ยุโรป บอลข่าน 13 วัน 10 คืน อดีตยูโกสลาเวีย

(1):     กรุงเทพฯ – โดฮา

(2):     บูดาเปสต์

(3):     บูดาเปสต์ – โนวิ ซาด – เบลเกรด (เซอร์เบีย)

(4):     เบลเกรด (เซอร์เบีย) – วิหารเซนต์ซาวา

(5):     เบลเกรด (เซอร์เบีย) – ซวอร์นิก – ซาราเยโว (บอสเนีย)

(6):     ซาราเยโว (บอสเนีย)มอสต้า (บอสเนีย)  

(7):     มอสต้า (บอสเนีย) ดูบรอฟนิค (โครเอเชีย)

(8):     ดูบรอฟนิค (โครเอเชีย)กอโตร์ (มอนเตรเนโกร) – บุดว่า 

(9):     บุดว่า ปราสาทคูจ้า – ทีราน่า

(10):    ทีราน่า – เบรัต – โอครีด

(11):    โอครีด – สโกเปีย

(12):    สโกเปีย – โดฮา

(13):    กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ - โดฮา

17.30 น.         พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์ ประตู 7/8  แถว P/Q

20.40 น.         ออกเดินทางสู่ โดฮา เที่ยวบินที่ QR 833

23.50 น.         เดินทางถึงสนามบินโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

DAY 2

บูดาเปสต์

02.00 น.         ออกเดินทางสู่ บูดาเปสต์ โดยสายการบินกาตาร์ เที่ยวบินที่ QR 201

06.45 น.         เดินทางถึงสนามบิน บูดาเปสต์ หัวหน้าทัวร์ นำท่านผ่านขั้นตอน ตรวจหนังสือเดินทาง และ ศุลกากรเรียบร้อย

เช้า               นำท่านชม เมืองบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของประเทศฮังการี นครสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ริมสองฝั่งแม่น้ำดานูป สมญานามว่า “ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูป”

ชม ป้อมชาวประมง (Fisherman Bastion) เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามของเมืองบูดาเปสต์ ที่สามารถมองเห็นแม่น้ำดานูบตลอดจนสะพานเชน และอาคารรัฐสภาฮังการีในแบบพาโนรามาป้อมปราการใหญ่โตที่ทิ้งร่องรอยแห่งอดีต สร้างใน ปีค.ศ.1895 อยู่บนเนินเขาสูงริมแม่น้ำดานูบ เดิมเป็นตลาดขายปลาตั้งแต่สมัยยุคกลาง มีป้อมปราการดูแลโดยชาวประมง ปัจจุบันบูรณะใหม่ให้มีทางเดินบางส่วนมีหลังคาคลุม มีลาน Holy Trinity square เป็นจุดศูนย์กลางของบริเวณเมืองเก่า ตรงกลางมีอนุสาวรีย์สร้างไว้เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ในอดีต และมีรูปปั้นบนเสานี้ คือ Saint Stephen นอกจากนี้ มียอดหอคอยรูปกรวยเป็นระยะๆ ด้านข้างของลานนี้มีโบสถ์ Matyas มีจุดชมวิวเห็นความงามของเมือง

ผ่านชม โบสถ์แมทเทียยาส (Matthias Church) โบสถ์ในศิลปะแบบกอธิค สร้างในราว ศตวรรษที่ 13 หลังคาของโบสถ์ปูด้วยกระเบื้องสีลวดลายสวยงาม

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย              นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำดานูบ (Danube River) แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ 2 สายคือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง

Donaueschingen ถือเป็นแม่น้ำสายโรแมนติกสายหนึ่งของยุโรป แม่น้ำเส้นนี้เป็นเส้นแบ่งอาณาเขตของประเทศต่างๆ ถึง 10 ประเทศคือ เยอรมัน ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี โครเอเชีย เซอร์เบีย บัลแกเรีย โรมาเนีย มอลโตวา และยูเครน ทั้งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่รองรับน้ำจากหลายประเทศเพื่อไหลลงสู่ทะเลดำ

