อิตาลี คลาสสิค 9 วัน

(1): กรุงเทพฯ  กรุงโรม

(2): โรม ปอมเปอี ซอร์เรนโต้

(3): ซอร์เรนโต้ เกาะคาปรี ถ้ำ Blue Grottoนาโปลี  กรุงโรม

(4): โคลีเซียม มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ น้ำพุเทรวี่ บันไดสเปนเคียงเชียโนแตร์เม

(5): เคียงเชียโนแตร์เม หอเอนแห่งเมืองปิซ่า ลา สปีเซีย ซิงเกว แตร์ ปาร์มา

(6): ปาร์มา เวนิสรวมค่าล่องเรือกอนโดล่า

(7): เวนิส มิลาน  – โคโม่

(8): โคโม่ มิลาน  – กรุงเทพฯ  

(9): กรุงเทพฯ   

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – กรุงโรม

21.30 น.       คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เวย์ แถว D ประตู 3

DAY 2

โรม – ปอมเปอี – ซอร์เรนโต้

00.20 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงโรม โดยเที่ยวบิน TG 944

06.50 น.       เดินทางถึงสนามบินฟีอูมีชีโน กรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลี อยู่ในแคว้นลาซิโอเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกันซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย

10.30 น.       เดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (Pompei) เข้าชม Pompei Excavations ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 ชมร่องรอยอารยธรรมความศิวิไลซ์ของอาณาจักรก่อนคริสต์ศักราช การจัดวางผังเมืองไว้อย่างมีระเบียบแบบแผน และชมร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองมั่งคั่งของปอมเปอี เมืองปอมเปอี (Pompei) เมืองเก่าที่ได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองปอมเปอี ซึ่งอดีตเต็มไปด้วยงานศิลปะและวัฒนธรรมที่ถูกกลืนหายไปจากการระเบิดของภูเขาไฟ วิซูเวียสใน 24 สิงหาคม ปี พ.ศ. 622 (ค.ศ. 79) เถ้าถ่านลาวาได้ไหลทับถมเมืองหายไปทั้งเมืองจมอยู่ใต้ดินกว่า 1,500 ปี เคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ตลาดและห้องแถว สนามกีฬา โรงละคร วิหาร โรงอาบน้ำสาธารณะ หอนางโลม โรงแรมถึง 130 แห่ง ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย            เดินทางสู่ เมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento) เมืองชายฝั่งทะเลแหล่งพักผ่อนของบรรดานักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ บรรดาชนชั้นสูงที่นิยมมาพักผ่อนตากอากาศ ณ เมืองแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาหินปูน ติดชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีบรรยากาศของอิตาลีตอนใต้ เสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวล้วนแล้วแต่หลงใหล

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม หรือ เทียบเท่า

DAY 3

ซอร์เรนโต้ -เกาะคาปรี – ถ้ำ Blue Grotto – นาโปลี - กรุงโรม

 เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางไปยังท่าเรือเพื่อล่องเรือ Jetfoil สู่  เกาะคาปรี (Capri) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหลมซอร์เรนโต้ ซึ่งถือเป็นเกาะที่มีทัศนียภาพงดงาม ชมเกาะคาปรี ซึ่งเป็นหินปูนก้อนใหญ่ก้อนเดียวมีความยาว 6.25 กิโลเมตร และกว้าง 3 กิโลเมตร บ้านเมือง จึงตั้งอยู่บนหินซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 450-900 ฟุต บาง  จุดต้องขึ้นบันไดถึงเกือบ 800 ขั้น ซึ่งเรียกว่า Phonecian Stairs เกาะคาปรีเป็นที่ตากอากาศของจักรพรรดิโรมันในสมัยต้น ๆ เช่น จักรพรรดิ Augustus และ Tiberius ปัจจุบันเป็นที่ตากอากาศที่ดังที่สุดในภาคใต้ของอิตาลี ชม ถ้ำ Blue Grotto ซึ่งอยู่ตอนเหนือของเกาะ ปากถ้ำมีรูปร่างคล้ายรูกุญแจ  ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใต้น้ำส่วนที่อยู่เหนือน้ำจะสูงกว่าผิวน้ำเพียง 4 ฟุตเท่านั้นซึ่งจะต้องนั่งเรือเล็กเข้าไปเมื่อเข้าไปในถ้ำแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านน้ำเข้ามาจากปากถ้ำ จะทำให้น้ำในถ้ำมีสีฟ้าแปลกตาจึงได้ชื่อว่า Blue Grotto ถ้ำนี้รู้จักกันตั้งแต่สมัยโรมัน แต่ถูกหลงลืมจนมาค้นพบใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1826

*** หมายเหตุ *** การเข้าชมชมถ้ำ Blue Grotto ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลในวันนั้น หากไม่สามารถเข้าชมได้บริษัทฯจะจัดหาที่เที่ยวทดแทน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เดินทาง

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             เดินทางสู่ เมืองนาโปลี หรือ เมืองเนเปิลส์ (Naples) เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแลความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเนเปิลส์และแคว้นกัมปาเนีย แคว้นที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอเรเนียนที่สำคัญอีกด้วย   เดินทางกลับสู่ กรุงโรม

