โปรตุเกส 10 วัน 7 คืน

(1)   :      กรุงเทพฯ – ดูไบ

(2)   :      ดูไบ – ลิสบอน – โอบิดอส – ฟาติมา – โคอิมบรา

(3)   :      โคอิมบรา – พอร์โต้ – โบสถ์เซนต์ฟรานซิส – ล่องเรือจิบไวน์ชมเมืองพอร์โต้

(4)   :      พอร์โต้ – กีมาไรซ์ – วิล่า รีล – วีเซว

(5)   :      วีเซว – เบลมอนเต – พิพิธภัณฑ์ชาวยิว – Castelo de Vide – เอโวร่า

(6)   :      เอโวร่า – จัตุรัสกิรัลโด – ฟารู

(7)   :      ฟารู – ลากัว – ล่องเรือชมถ้ำทะเลริมชายหาดเบนากิล – ซาเกรส – ลากอส – ฟารู

(8)   :      ฟารู – ซินตร้า – แหลมโรก้า แหลมปลายสุดยุโรปฝั่งตะวันตก – ลิสบอน

(9)   :      ลิสบอน – วิหารเจโรนิโม – ทานทาร์ตไข่ – หอคอยบีเล็ม – ดูไบ                               

(10) :      ดูไบ – กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – ดูไบ

22.00 น.         พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เคาน์เตอร์เชคอิน T

ประตูทางเข้าที่ 9 - 10

DAY 2

ดูไบ – ลิสบอน – โอบิโดส - ฟาติมา - โคอิมบรา

01.15 น.         ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยเที่ยวบิน EK 371

04.45 น.         เดินทางถึง ดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

07.25 น.         ออกเดินทางสู่ ลิสบอน โดยเที่ยวบิน EK 191

12.35 น.         เดินทางถึง กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตจู้ (Tejo)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                 นำท่านเดินทางสู่ ออบิโดส (Obidos) (ระยะทาง 85 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม. 15 นาที)  เมืองป้อมปราการโบราณ ซึ่งมีประชากรอยู่เพียงหมื่นกว่าคนในปัจจุบัน ชื่อเมืองตั้งมาจากภาษาละตินโบราณ ซึ่งแปลว่า ป้อมปราการอันแข็งแกร่ง ก่อตั้งขึ้นโดนอาณาจักรโรมัน และยึดครองโดยแขกมัวร์เมื่อช่วงศตวรรษที่ 7 และอีก 400 ปีถัดมาได้ถูกยึดครองโดย อฟองโซ่ เฮนริค กษัตริย์องค์แรกแห่งโปรตุเกส

นำท่านเดินชมบริเวณเมืองเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ความดั้งเดิมไว้ตั้งแต่รุ่นโบราณ ราวกับว่าวันเวลาจะหยุดนิ่งอยู่ที่ต้นยุคกลางเมื่อครั้งที่กษัตริย์เดนิสได้ส่งมอบเมืองออบิโดสนี้ให้แก่แม่นางอิซาเบลแห่งอาณาจักรอารากอน เป็นของขวัญวันอภิเษกสมรสเมื่อ ค.ศ. 1282 ป้อมปราการและปราสาทออบิโดสถูกขนานนามเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส

นำท่านเดินทางสู่ ฟาติมา (Fatima) (ระยะทาง 89 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม. 30 นาที)

นำท่านเข้าชม มหาวิหารฟาติมา มหาวิหารที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1928 โดยในทุกๆปีจะมีชาวคาทอลิคผู้แสวงบุญเดินทางมาสักการะบูชาพระแม่มารีย์นับล้านคนในวันที่ 13 พฤษภาคม และ 13 ตุลาคม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคอิมบรา (Coimbra) (ระยะทาง 89 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม. 30 นาที) เมืองเล็กๆในประเทศโปรตุเกส เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากเมืองหนี่งเพราะเป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คือ มหาวิทยาลัยโคอิมบรา ซึ่งก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1290