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Novotel Centrum หรือเทียบเท่า

DAY 3

บูดาเปสต์ - โนวิ ซาด - เบลเกรด (เซอร์เบีย)

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมือง โนวิ ซาด (Novi Sad) (294 กม. / ระยะเวลา 3 ชม.) เมืองหลวงของจังหวัด

                  ที่ปกครองตนเอง วอยวอดีนา (Vojvodina)

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย            นำท่านชม เมืองโนวิซาด (Novi Sad) เริ่มจาก จัตุรัสกลางเมืองโนวิซาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ยอดแหลมสูงเสียดฟ้า ชื่อว่า Crkva imena Marijinog หรือ The Name of Mary Church เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก ซึ่งชาวเมืองเรียกสั้นๆว่า Cathedral ผ่านชมที่ว่าการเมืองหลังเก่า (Grandska Kuca)

เดินเล่นชม ถนนคนเดินสายหลักของเมืองนี้มีชื่อว่า Ulica Zmaj Jovina สองข้างทางของถนนมีอาคารแถวเตี้ยๆ สีพาสเทลสดใสสลับสีตัดกันอย่างสวยงาม ถนนแห่งนี้เป็นแหล่งค้าขาย เช่น ร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า ร้านอาหาร ร้านไอศครีม ร้านขายยา เป็นต้น

ผ่านชม อาคารสไตล์เซอร์เบียนไบแซนไทน์ ที่เรียกว่า Vladicanski dvor หรือ Bishop’s Palace ข้างหน้าวังมีรูปปั้นของ Jovan Jovanovic (Zmaj) กวีเอกของเซอร์เบียตั้งอยู่ และ Church of Saint George

เดินทางสู่ นครเบลเกรด (Belgrade) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเซอร์เบีย พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำมีเนินต่ำๆสลับ มีแม่น้ำสำคัญตัดผ่านเมืองสองสาย คือ แม่น้ำซาวาไหลจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และมาบรรจบกับแม่น้ำดานูบ ซึ่งไหลมาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยจุดที่แม่น้ำทั้งสองสายไหลมารวมกัน ถือว่าเป็นสมรภูมิที่ดีมาแต่ยุคโบราณจึงเป็นที่ตั้งของ ป้อมปราการโบราณของเบลเกรด (Belgrade Fortress)

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม  DESIGN MR PRESIDENT HOTEL หรือเทียบเท่า

DAY 4

เบลเกรด (เซอร์เบีย) - วิหารเซนต์ซาวา

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมสถานที่สำคัญที่สุดของเมืองหลวงของเซอร์เบีย คือ เมืองเบลเกรด เดินชมเมืองจากสภาแห่งชาติ (National Parliament) ผ่านชมสภาเมือง (City Parliament) หรือ พระราชวังเก่า (Old Palace) ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์โอบรีโนวิค (Obrenović dynasty) สถานที่อยู่ติดกันนั้นคือพระราชวังใหม่ (New Palace) ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเซอร์เบีย

นำท่านชม วิหารเซนต์ซาวา (St. Sava Temple) เป็นโบสถ์คริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สร้างขึ้น ณ จุดที่เชื่อกันว่า เป็นสถานที่เผาศพนักบุญซาวา ซึ่งเป็นนักบุญที่เคารพ  ของชาวเซอร์เบีย  ตัวอาคารสูง 70 เมตร แต่ถ้ารวมไม้กางเขนทองคำด้วยก็จะมีความสูง ถึง 82เมตร ตัวอาคารเริ่มสร้างเมื่อปี 1935 แต่ก็การก่อสร้างได้หยุดชะงักลง จนกระทั่งมีการเริ่มสร้างใหม่อีกครั้งในปี 1985 จนถึงปัจจุบันอาคารภายในก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามคาดว่ามหาวิหารแห่งนี้จะสร้างเสร็จในปี 2020 โดยจะมีการสร้างลิฟท์ขนาดใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวจากมุมสูงบริเวณฐานโดมของมหาวิหารแห่งนี้