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม หรือ เทียบเท่า

DAY 4

โคลีเซียม – มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ – น้ำพุเทรวี่ - บันไดสเปน – เคียงเชียโนแตร์เม

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ (St.Peter Basilica) ใหญ่ที่สุดในโลกและสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน ฝีมือการออกแบบของมิเกลันเจโล

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โคลีเซี่ยม (Colosseum) สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหิน / ผ่านชมจัตุรัสโรมัน (Roman Forum) ตั้งอยู่ระหว่างเนินพาเลติเน (Palatine hill) กับเนินแคปิโตลิเน (Capitoline hill) ในกรุงโรม เป็นสถานที่ของนักปราชญ์ และนักการเมืองในยุคโรมันโบราณ เซอร์คัส แม็คซีมุส / ชม ประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม”

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคารจีน

บ่าย             นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุแห่งนีเชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้แล้วหันหลังใช้มือขวาโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุแห่งนี้ แล้วจะได้มีโอกาสกลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ชม บรรยากาศย่านบันไดสเปน (Spanish Steps) แหล่งช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของกรุงโรม ท่านสามารเลือกซื้อสินค้าชั้นนำ แบรนด์เนมของอิตาลีตามอัธยาศัย อาทิ กุชชี่ อาร์มานี่ พราด้า หลุยส์ วิตตอง เป็นต้น

17.00 น.      หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง เคียงเชียโนแตร์เม ( Chianciano Terme ) เป็นเมืองตากอากาศ ในแคว้นทรัสคานี ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ก่อนยุคโรมัน ท่านสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่สวยงามของเมือง

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม หรือ เทียบเท่า

DAY 5

เคียงเชียโนแตร์เม - หอเอนแห่งเมืองปิซ่า - ลา สปีเซีย – ซิงเกว แตร์ – ปาร์มา

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ ปิซา (Pisa) เมืองที่มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การชมเมืองปิซ่านั้น แนะนำว่าให้เดินเท้าเป็นดีที่สุด คุณสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศของเมืองได้อย่างสบายใจ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูง ทั้งนี้ก็เพื่อลิ้มรสชาติบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาในอิตาลี ทำให้หลายคนที่ได้มาเยือนตกหลุมรักที่นี่ไปอย่างไม่น่าสงสัย  เดินทางสู่ เยี่ยมชม จตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี แปลว่า "จตุรัสอัศจรรย์" หรือที่ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในชื่อ จตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า คือ บริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างได้แก่ มหาวิหารปิซ่า หอเอน หอศีลจุ่ม เริ่มสร้างปี ค.ศ.1173 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1372 ปัจจุบันยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1987 ชม หอเอนแห่งเมืองปิซ่า หอคอยหินอ่อน เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของศาสนสถานของชาคริสต์ ที่สร้างในปี 1174 เสร็จในปี ค.ศ.1350 ใช้เวานานถึง 176 ปี แต่เกิดการทรุดตัวลงเมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 จึงหยุดก่อสร้างไป จนอีกประมาณ 100 ปีต่อมาถึงมีผู้สร้างต่อได้จนครบ 8 ชั้น และได้นำระฆังไปติดในอีกร่วม 100 ปีต่อมา จนเสร็จสมบูรณ์เหมือนที่เห็นในปัจจุบัน กาลิเลโอได้เคยมาพิสูจน์ทฤษฏีการตกของวัตถุที่ยอดของหอเอนแห่งนี้

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย             เดินทางสู่ ลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรียทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัว    และปิซ่า บนทะเลลิกูเรียและเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร

เดินทางโดยรถไฟสู่ เมืองซิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ห่างจากลาสเปเซียไปทางตะวันตก คำว่า Cinque Terre มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (Five Lands) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ Monterosso Al Mare, Venazza, Corniglia, Manarola และ Riomaggiore โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขา ล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Cinque Terre และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วย ชมความงดงามทาง ธรรมชาติของ Cinque Terre ซึ่งสามารถมาเที่ยวชมได้โดยทางเรือเฟอร์รี่หรือทางรถไฟหรือทางเดิน (Walking Trail) โดยรถยนต์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาได้ ซึ่งทำให้ Cinque Terre ปราศจากมลพิษและ ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

นำท่านเดินทางโดยรถไฟสู่ หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร (Monterosso Al Mare) หมู่บ้าน

มอนเตรอสโซ อัล มาเร หนึ่งในห้าหมู่บ้านของแนวฝั่งชิงกาเทล่าที่มีผู้คนแวะเยี่ยมเยือนมากที่สุดด้วยหาดทรายขนาดพอประมาณและโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ และแม้หมู่บ้านอาจจะ  มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านมากระหว่างกลางฤดูร้อน ความรื่นรมย์ในหมู่บ้านมอนเตรอสโซก็ไม่ลดน้อยลง บริเวณเขตเมืองเก่าซึ่งแยกจากบริเวณรีสอร์ทแบบโมเดิร์นด้วยหอคอย Aurora เป็นแหล่งซากโบราณของปราสาทยุคกลางและโบสถ์ San Francesco ซึ่งเป็นที่จัดแสดงภาพเขียนการตรึงกางเขนของจิตรกร Van Dyck

