ไอซ์แลนด์ ท่องดินแดนมหัศจรรย์ 10 วัน


(1)  กรุงเทพฯ – กรุงเฮลซิงกิ – เรคยาวิค

(2)  เรคยาวิค – โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา – เพอร์ลัน – นิทรรศการวาฬ – ช้อปปิ้ง

(3)  เรคยาวิก – เรคฮอลท์ – บ่อน้ำพุร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ – น้ำตกเฮรินฟอสซ่า – ภูเขาคีร์กจูเฟล – สติกกิชฮอลเมอร์ 

(4)  สติกกิชฮอลเมอร์ – อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (วงกลมทองคำ) – สติกกิชฮอลเมอร์ – อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (วงกลมทองคำ) –

(5)  เซลฟอสส์ – น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ – สโกการ์ฟอสส์ – มายร์ดัลโจกุล กาเซีย – ขับสโนว์โมบิล – วิก – ดายร์โฮเลย์ – ขับสโนว์โมบิล – วิก – ดายร์โฮเลย์        

(6)   วิก – โจกุลซาลอน – อุทยานแห่งชาติสกาฟตาเฟล – หาดทรายสีดำ

(7)   วิก – เรคยาวิค – ล่องเรือชมปลาวาฬ – เรคยาวิค

(8)   เรคยาวิค – โวลคาโน่ เฮาส์ – บลู ลากูน – เรคยาวิค

(9)   เรคยาวิค – เฮลซิงกิ – กรุงเทพฯ

(10) กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – กรุงเฮลซิงกิ – เรคยาวิค

06.00 น.         คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์สายการบินฟินน์แอร์ แถว G ประตู 4

09.05 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ โดยเที่ยวบินที่ AY 142 (ใช้ระยะเวลาเดินทาง 10.55 ชม.)

15.15 น.         เดินทางถึง กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

16.10 น.         ออกเดินทางสู่เรคยาวิค โดยสายการบินภายในเที่ยวบินที่ AY 993 (ใช้ระยะเวลาเดินทาง 03.50 ชม.)

18.00 น.         เดินทางถึง เมืองเรคยาวิก (Reykjavik) เป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก ทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ด้านมุมล่างของอ่าว Faxaflói ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี พ.ศ. 1413 เมื่อ    เรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 2329

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Grand Reykjavik Hotel หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ท่านสามารถรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (แสงรอโรรา) ได้จากโรงแรม ทั้งนี้  ปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีเขียวหรือสีขาว สีอื่นที่พบได้บ้าง เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หรืออาจจะไม่พบก็ได้ แต่ช่วงที่มีโอกาส พบมากที่สุดคือ ช่วง ธ.ค. – มี.ค. หรือฤดูหนาว ของทุกปี

DAY 2

เรคยาวิค – โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา – เพอร์ลัน – นิทรรศการวาฬ – ช้อปปิ้ง

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เยี่ยมชม เมืองเรคยาวิก (Reykjavik) ซึ่งได้รับสมญานามว่า “อ่าวแห่งควัน” เนื่องจากมีควันไอน้ำพวยพุ่งขึ้น มาจากบ่อน้ำร้อนตลอดเวลา อันเป็นผลมาจากความร้อนของภูเขาไฟใต้ท้องทะเล นอกจากนี้เมืองเรคยาวิกยั้งมีตำนานไวกิ้งโบราณ ซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าได้เข้ามาปกครองดินแดนแถบนี้มาก่อน กรุงเรคยาวิกเป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี ค.ศ. 870 และเมื่อเรคยาวิก กลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ. 1786

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) โบสถ์ทางศาสนา  คริสต์ที่สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ เป็นจุดที่สูงอีกจุดหนึ่งของเมือง โบสถ์นี้มีความสำคัญในฐานะเป็น ศาสนสถาน เป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ของสถาปนิกกุดโยน (Guðjón Samúelsson) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมแนวอิมพราสชั่นนิสท์ เริ่มสร้างในปี ค.ศ.1945 จนกระทั่งแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1986 รวมเวลาก่อสร้างกว่า 38 ปี

เข้าชม เพอร์ลัน (Perlan) หรือ The Pearl เป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไว้สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองโดยสถาปนิกชื่อดัง อิงกิ มูนดูร์ เป็นผู้ออกแบบ อาคารรูปทรงคล้ายลูกโลกครึ่งวงตั้งอยู่บนฐานที่คล้ายถังน้ำมองเห็นได้ในระยะไกล แบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร, ร้านไอศกรีม,พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ไวกิ้ง, สวนน้ำ และร้านขายของที่ระลึก