ค่ำ                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Tryp Coimbra หรือเทียบเท่า

DAY 3

โคอิมบรา – พอร์โต้ – โบสถ์เซนต์ฟรานซิส - ล่องเรือจิบไวน์ชมเมืองพอร์โต้

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางถึง พอร์โต้ (ระยะทาง 123 ก.ม. / เดินทางประมาณ 2 ช.ม.)หนึ่งในเมืองศูนย์กลางเก่าแก่ของยุโรป ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดูว์โรทางเหนือของโปรตุเกส เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศโปรตุเกส และเมืองท่าที่สำคัญ และมีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านไวน์ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเมาชั้นดีของคนที่รักการดื่ม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ องค์การยูเนสโกจึงได้ขึ้นทะเบียนเมืองปอร์โต้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1996

บ่าย              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

นําท่านชม เมืองพอร์โต้ ที่มาของชื่อประเทศ โดยมาจากคําว่า Port us & Cale ซึ่งใช้เรียกเมืองสองฝั่งแม่น้ำ (Douro) แล้วกลายมาเป็น Portugal (ปอร์ตูกัล ) ในปัจจุบัน

ชม ย่านเขตท่าเรือเก่า ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองมากในอดีต ปัจจุบันได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชมย่านจัตุรัสใจกลางเมือง และ ที่ว่าการเมือง โบสถ์เก่าแก่ประจําเมือง ปราสาท และอาคารบ้านเรือน ชม โบสถ์เซนต์ฟรานซิส (Church of Sao Francisco) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 โบสถ์ที่ผสมผสานรูปแบบสไตล์โกธิคและบาร็อคไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ประดับด้วยทองคำกว่า 200 กิโลกรัมตามแท่นบูชา เสาและเพดาน ทองอร่าม จุดเด่นอย่างหนึ่งของโบสถ์ คือ Tree of Jeesse ซึ่งเป็นไม้แกะสลักปิดทอง เป็นรูปสายตระกูลของพระเยซู ตามความเชื่อในพระคัมภีย์

ชม อาคารตลาดหลักทรัพย์ (Palacio da Bolsa) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 สร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ภายในอาคารที่ประดับตกแต่งได้อย่างงดงาม ในอดีตเคยเป็นหัวใจหลักทางเศรษฐกิจและการค้าของเมืองพอร์โต

นําท่านนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตก สัมผัสบรรยากาศวิวทิวทัศน์บริเวณแม่น้ำดูโร่ และล่องผ่านสะพานเหล็ก Ponte de D. Luis I สะพานเหล็ก 2 ชั้นที่มีชื่อเสียง สร้างและออกแบบโดย กุสตาฟ ไอเฟล ก่อนทีจะสร้างหอไอเฟลขึ้นในกรุงปารีส

อิสระให้ท่านช้อปปิ้งกันบริเวณ ย่าน Liberty Square ศูนย์กลางการช้อปปิ้งของเมืองที่รวบรวมไปด้วยร้านค้าชั้นนําต่างๆ และร้านขายของที่ระลึก ให้ท่านได้จับจ่ายซื้อของฝากของที่ระลึกกันอย่างจุใจ ช้อปปิ้งกันต่อที่ ถนนคนเดิน “ Santa Catarina” อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกกันตามอัธยาศัย

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Axis Porto Business & Spa หรือเทียบเท่า

DAY 4

พอร์โต้ – กีมาไรช์ – วิล่า เรียล – วีเซว

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ กีมาไรช์ (Guimarães) (ระยะทาง 58 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองอันเป็นสถานที่ประสูติของกษัตริย์ดอม อฟองโซ เฮนริค (Dom Afonso Henriques) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโปรตุคาเล่ หรือโปรตุเกสในปัจจุบัน เมืองนี้ได้ขึ้นจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์การเกิดชาติโปรตุเกส

นำท่านเดินทางสู่ วิล่า เรียล (Vila Real) (ระยะทาง 98 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม. 30 นาที)

