วันเดอร์ฟูล จอร์แดน 7 วัน

(1) :       กรุงเทพฯ

(2) :       กรุงเทพฯ – อัมมาน – เจอราช – อัมมาน

(3) :       อัมมาน – มาดาบา – ยอดเขาเมาท์เนโบ – ปราสาทครูเสดโชบัค – เพตรา

(4) :       เพตรา – มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท – ทะเลทรายวาดิรัม – นั่งรถโฟร์วิว 4×4

(5) :       วาดิรัม – ล่องเรือในทะเลแดง – อัคคาบา – เดดซี

(6) :       ลอยตัวในทะเลเดดซี – ช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์เดดซี – อัมมาน – ช้อปปิ้ง ร้านขนมซาลาติโม

13 – 19 ต.ค. 62

(7) :       อัมมาน – กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ

21.00 น.         คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินรอยัลจอร์แดเนียนแถว S ประตู 9

DAY 2

กรุงเทพฯ – อัมมาน – เจอราช – อัมมาน

00.30 น.         ออกเดินทางสู่ อัมมาน ประเทศจอร์แดน โดยเที่ยวบิน RJ 183

05.50 น.         เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ Queen Alia ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน

(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)

เช้า                     รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

เดินทางขึ้นสู่ทางเหนือของประเทศจอร์แดน ชม นครเจอราช (Jerash) หรือ “เมืองพันเสา” (ระยะทาง 52 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) เป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล ในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี ชม ซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียนและสนามแข่งม้าฮิปโปโดรม  จากนั้นเดินเข้าประตูทางทิศใต้ชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะสังสรรค์ของชาวเมือง วิหารเทพซีอุส โรงละครทางทิศใต้ สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92 จุผู้ชมได้ถึง 3,500 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์เพียงพูดเบาๆ ก็จะมีเสียงส  ะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา

ชม วิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นในเดินเข้าสู่ ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้าออกเมืองแห่งนี้ บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า ฝาท่อระบายน้ำ ซุ้มโคมไฟ บ่อน้ำดื่มของม้า

ชม น้ำพุใจกลางเมือง (Nymphaeum) สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุ ฯลฯ จากนั้น เดินทางกลับสู่ กรุงอัมมาน

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              ชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (Citdael) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุการณ์บ้านเมืองต่างๆ เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้ โดยมีฉากหลังเป็นโรงละครโรมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดนจุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อันแปลกตายิ่งนักที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161–180 ในสมัยโรมัน

เยี่ยมชม พระราชวังเก่าอุมเมยาด สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิมของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดน ซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน ห้องรับแขก ฯลฯ

ผ่าน ชมพระราชวังของพระมหากษัตริย์อับดุลลาห์ที่สอง (Raghadan Palace) ที่ตั้งอยู่บนภูเขามีทำเลที่สวยงามมากที่สุดในกรุงอัมมาน และมีทหารคอยเฝ้าดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Hareer Palace Hotel หรือเทียบเท่า

DAY 3

อัมมาน – มาดาบา – ยอดเขาเมาท์เนโบ – ปราสาทครูเสดโชบัค – เพตรา

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองมาดาบา (Madaba) (ระยะทาง 32 กม. ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที) หรือ เมืองแห่งโมเสก ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์ แห่งเซนต์จอร์จ ถูกสร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์

ชม ภาพแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธ์ิแห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชึ้น แสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอรเ์รเนียน เยรูซาเลม แม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี เขาไซนาย อียิปต์ ฯลฯ

เดินทางสู่ ยอดเขาเมาท์เนโบ (Mount Nebo) มีความสูง 817 เมตร จากระดับน้ำทะเล เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวที่เดินทางจากอิยิปต์มายังเยรูซาเลม และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์แดน ที่แห่งนี้เป็นสถานที่สุดท้ายของโมเสส ก่อนจะชี้ทางให้ผู้สืบทอดนำพาผู้คนไปยังดินแดนพันธสัญญา ในประเทศอิสราเอลปัจจุบัน เมื่อยืนอยู่บนยอดเขาจะมองไปเห็นดินแดนแห่งพันธสัญญา (The Promised Land)

ชม อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสสและพระเยซู โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็นแม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ ปราสาทครูเสดโชบัค (Shoubak Castle) หรือที่รู้จักกันในพวกนักรบครูเสด ชื่อมอนทรีล แห่งตะวันออก (Montreal) สร้างขึ้นโดยกษัตร์บอลด์วินที่ 1 แห่งเยรูซาเลม ในปี ค.ศ. 1115 เพื่อใช้เป็นป้อมปราการ ควบคุมเส้นทางกองคาราวานที่จะเดินทางจากดามัสกัสไปอิยิปต์ ในอดีตเมืองแห่งนี้ มีชาวคริสต์อาศัยอยู่ ราว 6,000 คน และในปี ค.ศ. 1189 ได้ถูกทําลายลงโดยนักรบมุสลิม ภายใต้การนําทัพของ ซาลาดิน (Saladin) บริเวณข้างล่าง หรือเขาข้างปราสาทโชบัค ท่านสามารถมองเห็นบ้านช่อง สภาพการอยู่ภายในถ้ำหลงเหลืออยู่

เดินทางสู่ เมืองเพตรา (Petra) (ระยะทาง 37 กม. ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที) เมืองที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (Wadi Musa) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล – ปี ค.ศ 100 และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Old Village Resort or Hyatt Zaman Resort หรือเทียบเท่า

DAY 4

เพตรา – มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท – ทะเลทรายวาดิรัม – นั่งรถโฟร์วิว 4x4

