ยุโรปตะวันออก 10 วัน

  • เที่ยวเยอรมนี – ออสเตรีย – ฮังการี – สโลวัค – เช็ค
  • มิวนิค – ฮัลล์สตัท (เมืองมรดกโลก) – เซนต์วูลฟกัง – สวนมิราเบล
  • เวียนนา – พระราชวังเชิร์นบรุนน์ – เอาท์เลทพาร์นดอร์ฟ
  • บูดาเปสต์ – ป้อมชาวประมง – ล่องเรือ แม่น้ำดานูบ – บราติสลาวา
  • ปราก – ปราสาทปราก – วิหารเซนต์วิตัส – สะพานชาร์ลส์
  • ปราก – เชสกี้ ครุมลอฟ – ปราสาทครุมลอฟ (เมืองมรดกโลก)
  • คาร์โลวี วารี – แบมเบิร์ก (เมืองมรดกโลก) – แบมเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ

22.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน การบินไทย แถว D ประตู 3

DAY 2

กรุงเทพฯ – มิวนิค – ฮัลล์สตัท (เมืองมรดกโลก) – เซนต์วูลฟกัง – ซาลส์บวร์ก

00.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิค โดยเที่ยวบิน TG 924

07.05 น. เดินทางถึง นครมิวนิค (MUNICH) เมืองใหญ่เป็นอันดับสามของเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย แคว้นตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ที่มีอุตสาหกรรมผลิตเบียร์อันลือชื่อ และเคยได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 1972 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี
เดินทางสู่ เมืองฮัลล์สตัท (HALLSTATT) (ระยะทาง 207 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที) องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก world heritage เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยภูเขาใหญ่ที่น่ารักที่สุดในโลก / นำท่านขึ้นรถกระเช้า (CABLE CAR) ชมวิวรอบเมืองสกายวอร์ค (SKY WALK) จุดชมวิวแบบพาโนรามาของเมืองฮัลล์สตัท
เดินลัดเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบ See Strasse ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่าดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของถนนซี สตราซท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย: เดินทางสู่ เมืองเซนต์วูลฟกัง (ST’WOLFGANG) (ระยะทาง 37 นาที / ใช้เวลา 40 นาที) เมืองรีสอร์ทเล็กๆ ในหุบเขาริมทะเลสาบวูลฟ์กัง ชมเมืองเซนต์วูลฟ์กัง เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามโรแมนติคที่สุดของออสเตรีย นำท่านชมเมืองสวยที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบวูล์ฟกัง ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ทะเลสาบสวยใสและทุ่งหญ้าเขียวขจี เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว
เดินทางสู่ เมืองซาลส์บวร์ก (SALZBURG) (ระยะทาง 47 กม. / ใช้เวลา 50 นาที) เมืองโรแมนติกเมืองหนึ่งของยุโรปที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาที่ล้อมรอบได้ รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1996

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม AUSTRIA TREND HOTEL SALZBURG WEST or SIMILAR

DAY 3

ซาลส์บวร์ก – สวนมิราเบล – เวียนนา

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม เมืองซาลล์เบิร์ก เมืองแห่งศิลปินเพลง เมืองซึ่งเป็นสถานที่ของเด็กอัจฉริยะโมสาร์ตที่เพิ่งจะฉลองครบรอบ 250 ปี ในปี 2006 ที่ผ่านมา และเมืองนี้ยังโด่งดังจากการเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์เพลงอมตะ “มนต์รักเพลงสวรรค์” หรือ The Sound of Music
นำท่านชม สวนมิราเบล ที่งดงามซึ่งเดิมเป็น สวนในพระราชวังเดิม บนถนนฝั่งขวาจะเป็นบ้านอีกหลังของคีตกวีชื่อดังก้องโลก (เทศบาลเมืองไม่อนุญาตให้นำรถบัส นำนักท่องเที่ยวเข้าในเขตบริเวณเมืองเก่า) เดินข้าม แม่น้ำซาลสอัคช์ เพื่อเดินเล่นชมเมืองเก่าของซาลสเบิร์ก สู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับ อนุเสาวรีย์โมสาร์ต ชมมหาวิหารใหญ่กลางเมือง เดินเล่นบน ถนนเกไตรเด้ ย่านช้อปปิ้งที่มีบ้านเกิดของโมสาร์ต ที่เพิ่งฉลอง ครบรอบ 250 ปี เมื่อปี 2006 ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ด้วยและ ให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง สินค้าพื้นเมืองมากมาย หรือชมเมือง ตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: เดินทางสู่ เมืองเวียนนา (VIENNA) (ระยะทาง 295 กม. / ใช้เวลา 3 ชม.) เมืองหลวงของออสเตรีย เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ที่มีความเจริญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และร็อคโดโคที่เป็นแบบของออสเตรียที่งดงามที่สุดในยุโรปเป็นสักขีพยานแห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และสมัยจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์เบิร์กในอดีต อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติในปัจจุบันและเป็น สถานที่รวมคีตกวีเอกของโลก เช่น โมสาท บีโทเฟน โยฮันสเตราท์ เป็นต้น