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              นำท่านชม นิทรรศการวาฬ แห่งไอซ์แลนด์ (Whales of Iceland) คือ นิทรรศการทางทะเลเกี่ยวกับวาฬ เป็นนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในยุโรป และ อาจจะใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ สร้างค่านิยมใหม่ ให้กับเหล่านักท่องเที่ยว โดยการพาไปรู้จัก ถึงความมหัศจรรย์ของยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลเหล่านี้

อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าที่ Shopping Mall อย่าง Smaralind ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นหนึ่งในห้างที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ มีร้านค้ากว่า 70 ร้าน อาทิ Zara, Levi’s, Hugo Boss, Benetton, Topshop, Debenhams, Apple, Karen Millen, Evans, Nike, Diesel, Ecco เป็นต้น

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก    โรงแรม Grand Reykjavik Hotel หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ท่านสามารถรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (แสงรอโรรา) ได้จากโรงแรม ทั้งนี้  ปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีเขียวหรือสีขาว สีอื่นที่พบได้บ้าง เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หรืออาจจะไม่พบก็ได้ แต่ช่วงที่มีโอกาส พบมากที่สุดคือ ช่วง ธ.ค. – มี.ค. หรือฤดูหนาว ของทุกปี

DAY 3

เรคยาวิก – เรคฮอลท์ – บ่อน้ำพุร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ – น้ำตกเฮรินฟอสซ่า – ภูเขาคีร์กจูเฟล – สติกกิชฮอลเมอร์

 เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองเรคฮอลท์ (Reykholt) (ระยะทาง 101 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.45 ชม.) เมืองทางฝั่งตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์นำท่านชมความน่ารักของเมืองเล็กๆ แวะถ่ายรูปกับโบสถ์ประจำเมือง (Reykholt Church) ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12

ชม บ่อน้ำพุร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ (Deildartunguhver Hot Spring) เขตพื้นที่ความร้อนใต้พิภพ ที่กลายเป็นบ่อน้ำพุร้อนครุกรุ่นไปทั่ว บริเวณชั้นดินเป็นแนวยาว น้ำร้อนที่พวยพุ่งมีความร้อนถึง 97 องศาเซลเซียส

แวะถ่ายรูป น้ำตกเฮรินฟอสซ่า (Hraunfossar) หนึ่งในน้ำตกมหัศจรรย์ที่ดูเหมือนไหลออกมาจากชั้นหินชั้นดินในแนวยาว ลดหลั่นลงมาเป็นธารน้ำใสสีฟ้าคราม กลายเป็นลำธารที่ใสสะอาด

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ ภูเขาคีร์กจูเฟล (Kirkjufell) (ระยะทาง 141 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.5 ชม.) เป็นภูเขาทางฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์ (West Iceland) หนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไอซ์แลนด์ ในมุมมองยอดเขารูปกรวยคว่ำ มีน้ำตกและธารน้ำรายรอบ เป็นภาพสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์ก็ว่าได้ ภูเขาลูกนี้มีความสูงประมาณ 463 เมตร ไม่ว่าจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงไหนก็มีความงดงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่จะมองเห็นภูเขาคีร์กจูเฟล ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว

เดินทางสู่ สติกกิชฮอลเมอร์ (Stykkisholmur) (ระยะทาง 45 กม. ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที.) เป็นเมืองเล็กๆ ต่างจังหวังของไอซแลนด์

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Fosshotel Stykkisholmur หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ท่านสามารถรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (แสงรอโรรา) ได้จากโรงแรม ทั้งนี้  ปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีเขียวหรือสีขาว สีอื่นที่พบได้บ้าง เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หรืออาจจะไม่พบก็ได้ แต่ช่วงที่มีโอกาส พบมากที่สุดคือ ช่วง ธ.ค. – มี.ค. หรือฤดูหนาว ของทุกปี

DAY 4

สติกกิชฮอลเมอร์ – อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (วงกลมทองคำ) – น้ำตกกูลฟอสส์ – เซลฟอสส์

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเที่ยวชมความมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติของประเทศไอซ์แลนด์ ในเส้นทาง วงกลมทองคำ (Golden Circle) สัมผัสทัศนียภาพของทุ่งหญ้าสลับกับทุ่งลาวา ฝูงสัตว์นานาชนิดทั้ง แกะ วัว ม้า ที่เลี้ยงและหากินตามธรรมชาติ