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ชม มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท (The Treasury Al-Khazneh) สันนิษฐานว่าสร้างในราวศตวรรษที่ 1 – 2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อียิปต์ กรีก นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวา เดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรต์ อียิปต์

ชม โรงละครโรมัน (Roman Theatre) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติมมีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตรา

เที่ยง            รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เดินทางสู่ ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum) หรือ Valley of the moon ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุดิอาระเบีย เดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปี ค.ศ. 1916 – 1918 ทะเลทรายแห่งนี้ ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์ และเจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับ ร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดน และต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “Lawrence Of Arabia” และในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30 รางวัล นำแสดงโดย Peter O'Toole, Omar Sharif ฯลฯ)

นำท่าน นั่งรถโฟร์วิว 4x4 รับบรรยาอากาศท่องทะเลทรายวาดิรัม ที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล สีของเม็ดทรายนั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Sun City Camp หรือเทียบเท่า

DAY 5

วาดิรัม – ล่องเรือในทะเลแดง – อัคคาบา – เดดซี

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองอัคคาบา (Aqaba) (ระยะทาง 63 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดน เป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษี มีประชากรอาศัยราว 70,000 คน

นำท่านล่องเรือแล่นในทะเลแดง ทะเลแดงเป็นทะเลแห่งประวัติสาสตร์ที่ได้มีการกล่าวขานในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่า ทะเลแห่งนี้เป็นสถานที่โมเสสได้ทำอัศจรรย์ โดยการชูไม้เท้าแหวกทะเลแดงเป็นทางเดิน พาชาวอิสราเอลหนีให้รอดพ้นจากการตามล่าของทหารอิยิปต์ เพื่อจับไปเป็นทาสของอียิปต์ และจุดมุ่งหมายเพื่อเดินทางไปสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา ที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับชาวอิสราเอล นั่นคือกรุงเยรูซาเลมในปัจจุบัน ทะเลนี้มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือ ประเทศจอร์แดน อิสราเอล อิยิปต์ และซาอุดิอาระเบีย ชมความใสของน้ำทะเลสีเทอร์คอยส์ ปะการัง ปลาทะเลหลากชนิด เม่นทะเล แมงกะพรุน ฯลฯ

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             เดินทางสู่ เดดซี (ระยะทาง 212 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.35 ชม.) จากนั้นเข้าสู่ที่พัก เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Crown Plaza Resort หรือเทียบเท่า

DAY 6

ลอยตัวในทะเลเดดซี – ช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์เดดซี – อัมมาน – ช้อปปิ้ง ร้านขนมซาลาติโม

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ลอยตัวในทะเลเดดซี (Dead Sea) ทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือกินเนสส์ว่าเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และมีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำทะเลทั่วไป เชิญท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเลและพิสูจน์ความจริงว่าท่านลอยได้จริงหรือไม่ เหตุที่เรียกว่า เดดซี เพราะทะเลสาบนี้ไม่มีทางออกสู่ทะเลอื่น มีเพียงแม่น้ำจอร์แดนที่ไหลลงสู่ทะเลเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปน้ำในทะเลระเหยขึ้น ทำให้เกลือในทะเลสาบเดดซีตกค้างอยู่ในบริเวณเดิม น้ำในทะเลสาบเดดซีจึงมีความเค็มมากกว่าน้ำทะเลปกติถึง 6 เท่า ด้วยเหตุที่น้ำมีความเค็มมากขนาดนี้ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ จึงเรียกทะเลสาบเดดซี ซึ่งมีความหมายว่าทะเลมรณะ และเป็นทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือกินเนสส์ว่าเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก โดยมีความต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย               อิสระช้อปปิ้ง ผลิตภัณฑ์ Skincare ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์ของแร่ธาตุมากมายจากทะเลสาบเดดซี มีทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพใบหน้าและลำตัว นอกจากนี้ ปัจจุบันยังได้นำวัตถุดิบจากทะเลสาบเดดซีมาบรรจุคัดกรองแร่ธาตุต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบเครื่องสำอาง และมีสถาบันเสริมความงามหลายที่ ได้นำวัตถุดิบโคลนทะเลสาบเดดซีมาใช้ในการทำสปา เพื่อเป็นการผ่อนคลายและมอบความสดใสชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย

เดินทางกลับสู่ อัมมาน ให้ท่านได้ อิสระช้อปปิ้งที่ ห้าง City Mall – Carrefour เป็น 2 ห้างใหญ่ติดกัน มีของแบรนด์เนมให้เลือกสรรมากมาย

ร้านขนมหวานของชาวอาหรับ ซาลาติโม (Zalatimo Bros Sweets) ร้านขนมที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงอัมมาน เปิดกิจการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1860 โดยร้านเดิมร้านแรกได้เปิดขายอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม อิสราเอล และจากนั้นจำเป็นต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศ แต่ยังคงสืบทอดขนมจากรุ่นสู่รุ่น และได้พัฒนาคุณภาพ และรสชาติของขนมให้มีความหอม อร่อย จนถึงปัจจุบัน

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

21.00 น.    เดินทางสู่ สนามบินอัมมาน

DAY 7

อัมมาน – กรุงเทพฯ

02.55 น.        ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน RJ 180

15.15 น.         เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

76,900.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

17 – 23 มี.ค. 62

12 - 18 เม.ย. 62**

29 เม.ย. – 05 พ.ค. 62**

16 – 22 มิ.ย. 62

27 ก.ค. - 02 ส.ค. 62

22 – 28 ก.ย. 62

13 – 19 ต.ค. 62

20 – 26 ต.ค. 62

17 - 23 พ.ย. 62

08 – 14 ธ.ค. 62

29 ธ.ค. – 04 ม.ค. 63**

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088