นำท่านเดินเที่ยวที่ จัตุรัสนิโคลา พาสิก (Nikola Pašić Square) ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนายกเทศมนตรีคนก่อนของเบลเกรด และเป็นที่ตั้งของหนึ่งในน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในเซอร์เบีย

ชมสวนเบลเกรด (Belgrade Park) และ สวนคาเลเมกดัน (Kalemegdan Park) ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของเมือง ซึ่งคุณจะได้เห็นการรวมตัวกันของแม่น้ำ

ซาวา (Sava River) และแม่น้ำดานูบ (Danube River)

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              ชมซินดิเค็ท เฮ้าส์ (Syndicate House) ที่มีชื่อเสียงและไปยังจัตุรัสเทราซีเอ (Terazije Square) ชมใจกลางเมือง หรือ จัตุรัสรีพับลิก (Republic Square) ซึ่งมีอนุสาวรีย์เจ้าชายมิฮาเอล (Prince Mihail Monument) อยู่ตรงกลาง รวมทั้งโรงละครแห่งชาติ  (National Theatre) และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (National Museum) ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน รู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาของถนนคะเนซ มิฮาโลว่า (Knez Mihailo Street) ซึ่งเป็นเขตท่องเที่ยวและช้อปปิ้งหลักของเมือง มีเวลา เดินเล่น ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ของฝากที่ละลึก หรือสินค้าแบรนด์เนม

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม DESIGN MR PRESIDENT HOTEL หรือเทียบเท่า

DAY 5

เบลเกรด (เซอร์เบีย) - ซวอร์นิก - ซาราเยโว (บอสเนีย)

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทาง ข้ามพรมแดนสู่ประเทศ บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวีนา ตรวจหนังสือเดินทางที่พรมแดน

นำท่านผ่านเมือง ซวอร์นิก (Zvornik) เป็นเมืองในบอสเนีย และ เฮอร์เซโกวีนา ตั้งอยู่ในเขตปกครองของ Republika Srpska ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Drina

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางต่อสู่ นครหลวง ซาราเยโว (304 กม.) เมืองหลวงของประเทศ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซาราเยโว (Sarajevo) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มีจำนวนประชากรราว 6 แสนคนเศษ ซาราเยโวเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในแถบคาบสมุทรบอลข่าน มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน ราวปี ค.ศ. 1461 เหตุการณ์ที่สำคัญของเมืองซาราเยโวคือ เป็นสถานที่ที่ อาร์ชดยุกฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์แห่งออสเตรีย ถูกลอบปลงพระชนม์ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 และเป็นสาเหตุให้เกิด สงครามโลกครั้งที่ 1 ในเวลาต่อมา เคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวใน ค.ศ. 1984 โดยในขณะนั้นซาราเยโวเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูโกสลาเวีย นอกจากนี้ในช่วงระยะเวลาที่ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาต้องการแยกออกจากประเทศยูโกสลาเวีย เมืองซาราเยโวถูกปิดล้อมโดยกองทัพยูโกสลาเวียเป็นระยะเวลากว่า 1,425 วัน (ประมาณ 3 ปี 11 เดือน) โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ทำให้ถูกบันทึกว่าเป็นเหตุการณ์ปิดล้อมเมืองที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลกสมัยใหม่

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม HOTEL HILLS CONGRESS & THERMAL  หรือเทียบเท่า

DAY 6

ซาราเจโว (บอสเนีย) - มอสต้า (บอสเนีย)

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ความงดงามของ สุเหร่า GAZI HUSREV-BEG MOSQUE ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าแบบออตโตมันที่สำคัญที่สุดในเมืองซาราเยโวเป็นมัสยิดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 เป็นมัสยิดเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบอสเนียฯ และถือว่าเป็นหนึ่งในมัสยิดของคาบสมุทรบอลข่านที่มีสถาปัตยกรรมแบบออโตมันที่เด่นชัด

