อิตาลี คลาสสิค 9 วัน พักค้างคืนบนเกาะเวนิส

(1)      กรุงเทพฯ – โดฮา

(2)    โรม – ปอมเปอี – ซอร์เรนโต้

(3)   ซอร์เรนโต้ – เกาะคาปรี – ถ้ำ Blue Grotto – นาโปลี – โรม 

(4)   โคลีเซียม – มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – เคียงเซียโนแตร์เม

(5)   เคียงเซียโนแตร์เม – หอเอนแห่งเมืองปิซ่า – ลา สปีเซีย – ซิงเกว แตร์ – ปาร์มา

(6)   ปาร์มา – เวนิส – รวมค่าล่องเรือกอนโดล่า – พักค้างคืนบนเกาะเวนิส

(7)   เวนิส – มิลาน

(8)   มิลาน – โคโม่ – เบลลาจิโอ – สนามบิน

(9)   โดฮา – กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – โดฮา

18.00 น.       พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 8 แถว Q เคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์แอร์เวย์

21.05 น.         ออกเดินทางสู่ โดฮา โดยเที่ยวบิน QR 839

DAY 2

โรม – ปอมเปอี – ซอร์เรนโต้

00.40 น.       เดินทางถึง โดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

02.00 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงโรม โดยเที่ยวบิน QR 115

06.55 น.       เดินทางถึง สนามบินฟีอูมีชีโน กรุงโรม เป็นเมืองที่มีความสำคัญมากทางประวัติศาสตร์ มีประวัติยาวนานมากว่า 2,800 ปี โรมเป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลี และเป็นที่ตั้งของนครวาติกันซึ่งเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

เดินทางสู่ ปอมเปอี (Pompeii) เมืองเก่าที่ได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองปอมเปอี ซึ่งอดีตเต็มไปด้วยงานศิลปะและวัฒนธรรมที่ถูกกลืนหายไปจากการระเบิดของภูเขาไฟ วิซูเวียส ใน คศ.1979 เถ้าถ่านลาวาได้ไหลทับถมเมืองหายไปทั้งเมืองจมอยู่ใต้ดินกว่า1,500 ปี เคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ตลาดและห้องแถว สนามกีฬา โรงละคร วิหาร โรงอาบนํ้าสาธารณะ หอนางโลม โรงแรมถึง 130 แห่ง

เข้าชม Pompeii Excavations ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 ชมร่องรอยอารยธรรมความศิวิไลซ์ของอาณาจักรก่อนคริสต์ศักราช การจัดวางผังเมืองไว้อย่างมีระเบียบแบบแผน และชมร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองมั่งคั่งของปอมเปอี

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            เดินทางสู่ ซอร์เรนโต้ (Sorrento) เมืองชายฝั่งทะเลแหล่งพักผ่อนของบรรดานักท่องเที่ยวโดยเฉพาะบรรดาชนชั้นสูงที่นิยมมาพักผ่อนตากอากาศ ณ เมืองแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาหินปูนติดชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีบรรยากาศของอิตาลีตอนใต้ เสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวล้วนแล้วแต่หลงใหล

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Hotel Central Sorrento       หรือเทียบเท่า

DAY 3

ซอร์เรนโต้ – เกาะคาปรี – ถ้ำ Blue Grotto – นาโปลี – โรม

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ ล่องเรือ Jetfoil สู่      เกาะคาปรี (Capri) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหลมซอร์เรนโต้ ซึ่งถือเป็นเกาะที่มีทัศนียภาพที่งดงาม ชมเกาะคาปรี ซึ่งเป็นหินปูนก้อนใหญ่ก้อนเดียวมีความยาว 6.25 กิโลเมตร และกว้าง 3 กิโลเมตร บ้านเมืองจึงตั้งอยู่บนหินซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 450-900 ฟุต บางจุดต้องขึ้นบันไดถึงเกือบ 800 ขั้น ซึ่งเรียกว่า Phonecian Stairs เกาะคาปรีเป็นที่ตากอากาศของจักรพรรดิโรมันในสมัยต้นๆ เช่น จักรพรรดิ Augustus และ Tiberius ปัจจุบันเป็นที่ตากอากาศที่ดังที่สุดในภาคใต้ของอิตาลี

