บอลติก 8 วัน 4 ประเทศ

(1)         กรุงเทพฯ – เฮลซิงกิ – วิลนีอุส

(2)        วิลนีอุส – ทราไก – วิลนีอุส  

(3)        วิลนีอุส – ชัวเลย์ – บอสก้า – ริก้า   

(4)        ริก้า – อุทยานแห่งชาติเกาจา – ริก้า 

(5)        ริก้า – พาร์นู – ทาลลินน์ – ปราสาททูมเปีย 

(6)        ทาลลินน์ – ล่องเรือเฟอร์รี่ – เฮลซิงกิ

(7)        เฮลซิงกิ – กรุงเทพฯ 

(8)        กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – เฮลซิงกิ – วิลนีอุส

06.00 น.       คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์สายการบินฟินน์แอร์ แถว G ประตู 4

08.55 น.        ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ โดยเที่ยวบินที่ AY 142

15.15 น.          เดินทางถึง กรุงเฮลซิงกิ เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

16.40 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงวิลนีอุส โดยเที่ยวบินที่ AY 1105

18.25 น.         เดินทางถึง กรุงวิลนีอุส เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าใหญ่และสวยงามที่สุดของประเทศ ที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสายคือ เนริสและเนมูนัส และล้อมรอบไปด้วยเนินเขาที่มีต้นไม้เขียวขจีทำให้ยูเนสโก้ยกย่องให้เมืองวิลนีอุสแห่งนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก        โรงแรม Crown Plaza Vilnius หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

DAY 2

วิลนีอุส – ทราไก – วิลนีอุส

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองทราไก (Trakai) เมืองเล็กๆที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ และอดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศลิทัวเนียก่อนที่จะมีการสร้างกรุงวิลนิอุส ตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบ

นำท่านเข้าชม ปราสาททราไก (Trakai Castle) ปราสาทสวยบนเกาะในทะเลสาบเกรฟ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นปราสาทที่ท่านแกรนด์ดุ๊ก วีเทาทัส ประสงค์ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย  ก่อนที่จะกลายเป็นคุกในช่วงศตวรรษที่ 17 อีกด้านหนึ่งเป็นโบสถ์และสำนักสงฆ์ในนิกายเบเนดิกทีน ถึงแม้ว่าตัวปราสาทจะตั้งอยู่บนเกาะ แต่การเดินทางมายังตัวปราสาทนั้นค่อนข้างง่าย เนื่องจากมีสะพานเชื่อมติดต่อกันระหว่างชายฝั่งกับปราสาท นอกจากท่านจะได้ชมความงดงามของตัวปราสาทแล้ว ท่านยังจะได้ชมความงดงามของทะเลสาบเกรฟที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดเช่นกัน

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางกลับสู่ เมืองกรุงวิลนีอุส เข้าชม โบสถ์รัสเซี่ยนออโธดอกซ์ (Russian Orthodox Church) สถานที่ซึ่งฝังร่างนักบุญทั้งสาม St. .Anthony, St. John, St..Eustathius ซึ่งเสียชีวิตลงในปีค.ศ.1347 และได้รับเกียรติให้ฝังร่างไว้ ณ โบสถ์แห่งนี้ และชาวเมืองนับถือและสักการะมาก

ผ่านชม โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล (St. Peter and Paul Church) โบสถ์ในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิค ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในแบบลิทัวเนียบาร๊อค ของศตวรรษที่ 17 ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี โดยตัวโบสถ์ดั้งเดิมเป็นโบสถ์ไม้ แต่ได้ถูกทำลายในช่วงสงคราม โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันคือโบสถ์ที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ ท่านจะได้ชมภายในโบสถ์ที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม

อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าแอคโครโปลิส (Akropolis Shopping Center) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ประจำเมืองวิลนิอุส อิสระให้ท่านช้อปปิ้งซื้อของฝาก หรือสินค้าแบรนด์เนม อาทิเช่น GEOX, GUESS, H&M, MANGO, PULLS&BEAR, ZARA และแบรนด์ท้องถิ่นอื่นๆมากมาย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก        โรงแรม Crown Plaza Vilnius หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)