นำท่านชม Latin Bridge หรือ Principov bridge สะพานออตโตมันข้ามแม่น้ำ Miljaka ที่บริเวณสะพานเหนือแม่น้ำ เป็นจุดที่ Archduke Franz Ferdinand of Austria แห่งจักรวรรดิ Austro - Hungarian และพระนางSophie Duchess of Hohenberg ภริยาถูกลอบสังหารโดย Gavrilo Princip เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1914 จนกลายเป็นชนวนของสงครามโลกครั้งที่ 1 นำชมตลาด เขตอนุรักษ์ตามแบบฉบับของออกโตมัน Morića Han

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองมอสต้า (Mosta) (129 กม./ ระยะเวลา 2 ชม. 10 นาที) ประเทศบอสเนียและเฮอเซโกวีน่า (Bosnia & Herzegovina) โมสตาร์ เป็นเมืองที่เคยถูกระเบิดครั้งใหญ่และโดนผลกระทบในช่วงสงครามระหว่างเซิร์บกับโครแอต โมสตาร์เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ ตั้งอยู่บนแม่น้ำเนเรทวา (Neretva) ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพรมแดนกั้นวัฒนธรรมของสองท้องถิ่น คือทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจะเป็นส่วนของศาสนาอิสลามคือเป็นส่วนที่เป็นที่ตั้งของสุเหร่าและเตอร์กิสเฮาส์ ส่วนฝั่งตะวันตกจะเป็นส่วนของศาสนาคริสต์แบบคาทอลิก อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์และที่อยู่ของนักบวช ปัจจุบันโมสตาร์เป็นเมืองที่สวยงามและโด่งดังที่สุดอีกแห่งหนึ่งประเทศของบอสเนีย คำว่า โมสตาร์ มาจากคำว่า “The Bridge Keepers” หรือแปลว่า ชาวโมสตาร์ที่คอยดูรักษาสะพานที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเนเรทว่า

นำท่านชม เมืองมอสตาร์ (Mostar) เมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (Bosnia and Herzegovina) เป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเฮอร์เซโกวีนา (Herzegovina) ภูมิภาคศูนย์กลางของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาของแม่น้ำเนเรตวา (Neretva River) นอกจากนี้แล้ว มอสตาร์ยังเป็นเมืองที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของเหล่าสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจซึ่งมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมในหลากหลายรูปแบบ จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ.2005 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกให้สะพานโบราณรวมไปถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่ใกล้เคียงที่สุดของสะพานให้อยู่ในรายชื่อมรดกโลกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

ชม สะพานเก่ามอสตาร์ (Stari Most) สะพานเก่าแก่ของเมืองและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมอสตาร์ สร้างด้วยหิน Tenelija เป็นสีแบบโทนอ่อน และสีของสะพานจะเปลี่ยนไปตาม แสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาที่สะพานในแต่ละช่วงเวลา สร้างขึ้นโดยออตโตมัน ในปี 1566 ตัวสะพานดั้งเดิม ถูกทำลายไปในช่วงเกิดสงคราม และสะพานปัจจุบันเป็นสะพานที่สร้างขึ้นใหม่โดยเลียนแบบเดิม ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้

ชม ย่านเมืองเก่าของมอสตาร์ (Mostar Old Town) ย่านที่เต็มไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ มากมาย อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำเนเรทวา (Neretva) ย่านเขตเมืองเก่ามอสตาร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม HOTEL MEPAS หรือเทียบเท่า

DAY 7

มอสต้า (บอสเนีย) - ดูบรอฟนิค (โครเอเชีย)