เข้าชมความงามของธรรมชาติที่สรรสร้างขึ้นภายใน อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Thingvellir National Park) (ระยะทาง 185 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.30 นาที.) ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ระหว่างรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาบ Þingvallavatn ซึ่งเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ใกล้กับคาบสมุทรเรกยาเนส (Reykjanes) และภูเขาไฟเฮนกิลล์ Hengill เป็นจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์และทางธรณีวิทยา เพราะเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของโลกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร ระหว่างทางแวะชมร่องรอยปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วมีน้ำท่วมขังจนเป็นทะเลสาบกว้าง

(หมายเหตุ: หากต้องการชมความงามของวงแหวนมหัศจรรย์วงใหญ่ต้องใช้เวลาท่องเที่ยวอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ทางทัวร์จึงจัดให้ท่านได้เที่ยวชมแบบเต็มๆ)

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              ชม น้ำพุร้อนธรรมชาติ (Geysir) (ระยะทาง 54 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) น้ำพุร้อนหรือเกย์ซีร์ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า กีเซอร์ ที่ใช้กันทั่วโลก น้ำพุร้อนที่นี่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต ทุกๆ 7 – 10 นาที พลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก ขับเคลื่อนออกมาเป็นน้ำพุร้อน ช่วยให้อากาศอบอุ่นเย็นสบาย และรัฐบาลได้นำประโยชน์จากแหล่งความร้อนทางธรรมชาตินี้มาเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งใช้ทั่วประเทศ

แวะถ่ายภาพ น้ำตกกูลฟอสส์ (Gullfoss) (ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.15 ชม.) ชมความงามของน้ำตกกูลฟอสส์ หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็น 1 ใน 3 สถานที่ในเส้นทาง “วงแหวนทองคำ” สถานที่ที่ผู้มาเยือนไอซ์แลนด์ไม่ควรพลาด ชื่อน้ำตก Gullfoss นี้มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำ และ Foss ที่แปลว่าน้ำตก เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำ เป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติระดับโลกที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง และลดระดับลงในโตรกเขาเบื้องล่างในระดับความสูงกว่า 30 เมตร

เดินทางสู่เมือง เซลฟอสส์ (Selfoss)

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก    โรงแรม Hotel Selfoss หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ท่านสามารถรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (แสงรอโรรา) ได้จากโรงแรม ทั้งนี้  ปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีเขียวหรือสีขาว สีอื่นที่พบได้บ้าง เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หรืออาจจะไม่พบก็ได้ แต่ช่วงที่มีโอกาส พบมากที่สุดคือ ช่วง ธ.ค. – มี.ค. หรือฤดูหนาว ของทุกปี

 

DAY 5

เซลฟอสส์ – น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ – สโกการ์ฟอสส์ – มายร์ดัลโจกุล กาเซีย – ขับสโนว์โมบิล – วิก – ดายร์โฮเลย์

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalansfoss Waterfalls) (ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) มีความสูง 60 เมตร อีกหนึ่งน้ำตกที่มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์ ซึ่งบริเวณด้านหลังม่านน้ำตกสามารถเดินเข้าไปสัมผัสได้ด้วย อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับน้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์

เข้าชม พิพิธภัณฑ์สโกการ์ (Skogar Folk Museum) (ระยะทาง 20 กม. ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที) พิพิธภัณฑ์โบราณกลางแจ้ง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1949 สถานที่ซึ่งรวบรวมคอลเลคชั่นโบราณแสดงความเป็นมา และชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของชาวนอร์ดิค

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ มาร์เดาโจกูลกาเซีย (Myrdalsjokull Glacier) (ระยะทาง 39 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.10 ชม.) ธารน้ำแข็งซึ่งมีความหนาของน้ำแข็งมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยที่บางจุดมีความหนาของน้ำแข็งถึง 1 กิโลเมตร ไต่ขึ้นเขาที่มีความสูงชัน และมีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,493 เมตร ให้ท่านได้มีโอกาส ขับรถสโนว์โมบิล* (Snowmobile) ในบริเวณธารน้ำแข็งขนาดใหญ่บนกลาเซียร์ MYRDALSJOKUL ซึ่งเป็นกลาเซียร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีเนื้อที่ถึง 595 ตารางกิโลเมตร