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พิเศษ! เมนูขาหมูอสเตรียน เสิร์ฟพร้อมไส้กรอกเวียนนา พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม COURT YARD BY MARRIOTT WIEN SCHONBRUNN or SIMILAR CLASS

DAY 4

เวียนนา – พระราชวังเชิร์นบรุนน์ – เอาท์เลทพาร์นดอร์ฟ – บูดาเปสต์

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านนั่งรถชม ถนนวงแหวน (RING STRESSES) ผ่านชม โรงอุปรากรแห่งชาติ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ เปิดแสดงครั้งแรกในวันที่ 25 พฤษภาคม 1869 ด้วยดอน จิโอวานนี่ของโมซาร์ท , พระราชวังฮอฟบวร์ก, อาคารรัฐสภา, ศาลาว่าการ, มหาวิทยาลัย เวียนนา, โบสถ์ประจำเมือง, ศาลสูง สวนสาธารณะสตัดปาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์ เจ้าของบทเพลงอมตะ “By The Beautiful Blue Danube”

ชม โบสถ์เซนต์สตีเฟน (ST. STEPHEN’S CATHEDRALS) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิค อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1147
อิสระให้ท่านเดินเล่น ช้อปปิ้ง ถนนคาร์ทเนอร์ (KARTNER STRASSE) เป็นถนนชอปปิ้งสายสำคัญของเวียนนา ที่มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ มากมายเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนน อาทิเช่น เครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน เสื้อแบรนด์เนมยอดนิยม และของที่ระลึกต่างๆ ยังมีร้านอาหาร ร้านไอศกรีม และร้านกาแฟแบบต้นตำรับออสเตรียแท้ๆ ให้ได้เลือกอิ่มกันอย่างหนำใจ
เข้าชม พระราชวังเชิร์นบรุนน์ (SCHOENBRUNN PALACE) พระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์เบิร์ก ซึ่งจักรพรรดิโจเซฟที่ 1 ปรารถนาที่จะสร้างพระราชวังแข่งขันกับพระราชวังแวร์ซายน์ของฝรั่งเศส ชมความวิจิตรตระการตาของตำหนักล่าสัตว์บนเนื้อที่กว้าง ซึ่งจักรพรรดิโจเซฟที่ 1 จะเนรมิตให้เป็นวิมานจักรพรรดิแห่งที่สองรองจากพระราชวังแวร์ซายน์ พระราชวังเชิร์นบรุนน์มีห้องทั้งหมด1,200 ห้องเปิดให้ประชาชนเข้าชมเพียง 45 ห้อง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: เดินทางสู่ เอาท์เลทพาร์นดอร์ฟ (PARNDORF OUTLET) (ระยะทาง 50 กม. / ใช้เวลา 40 นาที) อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งภายในเอาท์เลทแห่งแรกของประเทศออสเตรีย และเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ ตั้งอยู่กรุงเวียนนา มีร้านค้ามากกว่า 120 ร้าน สินค้าแบรนด์ชื่อดังต่างๆ จากทุกมุมโลก มีให้เลือกมากมายอย่างจุใจ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน สินค้าแบรนด์เนมมากมาย
เดินทางสู่ เมืองบูดาเปสต์ (BUDAPEST) (ระยะทาง 195 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 9 นาที) นครหลวงแสนสวยของประเทศฮังการี่ที่ได้ชื่อว่า “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดาเมือที่คั่นด้วยแม่น้ำดานูบที่สวยงามแยกเมืองเก่าและเมืองใหม่ออกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งเมืองบูดาและฝั่งเมืองเปสต์ เมืองที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลให้เรารู้สึกได้ถึงร่องรอยศิลปะที่สั่งสมมานาน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL BUDAPEST CITY or SIMILAR CLASS

