   คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ  เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ แถว U ประตู 9

 21.30 น.   ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK 065

DAY 2

อิสตันบูล – ชานัคคาเล่ – กรุงทรอย

 04.00 น.   เดินทางถึง อิสตันบูล ประเทศตุรกี

 เช้า   นำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale) ตั้งอยู่บนทะเลมาร์มาราและทะเลอีเจียน เมืองแห่งนี้จึงเคยเป็นชุมทางการค้า ศูนย์กลางการเดินเรือเชื่อมต่อเอเชียกับยุโรป

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   นำท่านสู่ กรุงทรอย เพื่อชม ม้าไม้จำลองเมืองทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงทรอยแตก สงครามม้าไม้เป็นสงครามที่สำคัญตำนานของกรีก และเป็นสงครามระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกรุงทรอยหลังจากสู้รบกันเป็นเวลาสิบปี กองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย โดยทหารกรีกได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจัน แล้วก็ทำการเข็นไปไว้หน้ากรุงทรอย เหมือนเป็นของขวัญและสัญลักษณ์ว่าชาวกรีกยอมแพ้สงคราม และได้ถอยทัพออกห่างจากเมืองทรอย ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจัน ก็ต่างยินดีว่ากองทัพกรีกได้ถอยทัพไปแล้ว ก็ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมือง แล้วทำการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่ เมื่อชาวทรอยนอนหลับกันหมด ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ ก็ออกมาจากม้าโทรจัน แล้วทำการเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกเข้ามาในเมือง แล้วก็สามารถยึดเมืองทรอยได้ ก่อนที่จะทำการเผาเมืองทรอยทิ้ง ซึ่งม้าตัวนี้ เป็นม้าที่วอร์นอร์ บราเดอร์ส มอบให้เป็นของขวัญแก่เมืองชานัคคาเล หลังจากที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Troy จบแล้ว   

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Iris Hotel (4*) หรือเทียบเท่า 

DAY 3

ชานัคคาเล่ – เพอร์กามัน – วิหารอะโครโปลิส – คูซาดาซึ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านเดินทางสู่ เมืองเพอร์กามัม (Pergamom) แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมกรีกโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่ง / ชม แอสเคอเพอลิย่อน (Asklepion) โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ และถือว่าเป็นแห่งแรกของโลก นอกจากนั้นยังเป็นที่รู้จักกันอีกอย่างว่าที่นี่ยังเป็นโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกของโลกอีกด้วยเช่นกัน โดยภายในโรงพยาบาลแอสเคอเพอลิย่อน ประกอบไปด้วยโรงละครโรมันรูปครึ่งวงกลม ห้องสมุด บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และอุโมงค์ จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นวิหารอะโครโปลิส ชมความยิ่งใหญ่ของ วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมทางสังคมและวัฒนธรรมในอดีต

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกีตัดกับทะเลอีเจี้ยน ชมร้านขนม Turkish Delight  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Grand Belish Hotel (5*) หรือเทียบเท่า 

DAY 4

คูซาดาซึ – เมืองโบราณเอฟฟิซุส – ปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง และร้านขนม Turkish Delight  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

          นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionian) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิซุสขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้

          นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkala) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก ท่านจะได้สัมผัส เมืองเฮียราโพลิส (Hierapolis) เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อน ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรค เมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลง เหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไป บางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไร เช่น โรงละคร แอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่ วิหารอะพอลโล สุสานโรมันโบราณ เป็นต้น

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Colossae Thermal Hotel (5*) หรือเทียบเท่า 

DAY 5

ปามุคคาเล่ – คอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลานา – คาราวานสไลน์ – คัปปาโดเกีย

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านเดินทางสู่ คอนย่า (Konya) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของประเทศตุรกี

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana museum) หรือสำนักลมวน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี  ค.ศ. 1231 โดย เมฟลานา เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ (Whirling Dervishes) โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟานา เจลาเลดดิน ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในตกแต่งประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดาและบุตรของเมฟลานา

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” / ระหว่างทางแวะชม คาราวานสไลน์ ที่พักแรมและที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Alfina cave หรือเทียบเท่า 

DAY 6

คัปปาโดเกีย – เกอเรเม – นครใต้ดิน

ในวันนี้ท่านสามารถเลือกซื้อ Optional Hot Air Balloon Tour ได้ สนนราคาประมาณ 210 USD ต่อท่านสำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional tour ขึ้นกับดุลยพินิจของท่าน