ชม ถ้ำ Blue Grotto ซึ่งอยู่ตอนเหนือของเกาะ ปากถ้ำมีรูปร่างคล้ายรูกุญแจ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใต้น้ำส่วนที่อยู่เหนือน้ำจะสูงกว่าผิวน้ำเพียง 4 ฟุตเท่านั้น ซึ่งจะต้องนั่งเรือเล็กเข้าไปเมื่อเข้าไปในถ้ำ แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านน้ำเข้ามาจากปากถ้ำจะทำให้น้ำในถ้ำมีสีฟ้าแปลกตา จึงได้ชื่อว่า Blue Grotto ถ้ำนี้รู้จักกันตั้งแต่สมัยโรมัน แต่ถูกหลงลืมจนมาค้นพบใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1826

** หมายเหตุ ** การเข้าชมชมถ้ำ Blue Grotto ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลในวันนั้น หากไม่สามารถเข้าชมได้บริษัทฯจะจัดหาที่เที่ยวทดแทน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เดินทาง

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              เดินทางสู่ เมืองนาโปลี หรือ เมืองเนเปิลส์ (Naples) เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเนเปิลส์ และ แคว้นกัมปาเนีย แคว้นที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขต             เมดิเตอเรเนียนที่สำคัญอีกด้วย / นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงโรม

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Hotel Regent Rome หรือเทียบเท่า

DAY 4

โคลีเซียม – มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – เคียงเซียโนแตร์เม

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ (St. Peter Basilica) เป็นวิหารที่ใหญ่และสำคัญที่สุดใน    นครรัฐวาติกัน ฝีมือการออกแบบของมิเกลันเจโล

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โคลีเซียม (Colosseum) สนามกีฬากล้างแจ้งขนาดใหญ่ อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหิน / ผ่านชม จัตุรัสโรมัน (Roman Forum) ตั้งอยู่ระหว่างเนินพาเลติเน (Palatine Hill) กับ เนินแคปิโตลิเน (Capitoline Hill) ในกรุงโรม เป็นสถานที่ของนักปราชญ์ และนักการเมืองในยุคโรมันโบราณ เซอร์คัส แม็คซีมุส / ชม ประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่ง      ชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม”

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านชม น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ตรงกลางจะเป็นรูปปั้นเทพเจ้าเนปจูนยืนอยู่บนรถม้า ลากโดยม้า 2 ตัวซึ่งตัวหนึ่งมีลักษณะสงบเสงี่ยม ส่วนอีกตัวดูพยศ ซึ่งเขาบอกว่าหมายถึงธรรมชาติของทะเลที่มีทั้งยามสงบและแปรปรวน นักท่องเที่ยวนิยมโยนเหรียญลงไปในน้ำพุ โดยหันหลังและโยนด้วยมือขวาให้เหรียญข้ามไหล่ซ้ายไป เชื่อว่าจะทำให้ได้กลับมากรุงโรมอีก

ชมบรรยากาศย่าน บันไดสเปน (Spanish Steps) แหล่งช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของกรุงโรม อิสระให้ท่าน เดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าชั้นนำแบรนด์เนมของอิตาลีตามอัธยาศัย อาทิ กุชชี่ อาร์มานี่ พราด้า    หลุยส์ วิตตอง เป็นต้น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเคียงเซียโนแตร์เม (Chianciano Terme) เป็นเมืองตากอากาศในแคว้น ทรัสคานี ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ก่อนยุคโรมัน ท่านสามารถเพลิดเพลินกับทัศยนียภาพที่สวยงามของเมือง

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Grand Hotel Excelsior Chianciano Terme หรือเทียบเท่า  