DAY 5

บูดาเปสต์ – ป้อมชาวประมง – ล่องเรือ แม่น้ำดานูบ – บราติสลาวา

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ป้อมชาวประมง (FISHERMAN BASTION) ป้อมปราการใหญ่โตที่ทิ้งร่องรอยแห่งอดีต สร้างใน ปีค.ศ.1895 อยู่บนเนินเขาสูงริมแม่น้ำดานูบ เดิมเป็นตลาดขายปลาตั้งแต่สมัยยุคกลาง มีป้อมปราการดูแลโดยชาวประมง ปัจจุบันบูรณะใหม่ให้มีทางเดินบางส่วนมีหลังคาคลุม มีลาน Holy Trinity square เป็นจุดศูนย์กลางของบริเวณเมืองเก่า ตรงกลางมีอนุสาวรีย์สร้างไว้เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ในอดีต และมีรูปปั้นบนเสานี้ คือ Saint Stephen นอกจากนี้ มียอดหอคอยรูปกรวยเป็นระยะๆ ด้านข้างของลานนี้มีโบสถ์ Matyas มีจุดชมวิวเห็นความงามของเมือง
ผ่านชม โบสถ์แมทเทียยาส (MATTHIAS CHURCH) โบสถ์ในศิลปะแบบกอธิค สร้างในราว ศตวรรษที่ 13 หลังคาของโบสถ์ปูด้วยกระเบื้องสีลวดลายสวยงาม เชิญถ่ายรูปกับโบสถ์ม็อทยอช ที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ต่อมาบูรณะให้เป็นแบบนีโอกอธิค และบารอค อนุสาวรีย์นักบุญสตีเฟ่นที่เปลี่ยนชาวฮังกาเรียนให้มานับถือศาสนาคริสต์ ถัดลงมาเป็นป้อมซิตสเดลลาที่ออสเตรียสร้างไว้เพื่อรำลึกถึงการรบที่ได้รับชัยชนะเหนือชาวฮังการี ได้เห็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพเป็นรูปปั้น เทพธิดา กิ่งปาล์มไว้เหนือศีรษะขนาดความสูง 40 เมตร
จุดชมวิว เกลเลิร์ต ฮิลล์ (GELLERT HILL) เป็นจุดชมวิวที่มีความสูง 140 เมตร สามารถมองเห็นวิวได้จากทั้ง 2 ด้าน ทำให้เห็นทัศนียภาพของกรุงบูดาเปสต์ได้โดยรอบแบบพาโนรามิค 360 องศา ของเมืองปูดาเปสต์บริเวณกำแพงของทางขึ้น เนินเขาเกลเลิร์ต มีการจัดแสดงรูปภาพของกรุงบูดาเปสต์ เพื่อให้เห็นถึงความเป็นมาของเมืองตั้งแต่อดีตจนมาถึงภาพที่ทุกคนได้เห็นในปัจจุบัน
ผ่านชม สะพานเชน (CHAIN BRIDGE) หรือสะพานโซ่ เป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในยุโรปที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี สะพานนี้เปิดใช้ในปี 1849ถือได้ว่าเป็นดั่งสัญลักษณ์ของบูดาเปสท์ สะพานเชนแห่งนี้เป็นสะพานถาวรแห่งแรกที่ทอดตัวข้ามแม่น้ำดานูบ สร้างโดยวิศวกรชาวอังกฤชื่อ William Tierney Clark เหล็กทุกชิ้นล้วนนำมาจากอังกฤษ
ผ่านชม อาคารรัฐสภาฮังการี (HUNGARY PARLIAMENT) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันตระการที่ไม่ควรพลาดมาเที่ยวชม ถือว่าป็นสัญลักษณ์ของฮังการี อาคารรัฐสภาตั้งโดดเด่นอยู่ริม แม่น้ำดานูบบนฝั่งเปสต์ เป็นอาคารรัฐสภาที่ชาวฮังกาเรี่ยนภูมิใจว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก เพราะตัวอาคารมีความสวยงามด้วยสภาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่ดูคลาสสิคด้วย หลังคาสีแดง อาคารรัฐสภาแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1885
นำท่าน ล่องเรือ แม่น้ำดานูบ (DANUBE RIVER) แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ 2 สายคือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง Donaueschingen ถือเป็นแม่น้ำสายโรแมนติกสายหนึ่งของยุโรปที่ไหลผ่านเมืองต่างๆ และมีความเชี่ยวของน้ำน้อยมาก กิจกรรมหลักที่มาถึงบูดาเปสต์คือ การสัมผัสกับบรรยากาศแห่งการล่องเรือดานูบ ชมความงดงามของอาคาร สถาปัตยกรรมแบบกอธิค เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ มนต์เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลายได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองโรแมนติกบนสายน้ำแห่งหนึ่งของโลก จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย: เดินทางสู่ กรุงบราติสลาวา (BRATISLAVA) (ระยะทาง 201 กม. / ใช้เวลา 2 ชม.) เมืองหลวงของสาธารณรัฐสโลวาเกียและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เมืองบราติสลาวาเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่มีอาณาเขตติดต่อกับ 2 ประเทศคือประเทศออสเตรียและประเทศฮังการี และในปัจจุบันบราติสลาวาเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง วัฒนธรรมและเศรษฐกิจของสโลวาเกีย เมืองบราติสลาวา เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะกลุ่มอาคารยุคกลางและอาคารศตวรรษที่ 20 ที่ยังคงสามารถพบเห็นได้เป็นจำนวนมาก