DAY 3

วิลนีอุส – ชัวเลย์ – บอสก้า – ริก้า

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองชัวเลย์ (Siauliai) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศลิทัวเนีย เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมที่สำคัญ รวมทั้งยังเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมือง  หนึ่งของลิทัวเนีย โดยเมืองชัวเลย์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1236 ซึ่งในอดีตตัวเมืองถูกเผาทำลายมากถึง 7 ครั้ง แต่ในปัจจุบันได้รับการฟื้นฟู ดูแลจนกลายเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรือง และยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย

ชม เนินไม้กางเขน (Hill of Crosses) สถานที่สำคัญทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค ที่คริสต์ศาสนิกชนให้ความเคารพนับถือ โดยสุสานแห่งนี้กำเนิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ซึ่งในอดีตไม้กางเขนจะถูกนำมาวางที่สุสานแห่งนี้ เวลาที่มีการต่อสู้กับผู้บุกรุก หรือเวลาที่มีการเรียกร้องอิสรภาพให้กับชาวลิทัวเนีย ซึ่งในปัจจุบันภายในสุสานแห่งนี้มีไม้กางเกงเขนจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนอัน ซึ่งมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่แตกต่างกันออกไป ทำให้สุสานไม้กางเขนแห่งนี้มีลักษณะเหมือนกับเนินเขาไม้กางเขน

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ เมืองบอสก้า (Bauska) ซึ่งห่างจากพรมแดนประเทศลิทัวเนีย 18 กม.ระหว่างทางเป็นทุ่งชนบทสวยงาม

เข้าชม พระราชวังรุนดาเล่ (Rundale Palace) หรือพระราชวังฤดูร้อน เพื่อเข้าชมพระราชวังที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมสไตล์บาร๊อคที่สวยงามที่สุดในแถบบอลติค ซึ่ง  เคยเป็นสถานที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของท่านยุค Ernst Johann Biron และ Russian Empress Anna Ioannovna โดยปราสาทแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจากการออกแบบพระราชวังฤดูหนาวแห่งนครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ภายในท่านจะได้พบกับสิ่งตกแต่งดั้งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ภาพวาด และเครื่องลายครามของราชวงศ์จีน นอกจากนี้ท่านจะยังได้ชมสวนสไตล์ฝรั่งเศส ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามอันเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ (ช่วงเวลาที่ดอกไม้ผลิใบนั้นขึ้นกับช่วงเวลาของฤดูดอกไม้บานในแต่ละปี)

เดินทางสู่ เมืองริก้า (Riga) นครหลวงแห่งประเทศลัตเวีย ชมเมืองริก้าตั้งอยู่ปากแม่น้ำเดากาวาบริเวณริมฝั่งทะเลบอลติกถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มรัฐบอลติกรวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ การศึกษาอุตสาหกรรม และเป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศในแถบนี้

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู้ที่พัก        โรงแรม Radisson Blu Latvija , Riga หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

DAY 4

ริก้า – อุทยานแห่งชาติเกาจา – ริก้า

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ชม ย่านเมืองเก่า ร่องรอยกําแพงเมืองโบราณ และ โบสถ์เซนส์ปีเตอร์ ทีงดงาม

ชม อนุสาวรีย์อิสรภาพ (Freedom Monument) ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองริก้าเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงเหล่าทหารกล้าผู้เสียสละชีพในสงครามเรียกร้องอิสรภาพของลัตเวีย ชม โบสถ์เซนต์จาคอบ เป็นโบสถ์คาทอลิกที่โดดเด่นที่สุดในย่านเมืองเก่า ชม บ้านสามพี่น้อง สร้างขึ้นเมื่อปี 1646 ที่พวกพ่อค้าวาณิชมาสร้างเอาไว้ ชั้น 2 เป็นที่เก็บของ ส่วนชั้นล่างเป็นที่พักอาศัย ชม ยานโดมสแควร์ ที่มีโบสถ์ประจำเมืองริก้า อยู่ริมจัตุรัส ข้างในมีออร์แกนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ชม บ้านแบล็กเฮดส์ไฮไลท์ของเมืองริก้า เป็นบ้านสไตล์โกธิค ถึงแม้ว่าจะเคยถูกทำลายเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ได้รับการบูรณะใหม่จนสวยงาม ชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ เพื่อชมวิวเมืองริก้าในมุมมองแบบพาโนรามา