DAY 5

เคียงเซียโนแตร์เม – หอเอนแห่งเมืองปิซ่า – ลา สปีเซีย – ซิงเกว แตร์ – ปาร์มา

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ ปิซา (Pisa) เมืองที่มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การชมเมืองปิซ่านั้น แนะนำว่าให้เดินเท้าเป็นดี ที่สุด คุณสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศของเมืองได้อย่างสบายใจ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูง ทั้งนี้ก็เพื่อลิ้มรสชาติบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาในอิตาลี ทำให้หลายคนที่ได้มาเยือนตกหลุมรักที่นี่ไปอย่างไม่น่าสงสัย / เยี่ยมชม จตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี แปลว่า "จตุรัสอัศจรรย์" หรือที่ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในชื่อ จตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า คือ บริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างได้แก่ มหาวิหารปิซ่า หอเอน หอศีลจุ่ม เริ่มสร้างปี ค.ศ.1173 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1372 ปัจจุบันยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1987 / ชม หอเอนแห่งเมืองปิซ่า หอคอยหินอ่อน เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของศาสนสถานของชาวคริสต์ ที่สร้างในปี 1174 เสร็จในปี ค.ศ.1350 ใช้เวานานถึง 176 ปี แต่เกิดการทรุดตัวลงเมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 จึงหยุดก่อสร้างไป จนอีกประมาณ 100 ปีต่อมาถึงมีผู้สร้างต่อได้จนครบ 8 ชั้น และได้นำระฆังไปติดในอีกร่วม 100 ปีต่อมา จนเสร็จสมบูรณ์เหมือนที่เห็นในปัจจุบัน กาลิเลโอได้เคยมาพิสูจน์ทฤษฏีการตกของวัตถุที่ยอดของหอเอนแห่งนี้

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             เดินทางสู่ ลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรียทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บนทะเลลิกูเรียและเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร

เดินทางโดยรถไฟสู่ เมืองซิงเคว แตร์เร่ (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ห่างจากลาสเปเซียไปทางตะวันตก คำว่า Cinque Terre มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (Five Lands) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ Monterosso Al Mare, Venazza, Corniglia, Manarola และ Riomaggiore โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขา ล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Cinque Terre และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วย    ชมความงดงามทาง ธรรมชาติของ Cinque Terre ซึ่งสามารถมาเที่ยวชมได้โดยทางเรือเฟอร์รี่หรือทางรถไฟหรือทางเดิน (Walking Trail) โดยรถยนต์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาได้ ซึ่งทำให้ Cinque Terre ปราศจากมลพิษและ ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

นำท่านเดินทางโดยรถไฟสู่ หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร (Monterosso Al Mare) หมู่บ้าน  มอนเตรอสโซ อัล มาเร หนึ่งในห้าหมู่บ้านของแนวฝั่งชิงกาเทล่าที่มีผู้คนแวะเยี่ยมเยือนมากที่สุด   ด้วยหาดทรายขนาดใหญ่พอประมาณ และโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ และแม้หมู่บ้านอาจจะมีนักท่องเที่ยว พลุกพล่านมากระหว่างกลางฤดูร้อน ความรื่นรมย์ในหมู่บ้านมอนเตรอสโซก็ไม่ลดน้อยลง บริเวณเขตเมืองเก่าซึ่งแยกจากบริเวณรีสอร์ทแบบโมเดิร์นด้วยหอคอย Aurora เป็นแหล่งซากโบราณของปราสาทยุคกลางและโบสถ์ San Francesco ซึ่งเป็นที่จัดแสดงภาพเขียนการตรึงกางเขนของ  จิตรกร Van Dyck

เดินทางสู่ ปาร์มา (Parma) เมืองในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา มีชื่อเสียงด้านการผลิตแฮม

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม NH Parma หรือเทียบเท่า

DAY 6

ปาร์มา – เวนิส – รวมค่าล่องเรือกอนโดล่า – พักค้างคืนบนเกาะเวนิส

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส (Venice) เมืองบนเกาะ เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก”   ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็น     ส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก และยังเป็นบ้านเกิดของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่มาร์โคโปโลตัวเกาะเวนิสเองประกอบ ไปด้วยเกาะกว่า 118 เกาะ เชื่อมต่อกันด้วยลำคลองถึง 150 สาย และสะพานประมาณ 400 สะพาน  โดยการเดินทางบนเกาะเวนิสนั้นจะใช้การเดินหรือล่องเรือไปตามลำคลองเท่านั้น

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านสู่ ท่าเรือทรอนเช็ตโต้ เพื่อนั่งเรือสู่เกาะเวนิส ล่องเรือผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ตามลำคลองน้อยใหญ่เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างยิ่ง เวนิสสร้างขึ้น บนเกาะ น้อยใหญ่กว่า 140 เกาะ ที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานหลายร้อยสะพาน จนดูคล้ายเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน รวมค่าล่องเรือกอนโดล่า (Gondola ride) เอกลักษณ์ของเมือง และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ให้ท่านได้ชมความงาม     สุดแสนโรแมนติกของเกาะเวนิส เรือไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเวนิส เป็นเรือพายพื้นบ้านของชาวเวนิสใช้เป็นพาหนะ หลักของการเดินทางในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี มานานหลายร้อยปี ล่องไปตามลำคลองน้อยใหญ่ ต่างๆ ผ่านชมตึกบริเวณริมคลองและชมวิถีชีวิติของชาวเวนิส