นำท่านผ่านชม ย่านเมืองเก่าบราติสลาวา (OLD TOWN) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่เป็นที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างสำคัญๆมากมาย ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ปราสาทบราติสลาวา (BRATISLAVA CASTLE) ปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำดานูบ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมืองบราติสลาวา / ผ่านชม อาคารศาลากลางเก่า (OLD TOWN HALL) อาคารเก่าแก่จากศตวรรษที่ 14 ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า, โรงละครแห่งชาติสโลวัก (SLOVAK NATIONAL THEATRE), HOUSE OF THE GOOD SHEPHERD อาคารสไตล์รอคโคโค หรือศิลปะแห่งหลุยส์ที่ 14 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทบราติสลาวา

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE BRATISLAVA CENTRUM or SIMILAR

DAY 6

บราติสลาวา – ปราก – ปราสาทปราก – วิหารเซนต์วิตัส – สะพานชาร์ลส์

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ กรุงปราก (PRAGUE) (ระยะทาง 328 กม. / ใช้เวลา 3 ชม. 20 นาที) ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสุดโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งของโลก ด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลายที่เก่หาแก่และงดงาม ไม่ว่าจะเป็นปราสาท อาคาร บ้านเรือน สะพาน หรือโบสถ์รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เมื่อ ค.ศ.1992

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย: นำท่านเข้าชม ปราสาทปราก (PRAGUE CASTLE) เคยเป็นปราสาทของกษัตริย์เชคในอดีต ได้รับการรับรองจากกินเนสบุ๊คว่าเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ครอบคลุม 70,000 ตารางเมตร (437.5 ไร่) / ชม วิหารเซนต์วิตัส (ST. VITUS CATHEDRAL) วิหารที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของกรุงปร๊าก โดยคำสั่งของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 สร้างอุทิศให้กับ ST. VITUS, ST. WENCESLAS และ ST. ADALBERT นักบุญชาวโบฮีเมียแห่งดินแดนเชค / ชม สะพานชาร์ลส์ (CHARLES BRIDGE) ที่มีประติมากรรมรูปปั้นมากมายบนสะพานไม่ซ้ำกันประดับอยู่ โดยมีรูปปั้นสำคัญคือรูปปั้นของนักบุญจอห์น เนโปมุก พระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกประหารและโยนศพลงแม่น้ำวัลตาวาแห่งกรุงปราก / ชม อนุสาวรีย์ของจอห์น ฮุช (JAN HUS) ผู้ริเริ่มรับศาสนามาเผยแพร่อีกครั้ง หลังจากการหยุดห้ามการนับถือศาสนาตามกฎของระบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งเคยใช้บริหารประเทศ
นำท่านชม เขตเมืองเก่า สตาเร เมสโตร (STARE MESTO หรือ OLD TOWN SQUARE) ชม หอนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณ ณ ศาลากลางเมือง ซึ่งอธิบายกาโคจรของดาว เคราะห์และ พระอาทิตย์รอบโลก (เป็นความเชื่อในสมัยนั้นว่าโลกเราเป็นศูนย์กลางของดาวพระเคราะห์) ช้อป ปิ้งสินค้าบริเวณย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าจำหน่ายแก้วเจียรนัยที่เรียกว่า โบฮีเมียน กลาส (BOHEMIAN GLASS) สินค้าที่มีชื่อสุดของประเทศ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารไทย