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติเกาจา (Gauja National Park) อุทยานแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งแลทเวีย ผ่านชม ปราสาทอัศวิน และ ชมถ้ำกุทมานน์ และเดินทางกลับสู่ริก้า

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู้ที่พัก        โรงแรม Radisson Blu Latvija , Riga หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)

DAY 5

ริก้า – พาร์นู – ทาลลินน์ – ปราสาททูมเปีย

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองพาร์นู (Parnu) เมืองตากอากาศริมฝั่งทะเลบอลติกที่เป็นที่นิยมอันดับหนึ่ง

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ เมืองทาลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวง เมืองท่าหลักที่มีความสำคัญทางด้านการท่องเที่ยวของ

เอสโตเนีย ชม เมืองทาลลินน์ ซึ่งผ่านการครอบครองโดยหลายเชื้อชาติในอดีต

เดินทางขึ้นสู่เนินเขาแห่งความรัก ที่บริเวณประตูเมืองเก่า เดินชมทัศนียภาพตัวเมืองเก่า ปราสาททูมเปีย  ซึ่งถูกสร้างใหม่ในสมัยพระนางแคทเธอรีนมหาราชในรูปแบบศิลปะบาร็อกแทนศิลปะเดนมาร์ค

ผ่านชม โบสถ์เซนต์โอลาฟและเซนต์นิโคไล ป้อม Fat Magarete ป้อมทรงกลมที่มีฐานหนา 4 เมตร สร้างเพื่อป้องกันข้าศึกบุกตัวเมืองเก่า

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก        โรงแรม Tallink City หรือเทียบเท่า

DAY 6

ทาลลินน์ – ล่องเรือเฟอร์รี่ – เฮลซิงกิ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ชม จัตุรัสเมืองเก่าของทาลลินน์ ย่านศูนย์กลางของเมือง ในอดีตเป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ใช้เป็นที่เฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ ของเมือง รวมทั้งเป็นที่ประหารชีวิตนักโทษ

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เข้าชม โบสถ์อเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้ (Alexander Nevsky Cathedral) โบสถ์ใหญ่ที่มียอดโดมใหญ่ที่สุดในเมืองทาลลินน์เป็นโบสถ์คริสต์ออร์โธด็อกซ์

ผ่านชม โบสถ์เซนต์แมรี่ (Saint Mary Church) หรือในอีกชื่อหนึ่ง คือ Dome Church เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สุดของเมืองสร้างขึ้นโดยชาวเดนมาร์ก เป็นโบสถ์สไตล์โกธิค

เดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อล่องเรือเฟอร์รี่สู่ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก        โรงแรม Original Sokos , Presidentti หรือเทียบเท่า