ผ่านชม จตุรัสซานมาร์โค (San Marco) ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะต่างๆ ของเมืองเวนิสที่มีคลอง ต่างๆ มากมายนับร้อยแห่ง นับเป็นบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมือง

แวะถ่ายรูป มหาวิหารซานมาร์โค (Bacilica Di San Macro) เป็นวิหารที่มีชื่อเสียงมากของเมือง   เวนิส เป็นตัวอย่างอันสำคัญของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์

แวะถ่ายรูปอาคารที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นอย่าง วังดูคาเล (Palazzo Ducale) โดยวังแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของผู้ปกครองเมืองเวนิสโดยภายในตกแต่งด้วยศิลปะหลายยุคสมัย มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆมากมาย ซึ่งแต่ละห้องจะมีการประดับไว้ด้วยภาพวาดโดยศิลปินชาวเวนิสหลายๆท่าน /ผ่านชม สะพานถอนหายใจ (Ponte Dei Sospiri)

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Palazzo Selvadego หรือเทียบเท่า

*พักค้างคืนบนเกาะเวนิส

DAY 7

เวนิส – มิลาน

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ มิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก เมืองแห่งแฟชั่น  ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของอิตาลี

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านแวะถ่ายรูป ดูโอโม่หรือมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดใน  โลก ซึ่งใช้เวลา สร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยัง  ประดับประดา ไปด้วยรูปปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน ลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มี  อนุสาวรีย์ พระเจ้า วิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้า ชม แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหรา และเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Klima Hotel Milano Fiere หรือเทียบเท่า

DAY 8

มิลาน – โคโม่ – เบลลาจิโอ – สนามบิน

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโคโม่ ในแคว้นลอมบาร์เดีย    ทางเหนือของประเทศอิตาลี บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ มีพื้นที่ 146 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี รองจากทะเลสาบการ์ดา และทะเลสาบมัจจอเร

นำท่าน ล่องเรือทะเลสาบโคโม่ (Como) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของอิตาลี และมีบางคน กล่าวว่าสวยกว่า Hallstatt เมืองเล็กๆในออสเตรีย พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโคโม่อย่างสนุกสนาน ท่านสามารถถ่ายรูปเก็บภาพสวยๆได้อย่างจุใจ และนำท่านชมเมือง       เบลลาจิโอ (Bellagio) ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโกโม เป็นสถานที่ที่ทะเลสาบมาบรรจบกันเป็นรูปตัววาย เบลลาจิโอตั้งอยู่ปลายบนของคาบสมุทร โดยถูกแบ่งออกโดยแขนสองข้างทิศใต้ของทะเลสาบ สามารถเห็นเทือกเขาแอลป์ทางทิศเหนือได้ เบลลาจิโอได้รับการยกย่องให้เป็น “The Pearl of Lake Como” โดยในเมืองเต็มไปด้วยบ้านเรือนสีโทนร้อนตั้งเรียงกันตามแนวทะเลสาบ มีทางเดินแคบๆ ลาดชันลงสู่ชายฝั่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเมือง

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             อิสระให้ท่านเดินเที่ยวเล่นชมเมือง ช้อปปิ้ง และถ่ายรูปเก็บบรรยากาศที่โคโม่

17.30 น.    รักประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

22.55 น.    อกเดินทางสู่ โดฮา โดยเที่ยวบิน QR 118

DAY 9

โดฮา – กรุงเทพฯ

05.35 น.       เดินทางถึง โดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

08.00 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน QR 832

19.00 น.       เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

98,800. - บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

27 ก.ค. – 04 ส.ค. 62

10 – 18 ส.ค. 62

14 – 22 ก.ย. 62

19 – 27 ต.ค. 62

16 – 24 พ.ย. 62

28 ธ.ค. – 05 ม.ค. 63

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088