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย               นำท่านชม พระราชวัง (Mateu Palace & Garden) พระราชวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ออกแบบสไตล์บาร็อคผสมผสานกับร็อคโคโค่ โดยสถาปนิกที่ชื่อว่า Nicolau Nasoni เป็นศิลปินชาวอิตาเลียน / นำท่านเดินทางสู่ วีเซว (Viseu) (ระยะทาง 93 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม. 30 นาที) เป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านโทรคมนาคม อุตสาหกรรม การค้า และการศึกษา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ-กลางของประเทศโปรตุเกส เชื่อมระหว่างเมืองท่าทางทะเล อาไวรู กับเมืองกวาร์ดา เมืองชายแดนโปรตุเกส-สเปน และเมืองซาลามังกาของสเปน

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Pousada De Viseu หรือเทียบเท่า

DAY 5

วีเซว – เบลมอนเต – พิพิธภัณฑ์ชาวยิว – Castelo de Vide – เอโวร่า

 เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เบลมอนเต (Belmonte) (ระยะทาง 101 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม. 30 นาที) เมืองแห่งชนชาติยิวบนคาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งพบหลักฐานการตั้งรกรากตั้งแต่ยุคกลางจนกระทั่งศตวรรษที่ 13 มีการขับไล่ชาวยิวออกจากโปรตุเกสแต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่หลบซ่อนและยังคงตั้งรกรากมาอย่างยาวนานที่เบลมอนเตจนกระทั่งปัจจุบัน / ชม พิพิธภัณฑ์ชาวยิว (Jewish Museum) แหล่งรวบรวมความเป็นมาของชนชาติยิวในโปรตุเกส / ชม พิพิธภัณฑ์น้ำมันมะกอก* (Museu do Azeite) แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำน้ำมันมะกอก แบบ Belmonte Lagar (*พิพิธภัณฑ์น้ำมันมะกอกปิดทุกวันจันทร์)

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย               นำท่านเดินทางสู่ Castelo de Vide (ระยะทาง 155 ก.ม. / เดินทางประมาณ 2 ช.ม. 15 นาที)

นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทและป้อมปราการยุคกลาง ซึ่งเป็นสถานที่กำเนิดของ Pedro Alvares Cabral ผู้ค้นพบทวีปอเมริกาใต้

นำท่านเดินทางสู่ เอโวล่า (Evora) (ระยะทาง 121 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม. 45 นาที) หนึ่งในเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก เมืองนี้ยังคงได้รับการดูแลรักษาร่องรอยของสถาปัตยกรรม ที่มีมาตั้งแต่สมัยโรมัน

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Villa Gale Evora หรือเทียบเท่า

DAY 6

เอโวร่า – จัตุรัสกิรัลโด – ฟารู

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม วัดโรมันแห่งเอโวร่า (Roman Temple) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการขยายอิทธิพลของโรมันในดินแดนของโปรตุเกส / ชม โบสถ์เซนต์ฟรานซิส (St.Francis Church) ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองเก่า โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 / ชม โบสถ์โครงกระดูก (Chapel of Bones) สร้างขึ้นจากกลุ่มนักบวชฟรานซิสกันในศตวรรษที่ 16 ซึ่งนำโครงกระดูกมาจากสุสานต่างๆรอบเมือง ในช่วงที่มีการขยายและต่อเติมเมือง มีโครงกระดูกทั้งนักบวชและแม่ชี รวมถึงประชาชนทั่วไปกว่า 5,000 ร่าง

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              ชม จัตุรัสกิรัลโด (Giraldo Square) ศูนย์กลางที่สำคัญของเมือง และเป็นที่ตั้งของลานน้ำพุที่สร้างแบบศิลปะยุคเรอเนสซอง ในปี ค.ศ.1556 อิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายภาพความประทับใจและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่ ฟารู (Faro) (ระยะทาง 226 ก.ม. / เดินทางประมาณ 3 ช.ม. 20 นาที) เป็นเมืองทางใต้สุดบนของประเทศโปรตุเกส