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศโครเอเซีย สู่เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดของประเทศ ได้แก่เมือง ดูบรอฟนิค (Dubrovnik) (130 กม. / ระยะเวลา 2 ชม. 15 นาที) ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐโครเอเชีย เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย และเป็นเมืองที่สวยงามติดอันดับต้นๆของโลก ซึ่งในอดีตเมื่อปี 1991 เมืองดูบรอฟนิค ได้เป็นเป้าหมายถูกโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆ เสียหาย และทรุดโทรม และหลังจากนั้นในปี 1995 ได้มีการได้มีการลงนามในสนธิสัญญา ERDUT สงบศึก และเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ UNESCO และสหภาพยุโรป ได้ร่วมกันบูรณะ ซ่อมแซม เมืองส่วนที่เสียหายขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันสั้น ปัจจุบันเมืองดูบรอฟนิค ก็กลับมาสวยงามอีกครั้ง และมีการส่งเสริมให้เป็นมรดกโลกอีกเมืองหนึ่งชมทัศนียภาพของเมืองซึ่งดูบรอฟนิค ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลอาเดรียติค ตัวเมืองจะเป็นป้อมปราการโบราณที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง

นำท่านชม ศาลาว่าการประจำเมือง (City Hall) / เข้าชม Rector’s Palace ศูนย์กลางการบริหารเมืองดูบรอฟนิคในอดีตที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีก - โรมัน

ชมเสาหินโรแลนด์  (Roland’s Column) เป็นเสาหินที่นำเข้ามาที่ดูรอฟนิคเมื่อปี ค.ศ. 1419 โดยเสานี้เป็นสัญลักษณ์หมายถึงอิสรภาพและเอกราชของเมืองดูบรอฟนิค ด้านบนของเสาเป็นที่ตั้งของเสาธง ซึ่งจะใช้แขวงธงที่มีอักษรเขียนไว้ว่า “อิสรภาพ” (LIBRTAS) ในงานเทศกาลฤดูร้อนของเมืองดูบรอฟนิค

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              นำท่านเดินขึ้นกำแพงเมืองดูบรอฟนิก (Dubrovnik City Wall) สัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของเมืองดูบรอฟนิกและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก มาเที่ยวดูบรอฟนิกแล้วไม่ได้ขึ้นเหมือนมาไม่ถึงดูบรอฟนิก  สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 เป็นกำแพงที่สร้างล้อมรอบย่านตัวเมือง ตั้งอยู่ริมทะเลเอเดรียติก มีความยาวถึง 1,940 เมตร ถือว่าเป็นกำแพงเมืองที่สวยงามที่สุดและแข็งแรงที่สุดแห่งหนึ่งในเขตทะเลเมดิเตอเรเนียน โดยบนกำแพงแห่งนี้ประกอบไปด้วยป้อมปราการที่ทำหน้าที่ปกป้องตัวเมืองและหอคอย

ชม ประตูปิเล (Pile  Gate) ซึ่งเป็นทางเข้าหลักที่เชื่อมอยู่กับสะพานหินที่มีอายุย้อนถึงปี ค.ศ.1537 เหนือประตูปิเลมีรูปปั้นของนักบุญเบลส (St. Blaise) ซึ่งเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเมืองดูบรอฟนิก

ผ่านชมโบสถ์เซนต์นิโคลัส (St. Nikola Church) ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ในฐานะเป็นอาราม  แห่งฟรานเซสกัน ตั้งอยู่หน้าอ่าวลูก้า (Luka Bay) มีม้ายาวสำหรับนั่งฟังสวดสร้างขึ้นตามแบบชาวสปาร์ตัน ด้านตรงข้ามแท่นบูชามีภาพวาด Our Lady of Cavtat อันมีค่าวาดโดย Carmela Reggia Palermitana ศิลปินดูบรอฟนิก / เก็บบันทึกภาพด้านหน้าของ Sponza Palace ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14   ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาเอกสารโบราณที่สำคัญ ๆ รวมถึงคำจารึกเป็นภาษาละตินโบราณที่   ใช้เตือนใจพ่อค้าวาณิชทางทะเล “ห้ามกระทำการโกงน้ำหนักในการซื้อขาย ขณะที่ท่านชั่งตวง สินค้า เพราะพระเจ้ากำลังจับตา และวัดความซื่อสัตย์ของท่านอยู่”

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม Adria หรือเทียบเท่า

DAY 8

ดูบรอฟนิค (โครเอเชีย) - กอโตร์ (มอนเตรเนโกร) – บุดว่า

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองกอโตร์ (Kotor) (92 กม. / ระยะเวลา 1 ชม. 45 นาที) เมืองชายฝั่งทะเลแสนสวยอีกเมืองของประเทศมอนเตเนโกร

ประเทศซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน”โดยประเทศสาธารณรัฐมอนเตเนโกรนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเล

เอเดรียติคถึงแม้สถานที่โดยรวมของประเทศจะมีขนาดเลกมากแต่ก็อุดมสมบูรณ์ไปดวยธรรมชาติอันงดงามอ่อนละมุนคลื่นสงบไม่รุนแรงจนเกินไป ทะเลสาบน้ำเงินเข้มใส แม่น้ำไหลเชี่ยวและภูเขาสวยสง่า บางแห่งจะเห็นเป็นฟยอร์ดสูงตระหง่านตระการตา นำท่านชมความงดงามของเมืองกอเตอร์ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลกดานธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1979 เป็นเมืองที่สร้างภายในกำแพงสูง (City Wall) ซึ่งแบ่งตัวเมืองเป็น 2 ส่วนคือเมืองเก่า (Old Town) และเมืองใหม่ (New Town) โดยกำแพงเมืองแห่งนี้สร้างโดยชาวเวนิส อีกทั้งสถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเวนิสเช่นกัน

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              ชม St.Triphun Church โบสถ์นิกายคาทอลิก และ St.Nikola Chunch โบสถ์นิกายออโธดอกซ์ จากนั้นเมื่อได้เวลาอันสมควร นำท่านสู่ เมืองบุดว่า (Budva) เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่บนชายฝั่งอาเดรียติค เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดอีกแห่งที่ตั้งอยู่รอบทะเลอาเดรีตติค มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 2,500 ปี ปัจจุบันได้รับฉายาว่าเป็น “ริเวียร่าแห่งมอนเตเนโกร15.00 น นำท่านเดินทาง สู่เมือง บุดว่า ตากอากาศที่มีชื่อเสียง ของมอนเตรเนโก จากนั้น นำท่านชม เมืองบุดว่า

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Falkensteiner หรือเทียบเท่า

DAY 9

บุดว่า – ปราสาทคูจ้า – ทีราน่า

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองคูจ้า (Kruja) (162 กม. / ระยะเวลา 3 ชม.) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของกรุงทีราน่าห่างประมาณ 20 กม. เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของเขตคูจ้า เมืองคูจ้า ได้เคยเป็นที่ตั้งหลักแหล่งของพวกชนเผ่าอิลลิเรียนแห่งอัลบานี และในปี ค.ศ.1190 ก็ได้เป็นเขตปกครองตนเองแห่ง

อัลบาเนีย และต่อมาก็ได้กลายเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรอัลบาเนีย และในราวต้นศตวรรษที่ 15 ก็ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพวกออตโตมานเติร์ก

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านชม ปราสาทแห่งคูจ้า (Kruja Castle) ซึ่งมีทั้งพิพิธภัณฑ์สแกนเดอร์เบคและตลาดบาซาร์รวมอยู่ด้วย เป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านกองทัพของพวกออตโตมาน โดยสามารถจุกองทหารได้ประมาณ 2,000-3,000 คน โดยด้านรอบของปราสาทยังมีหอคอยสูงด้วยได้เวลา สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังเมืองทีราน่านำท่านชมความสวยงามของตัวเมืองหลวง ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่มีการตกแต่งให้สวยงาม

เดินทางสู่ เมืองทีราน่า (Tirana) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแอลเบเนีย

ทิราน่าก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1614 โดยสุไลมาน ปาชา (Sulejman Pasha) เมืองทิราน่าเป็นเมืองหลวงของประเทศแอลเบเนียเมื่อปี ค.ศ.1920

น่าท่านเที่ยวชม จัตุรัสสแกนเดอเบก (Skanderbeg Square) จัตุรัสหลักของเมืองติรานา กลางจัตุรัสมีรูปปั้นของสแกนเดอเบกบนหลังม้า ซึ่งเป็นวีรบุรุษของชาวแอลเบเนียในการต่อต้านการ   รุกรานจากพวกออตโตมัน