(ผู้ขับขี่ 2 ท่าน ต่อรถสโนว์โมบิล 1 คัน) *หมายเหตุ กิจกรรมการขับรถสโนว์โมบิล ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

นำท่านเดินทางสู่ เมืองวิก (Vik) (ระยะทาง 140 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.) หมู่บ้านเล็กๆ ทางใต้ของไอซ์แลนด์ ที่มีรายชื่อในการจัดอันดับชายหาดที่สวยที่สุดในโลกเมื่อปี 1991 เป็นหมู่บ้านที่มีฝนตกมากที่สุดในไอซ์แลนด์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ชายหาดที่ดีที่สุดแต่ก็เป็นสถานที่น่ามหัศจรรย์ที่น่าไปชมเป็นอย่างยิ่ง

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก    โรงแรม Icelandair hotel Vik หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ท่านสามารถรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (แสงรอโรรา) ได้จากโรงแรม ทั้งนี้  ปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีเขียวหรือสีขาว สีอื่นที่พบได้บ้าง เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หรืออาจจะไม่พบก็ได้ แต่ช่วงที่มีโอกาส พบมากที่สุดคือ ช่วง ธ.ค. – มี.ค. หรือฤดูหนาว ของทุกปี

DAY 6

วิก – โจกุลซาลอน – อุทยานแห่งชาติสกาฟตาเฟล – หาดทรายสีดำ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ โจกุลซาลอน (Jokulsarlon) (ระยะทาง 193 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.55 ชม.) ทะเลสาบธารน้ำแข็ง ซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งมากขึ้นๆ ในทุกๆ ปี ปัจจุบันมีพื้นที่กว้างถึง 18 ตารางกิโลเมตร โดยมีความลึกของน้ำในทะเลสาบถึง 200 เมตร ตื่นตาตื่นใจกับไอซ์เบิร์ก หรือ ภูเขาน้ำแข็งก้อนโต ๆ เรียงรายโผล่พ้นพื้นน้ำของทะเลสาบ ยามกระทบแสงแดดก่อให้เกิดสีสันสวยงาม น่าประทับใจยิ่ง นับได้ว่าเป็นภาพธรรมชาติที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              แวะถ่ายภาพ อุทยานแห่งชาติสกาฟตาเฟล (Skaftafell National Park) (ระยะทาง 56 กม. ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที.)  หนึ่งในผลงานของธรรมชาติที่บรรจงสร้างสรรค์ดินแดนแห่งนี้ให้สวยงามหาที่ใดเหมือน อันรวมไว้ซึ่งธรรมชาติอันแปลกตาหลายสิ่งอยู่ที่เดียวกัน เช่น ภูเขาไฟสูงเสียดฟ้าที่มีหิมะปกคลุมทั้งปี ธารน้ำใสซึ่งไหลรินจากภูเขาสูง รอบๆเป็นป่าแคระอันอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นเบิร์ชแคระ และทุ่งดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์บานสะพรั่งในฤดูดอกไม้ผลิของแต่ละปี ชมมวลลาวาขนาดใหญ่เป็นแนวกว้างที่เกิดการเย็นลงอย่างช้าๆทำให้เกิดแนวแตกเป็นเสาเหลี่ยม ถือได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง จนเข้าสู่เขตอุทยานฯที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ตั้งอยู่ใต้ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดเรียกว่า Vatnajokull มีขนาด 8,300 ตร.กม. เท่ากับธารน้ำแข็งทั้งหมดในทวีปยุโรปรวมกัน และขนาดความหนามากที่สุดหนาประมาณ 1,000 เมตร

แวะถ่ายภาพ หาดทรายสีดำ (Black Sand Beach) (ระยะทาง 140 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.) ความสวยงามที่แปลกตาของหาดทรายสีดำ อันมีเทือกเขาที่เกิดจากการสึกกร่อนของหินลาวา และแนวหินบะซอลต์ เป็นหินอัคนีที่พบได้โดยทั่วไป รูปทรงเหมือนแท่งออร์แกนในโบสถ์ ที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโลก บริเวณแถบนี้เต็มไปด้วยบรรดานกต่างๆ เช่น นกแก้วทะเล หรือ พัฟฟิ่น อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพตามอัธยาศัย / เดินทางกลับเมือง วิก

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Icelandair hotel Vik หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ท่านสามารถรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (แสงรอโรรา) ได้จากโรงแรม ทั้งนี้  ปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีเขียวหรือสีขาว สีอื่นที่พบได้บ้าง เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หรืออาจจะไม่พบก็ได้ แต่ช่วงที่มีโอกาส พบมากที่สุดคือ ช่วง ธ.ค. – มี.ค. หรือฤดูหนาว ของทุกปี

DAY 7

วิก – เรคยาวิค – ล่องเรือชมปลาวาฬ – เรคยาวิค

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางกลับสู่ เรคยาวิค (Reykjavik) (ระยะทาง 184 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.40 ชม.)