เดินทางสู่ ปาร์มา (Parma) เมืองในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา มีชื่อเสียงในด้านการผลิตแฮม

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม หรือเทียบเท่า

DAY 6

ปาร์มา – เวนิส – รวมค่าล่องเรือกอนโดล่า

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส (Venice) เมืองบนเกาะ เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก และยังเป็นบ้านเกิดของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่มาร์โคโปโล ตัวเกาะเวนิสเองประกอบไปด้วยเกาะกว่า 118 เกาะ เชื่อมต่อกันด้วยลำคลองถึง 150 สาย และสะพานประมาณ 400 สะพาน โดยการเดินทางบนเกาะเวนิสนั้นจะใช้การเดินหรือล่องเรือไปตามลำคลองเท่านั้น

นำท่านสู่ ท่าเรือทรอนเช็ตโต้ เพื่อนั่งเรือสู่เกาะเวนิส ล่องเรือผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ตามลำคลองน้อยใหญ่เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างยิ่ง

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย            นำท่านนั่งเรือสู่ เกาะเวนิส ล่องเรือผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้าแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ตามลาคลอง

น้อยใหญ่เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างยิ่ง เวนิสสร้างขึ้น บนเกาะน้อยใหญ่กว่า 140 เกาะ ที่เชื่อมต่อ

กันด้วยสะพานหลายร้อยสะพาน จนดูคล้ายเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน รวมค่าล่องเรือกอนโดล่า (Gondola ride) เอกลักษณ์ของเมือง และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ให้ท่านได้ชมความงามสุดแสนโรแมนติกของเกาะเวนิส เรือไม้ที่เป็นสัญญาลักษณ์ของเกาะเวนิสล่องไปตามลาคลองน้อยใหญ่ต่างๆ ของเกาะเวนิส ผ่านชมตึกบริเวณริมคลอง ชมวิถีชีวิติของชาวเวนิส เป็นเรือพายพื้นบ้านของชาวเวนิส ใช้เป็นพาหนะหลักของการเดินทางในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี มา นานหลายร้อยปี ชม จตุรัสซานมาร์โค (St. Mark’s Square) ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะต่างๆ ของเมืองเวนิสที่มีคลอง ต่างๆ มากมายนับร้อยแห่ง นับเป็นบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมืองแวะถ่ายรูป มหาวิหารซานมาร์โค (St. Mark’s Bacilica) เป็นวิหารที่มีชื่อเสียงมากของเมืองเวนิส เป็นตัวอย่างอันสาคัญของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์

แวะถ่ายรูปอาคารที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นอย่าง วังดูคาเล (Palazzo Ducale) โดยวังแห่งนี้เคย

เป็น ที่พานักของผู้ปกครองเมืองเวนิสโดยภายในตกแต่งด้วยศิลปะหลายยุคสมัย มีการแบ่งเป็นห้อง

ต่างๆมากมาย ซึ่งแต่ละห้องจะมีการประดับไว้ด้วยภาพวาดโดยศิลปินชาวเวนิสหลายๆท่าน

ผ่านชม สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) หลังจากนั้น เดินทางสู่ เวนิส เมสเตร

 ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม หรือเทียบเท่า

DAY 7

เวนิส - มิลาน - โคโม่

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ มิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก เมืองแห่งแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังของอิตาลี แวะถ่ายรูป ดูโอโม่หรือมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน ลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์ พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้า ชม แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหรา และเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโคโม่ ( Lake Como ) ทะเลสาบโคโม่ ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโคโม่ ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ มีพื้นที่ 146 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี รองจากทะเลสาบการ์ดาและทะเลสาบมัจจอเร

 ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม หรือเทียบเท่า

DAY 8

โคโม่ – มิลาน - กรุงเทพฯ

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ชมความงดงามของ ทะเลสาบโคโม่ ( Lake Como )

ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของอิตาลี และมีบางคนกล่าวว่าสวยกว่า Hallstatt เมืองเล็กๆในออสเตรีย พร้อมทั้งชื่นชมความงดงามทะเลสาบโคโม่ ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโคโม่ อย่างสนุกสนาน ท่านสามารถถ่ายรูปเก็บภาพสวยๆได้อย่างจุใจ

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง มิลาน

10.00 น.       เดินทางสู่ สนามบินมิลาน-มัลเปนซา

14.05 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 941

 

DAY 9

กรุงเทพฯ

05.55 น.       เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

98,800. - บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

13 – 21 เม.ย. 62

21 – 29 พ.ค. 62

15 – 23 มิ.ย. 62

13 – 21 ก.ค. 62

10 – 18 ส.ค. 62

14 – 22 ก.ย. 62

12 – 20 ต.ค. 62

19 – 27 ต.ค. 62

16 – 24 ต.ค. 62

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088