DAY 7

เฮลซิงกิ – กรุงเทพฯ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมประเทศที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง กรุงเฮลซิงกิ เจ้าของนาม "ธิดาสาวแห่งทะเลบอลติก" นครลูกครึ่ง มีประชากรกว่าสี่แสนคน ที่นี่มีทั้งชาวฟินน์และสวีดิช   เนื่องจากฟินแลนด์เคยอยู่ในอารักขาของสวีเดนในอดีต ต่อมาในสมัยพระเจ้าชาร์ของรัสเซียได้ทรงขยายอำนาจเข้ามาในฟินแลนด์ และได้ย้ายเมืองหลวงมาตั้งอยู่ที่เฮลซิงกิ หลังจากเฮลซิงกิถูกตั้งเป็นเมืองหลวง เฮลซิงกิก็ถูกแปรสภาพจากเมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียง 4,000 คนเป็นศูนย์กลางการปกครองของฟินแลนด์ สถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ได้รับอิทธิพลจากจักรวรรดิรัสเซีย โดยเฉพาะรูปแบบนีโอคลาสสิกตามแบบเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย โดยมีคาร์ล ลุดวิก เองเกล ชาวเยอรมันทำหน้าที่เป็นสถาปนิกใหญ่ในโครงการสร้างเมืองใหม่นี้ นำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณย่านศูนย์กลางของเมืองที่ จัตุรัสรัฐสภา (Senate Square) ซึ่งมีขนาดใหญ่รองรับคนได้หลายหมื่นคน สิ่งก่อสร้างสำคัญบริเวณจัตุรัสนี้คือ มหาวิหาร (Cathedral) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจัตุรัส ทางทิศตะวันออกและตะวันตกเป็นทำเนียบรัฐบาลและอาคารหลักของมหาวิทยาลัยตามลำดับ อาคารสองหลังนี้มีขนาดใกล้เคียงกัน ทำเนียบรัฐบาลมีเสาหินแบบคอรินเธียน ในขณะที่อาคาร  มหาวิทยาลัยเป็นแบบไอออนิก สิ่งก่อสร้างทั้ง 3 นี้เป็นผลงานของคาร์ล ลุดวิก เองเกลเช่นเดียวกันกับสิ่งก่อสร้างอีกหลายแห่งในเฮลซิงกิ อาคารที่มีชื่อเสียงของเองเกลอีกแห่งหนึ่งก็คือห้องสมุดมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการยกย่องในเรื่องความงดงาม และบริเวณจัตุรัสแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชนะรางวัลออสการ์เรื่อง "เรดส์" โดยใช้ฉากมโหฬารของเฮลซิงกิแทนกรุงเลนินกราดในสหภาพโซเวียต

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เข้าชม มหาวิหารอุสเปนสกี้ (Uspensky Cathedral) โบสถ์แบบรัสเซียออร์โธดอกซ์ และ เป็นโบสถ์นิกายออร์โธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1868  ออกแบบโดยสถาปนิกชาวรัสเซียชื่อ Alexy Gornostaev และตัววิหารสร้างเสร็จหลังจากเขาเสียชีวิต ตัววิหารอุสเปนสกี้ตั้งอยู่บนเนินไม่ไกลจากบริเวณท่าเรือ มีลานกว้างหน้าวิหาร เป็นจุดชมวิวและถ่ายรูปด้านล่างของอ่าวฟินแลนด์และตลาดริมท่าเรือที่สวยงามจุดหนึ่ง

ชม อนุสาวรีย์ฌอง ซีเบเลียส (Sibelius Monument) นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงชาวฟินน์ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สวนซีเบเลียส (Sibelius Park) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับฌอง ซิเบเลียสเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีของเขาในปี 1945 ออกแบบโดย Eila HIltunen ประติมากรชาวฟินน์ โดยมีการประกวดการออกแบบ มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดถึงกว่า 50 คน ในที่สุด Eila ก็ได้เป็นผู้ชนะเลิศในการประกวดครั้งนี้ อนุสาวรีย์ของเธอเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กันยายน  1967 ประกอบไปด้วยท่อเหล็กประมาณ 600 ท่อเชื่อมประสานเข้าด้วยกัน อนุสาวรีย์ซีเบเลียสนี้มีน้ำหนักถึง 24 ตัน

ชม โบสถ์ Temppeliaukio ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า Rock Church เป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของกรุงเฮลซิงกิ สร้างด้วยหินโดยเฉพาะภายในมีการตกแต่งที่สวยงาม มีสถาปัตยกรรมที่แปลกตาอยู่บริเวณหน้าผาที่มีกำแพงภายในเป็นหิน นอกจากนั้น ยังเป็นที่เหมาะสำหรับการแสดงคอนเสิร์ต และมีการประกอบพิธีทางศาสนาเป็นภาษาอังกฤษในวันอาทิตย์อีกด้วย

นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

17.30 น.         เดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ AY 141

DAY 8

กรุงเทพฯ

07.15 น.         เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

89,900. - บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

กำหนดวันที่เดินทาง

27 ก.ค. – 03 ส.ค .62

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088