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านเดินทางสู่ เกอเรเม (Goreme) เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 เป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในดินแดนคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1 “เซนต์ปอล” เดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนว่าชาวโรมันผู้ปกครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนจากการถูกรังควานของโรมัน ด้วยการเจาะถ้ำขุดพื้นดินลงไปเป็นอุโมงค์ เกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา และได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ทำเป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมากกระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่ ว่ากันว่ามีถึง 365 หลังด้วยกัน (สร้างตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ว่าปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก / แวะชม โรงงานทอพรม และโรงงานเซรามิค พร้อมจับจ่ายซื้อของฝากตามอัธยาศั

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   นำท่านเข้าชม นครใต้ดิน (Underground city of Kaymakli) เมืองใต้ดินที่มีครบทุกอย่าง ทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ ซึ่งสาเหตุแท้จริงของการสร้างเมืองใต้ดินปัจจุบันยังสรุปไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าเป็นการสร้างเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู (โดยเฉพาะพวกทหารโรมัน) แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นกลับถ่ายเทเย็นสบาย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง  พร้อมชมโชว์ระบำหน้าท้อง Belly Dance

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Dinler Hotel (5*) หรือเทียบเท่า 

DAY 7

คัปปาโดเกีย – อิสตันบูล – สุเหร่าสีน้ำเงิน – โบสถ์เซนต์โซเฟีย – พระราชวังทอปกาปึ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านเดินทางสู่ สนามบินไคเซรี่ (Kayseri) 

 09.00 น.   ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK2011

 10.35 น.   เดินทางถึง อิสตันบูล

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   นำท่านเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันให้มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่า โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia) ของจักรวรรดิ ไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่าแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซนต์โซเฟีย อย่างไรก็ตาม โบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน / ชมสนามแข่งม้าของชาวโรมัน หรือ “ฮิปโปโดรม” (Hippodrome) หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิสสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้นคือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ตุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สองคือ เสางู และเสาต้นที่สามคือ เสาคอนสแตนตินที่ 7

          นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย (ST. Sophia) ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบเซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น  1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์ แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิส แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเตริ์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิสของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา

          นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเบิลหรืออิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังทอปกาปึนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มารา ภายในพระราชวังประกอบด้วยตำหนักน้อยใหญ่ พลับพลา พระคลังมหาสมบัติ มัสยิส หอพัก โรงเรียน ฯลฯ

          นำท่านสู่ย่านการค้าชื่อดัง “แกรนด์บาร์ซาร์” (Grand Bazzar) ตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลางค.ศ.15 เป็นตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกีอย่างจุใจ เช่น โคมไฟ, ของฝาก, ผ้าพันคอ, ฯลฯ

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Crown Plaza Harbiye Hotel (5*) หรือเทียบเท่า 

DAY 8

พระราชวังโดลมาบาชเช่ – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – Cable Car ขึ้นสู่ยอดเขาเปียลอททึ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้า   นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาชเช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และ โคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน แขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่

          นำท่าน ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตรจนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจนกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้ และไม่เคยปรากฏว่ากรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนักมาก่อนเลย ทั้งนี้เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี้เอง ปี ค.ศ. 1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัสซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็น พระราชวังโดลมาบาชเช่ หรือ บ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 บ่าย   นำท่านขึ้นนั่งกระเช้า Cable Car ขึ้นสู่ยอดเขาเปียลอททึ (Pierre Loti hill) ยอดเขาซึ่ง  สามารถเห็นวิวของโกลเด้นฮอร์นและทัศนียภาพของนครอิสตันบูลได้อย่างชัดเจน ชื่อของเขาเปียลอททีถูกตั้งขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่ "จูเลี่ยน วูด" Julien Viaud นักประพันธ์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสซึ่งมีชื่อเสียงในตุรกีเป็นอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 19 หรือที่รู้จักในนามปากกา "เปีย ลอททึ" Pierre Loti อิสระให้ท่านชม  ทัศนียภาพอันสวยงามบนยอดเขาเปียลอททีตามอัธยาศัย ท่านสามารถนั่งจิบกาแฟตุรกี Turkish Coffee ที่มีชื่อเสียงหรือชาหลากหลายชนิดในร้านคาเฟ่

          นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสทักซิม (Taksim Square) ถือเป็นหัวใจสำคัญของความทันสมัยแห่งอิสตันบูล มุมด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์อิสรภาพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนคนเดิน 'Istiklal Caddesi' ตลอดถนนเรียงรายไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดและบาร์

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

 22.00 น.   นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

DAY 9

อิสตันบูล – กรุงเทพฯ

 01.55 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเทียวบินที่ TK 068

 14.50 น.   เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

51,700 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

 

**20 - 28 ต.ค. 61 (55,700.-)

01 – 09 ธ.ค. 61

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095