นำท่าน ถ่ายรูปกับหอคอยนาฬิกา (Clock Tower) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอายุมากและเก่าแก่ที่สุดเป็นหอนาฬิกาใจกลางเมืองและเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของกรุงติรานา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1820

นำท่านชม สวนรีเนีย (Rinia Park) สวนสาธารณะกลางเมืองที่สร้างขึ้นในยุคคอมมิวนิสต์ครองเมือง ซึ่งมีจุดเด่นคือ อาคารไทวานี (Taivani) สิ่งก่อสร้างสไตล์โคโลเนียลที่มีร้านอาหาร คาเฟ่และลานน้ำพุ

นำท่าน ถ่ายรูปมัสยิดเอทเฮม เบย์ (Et’hem Bey Mosque) ซึ่งได้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 28 ปีจนสำเร็จเรียบร้อยในปีค.ศ.1821 ภายในถูกตกแต่งด้วยงานศิลปะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุเหร่าที่มีความสวย งามที่สุดในแอลเบเนีย นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่อยู่รอดมาจากยุคการทำลายสัญลักษณ์ทางศาสนาในช่วงปี ค.ศ.1960 ภายในมีภาพวาดบนผนังและเพดานมีความสวยงามเป็นรูปธรรมชาติ น้ำตกและสะพานซึ่งไม่ค่อยเห็นในศิลปะของอิสลาม แต่ปรากฏให้เห็นภายในมัสยิดแห่งนี้

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม  Mak Tirana  หรือเทียบเท่า

DAY 10

ทีราน่า – เบรัต - โอครีต

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองเบรัต (Berat) (160 กม. / ระยะเวลา 3 ชม.) เมืองทางตอนใต้ของประเทศแอลเบเนีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโอซูม

นำท่านชม เมืองเก่าในเขตมันกาเล็ม (Mangalem District) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2008

นำท่าน เข้าชมปราสาทเบรัต (Berat Castle) เป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาที่เป็นหินและอยู่ติดกับด้านฝั่งซ้ายของแม่น้ำโอซูม สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล และต่อมาได้ถูกเผาท่าลายโดยชาวโรมันในราว 200 ปีก่อนคริสตกาล และในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ก็ได้มีสร้างก่าแพงที่แข็งแกร่งขึ้นโดยจักรพรรดิธีโอโดซีอุส ที่ 2 แห่งไบแซนไทน์และก็ได้ก่อสร้างต่อเติมขึ้นในศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนที่1 แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 13 ได้มีการสร้างต่อเติมจนมีความสวยงามที่บริเวณรอบๆ ตัวปราสาทจะมีทิวทัศน์ของธรรมชาติอันสวยงดงาม และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2005

นำท่านเที่ยวชม ป้อมปราการเบรัต (Citadel of Berat) สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 เป็นส่วนหนึ่งของปราสาทเบรัต  น่าท่าน ถ่ายรูปกับมัสยิดใหญ่ (Great Mosque) และสะพานโกริชา (Gorica bridge) ซึ่งเป็นสะพานหินที่สร้างตั้งแต่สมัยออตโตมันเรืองอ่านาจและถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค ที่สวยงามและส่าคัญแห่งเมืองเบรัต

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอครีต (Ohrid) (160 กม. / ระยะเวลา 2 ชม. 50 นาที) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอารามริมทะเลสาบที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Metropol Lake Resort หรือเทียบเท่า

DAY 11

โอครีด - สโกเปีย

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน เข้าชมความงามของ โบสถ์เซนต์โจวาน คานิโอ (St.Jovan Kaneo Church) เป็นโบสถ์ออร์โธดอกซ์ สร้างขึ้นเพื่อมอบให้กับนักบุญจอห์น ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของมาซิโดเนีย โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเชิงหน้าผาเหนือจากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นวิวของ ทะเลสาบโอครีด (Ohrid Lake) และธรรมชาติโดยรอบทะเลสาบ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของโบสถ์ที่มีฉากหลังเป็นทะเลสาบสวยงามยิ่ง