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Faro หรือเทียบเท่า

DAY 7

ฟารู – ลากัว – ล่องเรือชมถ้ำทะเลริมชายหาดเบนากิล – ซาเกรส – ลากอส – ฟารู

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ลากัว (Lagoa) (ระยะทาง 59 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองชายหาดในแคว้นแอลการ์ฟ (Algarve) นำท่าน ล่องเรือชมถ้ำทะเลริมชายหาดเบนากิล (Benagil Beach) ตั้งอยู่ในคาบมหาสมุทรแอตแลนติก มีหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กอาศัยอยู่ และชม Benagil Cave

นำท่านเดินทางสู่ ซาเกรส (Sagres) (ระยะทาง 62 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม.)

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย               นำท่านชม ป้อมปราการ (Fortaleza de Sagres) ป้อมประจำเมืองซาเกรสในอดีต

นำท่านเดินทางสู่ ลากอส (Lagos) (ระยะทาง 32 ก.ม. / เดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นเมืองที่มีชายหาดที่งดงามมีชายหาดมากมาย ทอดยาว และ มีหน้าผาที่สวยงาม เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นแอลการ์และเคยเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวกระทำความเสียหายใน ปี 1755 เมื่อท่าเรือน้ำที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน / นำท่านเดินทางกลับสู่ ฟารู (ระยะทาง 89 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ชม. 30 นาที)

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Faro หรือเทียบเท่า

DAY 8

ฟารู – พระราชวังแห่งชาติซินตร้า – แหลมโรก้า แหลมปลายสุดยุโรปฝั่งตะวันตก – ลิสบอน

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ซินทรา (Sintra) (ระยะทาง 299 ก.ม. / เดินทางประมาณ 4 ชม. 30 นาที)  อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย              เข้าชม พระราชวังแห่งชาติซินตร้า (Sintra National Palace) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของเมืองซินตร้า ซึ่งนับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1910 พระราชวังแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองซินตร้าอีกแห่งที่ต้องมาเยือน

ชม แหลมโรก้า (Capo Da Roca) จุดตะวันตกสุดของยุโรป ท่านสามารถซื้อ Certificate เป็นที่ระลึกสำหรับการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้

นำท่านเดินทางสู่ ลิสบอน (Lisbon) (ระยะทาง 41 ก.ม. / เดินทางประมาณ 45 นาที) เมืองหลวงของโปรตุเกสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตจู้ (Tejo) ลิสบอนเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี จึงมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และเคยประสบอุบัติเหตุแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 17 จึงทำให้อาคารเก่าแก่โบราณได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ผู้นำคนสำคัญของเมืองในสมัยนั้น มาร์คิส ดือ ปองปาล (Marquis de Pombal) ได้เริ่มต้นบูรณะและจัดวางผังเมืองลิสบอนใหม่ให้ทันสมัย จึงได้เกิดการสร้างถนนและอาคารสมัยใหม่ กลายเป็นเมืองลิสบอนที่สวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองจนถึงปัจจุบัน

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก         โรงแรม Marriott Lisbon หรือเทียบเท่า

DAY 9

ลิสบอน – วิหารเจโรนิโม – ทานทาร์ตไข่ – หอคอยบีเล็ม - ดูไบ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม วิหารเจโรนิโม (Jeronimos Monastry Church) วิหารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 โดยกษัตริย์แมนนูเอลที่ 1 องค์สำคัญที่สุดที่สร้างชื่อเสียงให้โปรตุเกส ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จจากการส่งนักเดินเรือล่องมหาสมุทรเพื่อค้นพบแผ่นดินใหม่ในโลกและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเป็นที่ฝังศพของวาสโก ดากามา นักเดินเรือท่องโลกผู้ยิ่งใหญ่ของโปรตุเกส ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก

พิเศษ หัวหน้าทัวร์จัดให้ท่านได้ทานขนมทาร์ตไข่ (Portuguese egg tart) สูตรดั้งเดิมเกือบ 200 ปี คิดค้นโดยนักบวชคาธอลิกที่วัน Mosteiro dos Jeronimos ในนครหลวงลิสบอน ในสมัยศตวรรษที่ 18 ที่ต้องหาวิธีนำไข่แดงที่เหลือในวัดแต่ละวันเป็นจำนวนมาก มาทำอาหารให้มากที่สุด เนื่องจากสมัยนั้นเสื้อผ้านักบวชจะลงแป้งด้วยไข่ขาว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ไข่แดงกลายเป็นส่วนประกอบในขนมโปรตุเกสทุกอย่าง อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง รวมถึงทาร์ตไข่ ขนมสุดพิเศษนั่นเอง สูตรการทำทาร์ตไข่ หรือที่ภาษาโปรตุเกส เรียกว่า “Pastel de nata” นั้นเก็บงำเป็นความลับในวัดจนถึงปี 1834 ที่วัดถูกปิดตัวลง เนื่องจากการปฏิวัติภายในศาสนาคริสต์ เหล่านักบวชจึงขายสูตรให้แก่โรงฟอกน้ำตาลแถววัด ซึ่งซื้อสูตรมาเปิดร้านขายขนมเฉพาะ ชื่อว่า Fabrica de Pasteis de Belem เปิดในปี 1837 โดยลูกหลานของเจ้าของร้านยังคงขายทาร์ตไข่นี้เรื่อยมาจนปัจจุบัน และเป็นที่นิยมด้วยความหอมจากอบเชยและน้ำตาลผง

แวะถ่ายรูป หอคอยบีเล็ม (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำ เพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจและค้นพบโลกของวาสโก ดากามาและนักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย              ชมทัศนียภาพของแม่น้ำเตจู้ (Tejo) ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองลิสบอน เป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไพศาลราวกับทะเล และยิ่งกว่านั้นโปรตุเกสถูกโอบล้อมด้วยชายหาดยาวกว่า 170 กม.ของผืนมหาสมุทรแอตแลนติก ชม บริเวณเมืองเก่าลิสบอน“โอลด์ซิตี้” และ จัตุรัสการค้า (Praca Do Comercio) สร้างขึ้นในสมัยมาร์ควิส เดอ ปอมแปล (Marques Depombal) เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านชม สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในยุโรป ซึ่งสะพานนี้มีชื่อว่า Ponte 25 Abril (ซึ่งวันที่ 25 เม.ย. 1974 ได้เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตย) ผ่านชม อนุสาวรีย์เจ้าชายเฮนรี่ ผู้มีพระสมัณญานามว่า เจ้าชายเฮนรี่ นาวิกบุรุษ (Henry The Navigator) / นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

21.15 น.         ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยเที่ยวบิน EK 194

DAY 10

ดูไบ – กรุงเทพฯ

08.05 น.         เดินทางถึง ดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน EK 372

18.55 น.          เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

05 – 14 ก.พ. 62 (97,900.-)

22 – 31 มี.ค. 62 (97,900.-)

15 – 24 พ.ย. 62 (97,900.-)

06 – 15 ธ.ค. 62 (97,900.-)

11 – 20 เม.ย. 62 (108,900.-)

26 เม.ย. – 05 พ.ค. 62 (108,900.-)

27 ธ.ค. – 05 ม.ค. 63 (108,900.-)

21 – 30 มิ.ย. 62 (104,900.-)

26 ก.ค. – 04 ส.ค. 62 (104,900.-)

09 – 18 ส.ค. 62 (104,900.-)

20 – 29 ก.ย. 62 (104,900.-)

11 – 20 ต.ค. 62 (104,900.-)

18 – 27 ต.ค. 62 (104,900.-)

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088