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่าน ล่องเรือชมความน่ารักของปลาวาฬ (Whale Watching) ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ (ขอสงวนสิทธิ์ในกรณีที่บริษัทฯเรือยกเลิกให้บริการ อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย) ชมเหล่าปลาวาฬที่มีอยู่มากมายตามธรรมชาติ วาฬมิงค์หรือในสำเนียงภาษาไอซ์แลนด์ เรียกว่า มิงคี (Minke) ให้ท่านได้ใกล้ชิดเพลิดเพลิน และประทับใจในความน่ารักของปลาวาฬที่จะมาว่ายวนอยู่ใกล้ชิดกับท่านตลอดการเดินทาง (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)

*หมายเหตุ กิจกรรมการล่องเรือชมความน่ารักของปลาวาฬ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาไทย

เข้าสู่ที่พัก     โรงแรม Grand hotel Keflavik หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ท่านสามารถรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (แสงรอโรรา) ได้จากโรงแรม ทั้งนี้  ปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีเขียวหรือสีขาว สีอื่นที่พบได้บ้าง เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หรืออาจจะไม่พบก็ได้ แต่ช่วงที่มีโอกาส พบมากที่สุดคือ ช่วง ธ.ค. – มี.ค. หรือฤดูหนาว ของทุกปี

DAY 8

เรคยาวิค – โวลคาโน่ เฮาส์ – บลู ลากูน – เรคยาวิค

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม โวลคาโน่ เฮาส์ (Volcano house) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงธรณีวิทยาที่ ซึ่งจะให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติทางธรณีวิทยาและภูเขาไฟของไอซ์แลนด์รวมไปถึงภาพถ่ายที่น่าประทับใจของภูเขาไฟที่ปะทุ และภาพเหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นที่ Eyjafjallajökull และ Fimmvörðulháls ในปี 2010 ซึ่งส่งผลให้เกิดการยกเลิกเที่ยวบินทั่วโลกนับพันเที่ยวทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ มีรายละเอียดการปะทุขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 ที่เกาะ Westman ซึ่งเริ่มต้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าและกินเวลานานเจ็ดเดือน

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ บลู ลากูน (Blue Lagoon) หรือ ทะเลสาบสีฟ้า (ระยะทาง 21 กม. ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที) สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลกและโด่งดังที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยวกว่า 95% ต่างไม่พลาดกับการมาเยือนสถานที่แห่งนี้ อิสระให้ท่านแช่น้ำแร่ธรรมชาติผ่อนคลายไปกับ Stream & Sauna โดยมีบริการผ้าขนหนูให้ท่าน และอนุญาตให้ลงได้เฉพาะชุดว่ายน้ำเท่านั้น แนะนำไม่ควรพลาด เพราะนี่คือแหล่งอาบน้ำแร่ร้อนที่ดีและดังที่สุดในโลก  เป็นการผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Grand hotel Keflavik หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ท่านสามารถรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (แสงรอโรรา) ได้จากโรงแรม ทั้งนี้  ปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีเขียวหรือสีขาว สีอื่นที่พบได้บ้าง เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หรืออาจจะไม่พบก็ได้ แต่ช่วงที่มีโอกาส พบมากที่สุดคือ ช่วง ธ.ค. – มี.ค. หรือฤดูหนาว ของทุกปี

DAY 9

เรคยาวิค – เฮลซิงกิ – กรุงเทพฯ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

06.00 น.        เดินทางสู่ สนามบินเคฟลาวิก เมืองเรคยาวิก (Reykjavik)

10.25 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) โดยเที่ยวบินที่ AY 992 (ใช้ระยะเวลาเดินทาง 03.30 ชม.)

15.55 น.         เดินทางถึง กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

16.50 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ AY 141 (ใช้ระยะเวลาเดินทาง 09.55 ชม.)

 

DAY 10

กรุงเทพฯ

07.25 น.         เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

กำหนดเดินทางวันที่ 25 ก.พ. – 06 มี.ค. 2562

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088