นำท่านชม อารามเซนต์นาอูม (Monastery of St.Naum) สร้างขึ้นโดยนักบุญนาอูมในปี ค.ศ.905 เป็นอารามของนิกายอีสเทิร์น ออร์โธดอกซ์ และเป็นอีกหนึ่งอารามที่สร้างขึ้นบริเวณริมทะเลสาบ มีวิวและทิวทัศน์ที่สวยงาม และร่างของนักบุญนาอูมก็ได้ถูกฝังภายในอารามแห่งนี้เช่นกัน

เดินทางสู่ เมืองสโกเปีย (Skopje) (172 กม. / ระยะเวลา 2 ชม. 35 นาที) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศมาซิโดเนีย เป็นศูนย์กลางทางการเมือง ทางวัฒนธรรม และทางเศรษฐกิจของประเทศ เคยเป็นเมืองหลวงของเซอร์เบีย และบัลแกเรียในอดีตสันนิษฐานว่ามีการตั้งถิ่นฐานที่สโคเปียตั้งแต่ 4000 ปีก่อนคริสตกาล

บ่าย            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

นำท่านชม จัตุรัสมาซิโดเนีย (Macedonia Square) นำท่านถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์อเล็กซานเดอร์

มหาราช (Alexander the Great) ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวง อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการร่าลึกถึงการที่ประเทศได้รับเอกราชมา 20 ปี

น่าท่านถ่ายรูปกับประตูชัยแห่งมาซิโดเนีย (Porta Macedonia) สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นประตูชัยในการประกาศอิสรภาพของมาซิโดเนียที่มีมากว่า 20 ปี ซึ่งพื้นผิวภายนอกของประตูชัยนี้ได้ถูกตกแต่งด้วยหินอ่อน และมีการท่าลวดลายให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของชาวมาซิโดเนีย

นำท่านสู่ อนุสรณ์สถานของแม่พระเทเรซา (Mother Theresa Mausoleum) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่แม่พระเทเรซา จากนั้นน่าท่านถ่ายรูปกับ สะพานหิน (Stone Bridge) สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งไบแซนไทน์สะพานนี้มีความยาวประมาณ 214 เมตรและส่วนโค้งที่ใต้สะพาน 13 ช่อง ซึ่งจักรพรรดิที่ได้เข้ามาปกครองก็ได้พยายามท่าการก่อสร้างเพิ่มเติม

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกาดิเม (Gadime Village) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ระยะทางประมาณ 50 กม. เป็นหมู่บ้านที่มี ถ้ำกาดิเม (Gadime Cave) หรือ ถ้ำหินอ่อน (Marble Cave) เป็นถ้ำหินปูนที่มาชื่อเสียงของโคโซโว ที่เพิ่งจะถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1966 โดยชาวบ้านที่ชื่อว่า อาห์เมท ดิที ซึ่งเป็นผู้ที่มีอาชีพตัดหินขายและได้ท่าการขุดลงไปพบถ้ำหินอ่อนแห่งนี้น่าท่านชมความสวยงามของถ้ำที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่มีความยาวประมาณ 1,500 เมตร

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าที่พัก      โรงแรม Holiday Inn  หรือเทียบเท่า

DAY 12

สโกเปีย - โดฮา

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.       นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน

12.25 น.         ออกเดินทางสู่ โดฮา โดยสายการบิน กาตาร์ เที่ยวบินที่ QR 306

18.20 น.         ถึงโดฮา เพื่อเปลี่ยนเที่ยวบิน

20.05 น.         ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน กาตาร์ เที่ยวบินที่ QR 830

DAY 13

กรุงเทพฯ

07.05 น.         เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

118,800.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

05 – 17 ส.ค. 62

16 – 28 ก.ย. 62

16 – 28 ก.ย. 62

04 – 16 พ.ย. 62

02 – 14 ธ.ค. 62

23 ธ.ค. – 04 ม.ค. 63

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088