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NH PRAGUE CITY or SIMILAR CLASS

DAY 7

ปราก – เชสกี้ ครุมลอฟ – ปราสาทครุมลอฟ (เมืองมรดกโลก)

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (CESKY KRUMLOV) (ระยะทาง 170 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 20 นาที) อยู่ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเช็ค ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวาตอนต้นใกล้แหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ก่อนจะไหลต่อไปเป็นกระแสน้ำสายใหญ่ผ่านกรุงปราก ช่วงที่แม่น้ำวัลตาวาไหลผ่านเชสกี้ครุมลอฟ ดูเหมือนเป็นเพียงลำธารเล็กๆสายน้ำคดไปเคี้ยวมาเหมือนรูปตัว S จนทำให้ภูมิทัศน์ของตัวเมืองดูราวกับหยดน้ำ ถึงความเจริญสูงสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย: นำท่านชม เขตเมืองเก่า ครุมลอฟ (KRUMLOV OLD TOWN) เดินเล่นและถ่ายรูปบริเวณเขตเมืองเก่าที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้ทั้งหมด จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1992 เข้าชม ปราสาทครุมลอฟ (KRUMLOV CASTLE) มีอายุกว่า 700 ปี ผ่านการครอบครองของขุนนางถึง 3 ตระกูล ที่ใช้เป็นคฤหาสน์ส่วนตัว ก่อนจะตกเป็นสมบัติของรัฐบาลในที่สุดเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสาธารณรัฐเช็ครองจากปราสาทปราก
ชม เมืองมรดกโลก สมญานามเพชรน้ำเอกแห่งโบเฮเมีย เมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาใจกลางป่าเขามีที่ตั้งซ่อนตัวอยู่ลึกลับประหนึ่งเมืองลับแล เมืองขนาดเล็กนี้มีแม่น้ำวัลตาว่าไหลผ่ากลางเมือง ภายในตัวเมืองมีสถาปัตยกรรมจากสมัยยุคกลาง มากมายกว่า 300 อาคารรวมทั้งปราสาทครุมลอฟที่สวยงามแปลกตา ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองและเดินซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม BELLEVUE or SIMILAR CLASS

DAY 8

เชสกี้ ครุมลอฟ – คาร์โลวี วารี – แบมเบิร์ก (เมืองมรดกโลก)

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (KARLOVY VARY) (ระยะทาง 236 กม. / ใช้เวลา 3 ชม.40 นาที) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปา ที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ

ชมตัวเมืองคาโรวี วารี เมืองสปาที่ใหญ่ที่สุดของเชค ชมความสวยงามที่ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมจากยุคศตวรรษที่ 19 ที่เน้นความคลาสสิก โออ่า สดใส สบายตา ซึ่งเมืองนี้มีต้นกำเนิดมาจากเหตุการณ์เสด็จประพาสล่าสัตว์ในรัชสมัยที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 และพระองค์กำได้มาพบแหล่งน้ำแร่ที่นี้ เมื่อราวหกร้อยกว่าปีมาแล้ว ปัจจุบันมีน้ำพุน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 42 – 72 องศาเซลเซียสกว่า 12 แห่ง พิพิธภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ ที่อยู่ใจกลางเมือง มีน้ำพุน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 30, 50 และ 72 องศาเซลเซียสให้ได้ลองดื่ม ชาวเชคเชื่อว่าดื่มแล้วดีต่อระบบย่อยอาหาร

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย: เดินทางสู่ เมืองแบมเบิร์ก (BAMBERG) (ระยะทาง 175 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 5 นาที) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (WORLD HERITAGE SITE) นำท่านชมความน่ารักของเขตเมืองเก่าที่ได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดี ศาลาว่าการเมืองเก่าที่สร้างคร่อมแม่น้ำ เพื่อความสะดวกในการเก็บค่าภาษีผ่านแดน อาคารบ้านเรือนงดงามด้วยสีสันอ่อนหวานราวลูกกวาด ปัจจุบันเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่คึกคักด้วยนักศึกษาในคณะต่างๆ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม WELCOME KONGRESS HOTEL or SIMILAR

DAY 9

แบมเบิร์ก – ย่านเมืองเก่า – แฟรงค์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ย่านเมืองเก่า จุดเด่นของเมืองนี้อยู่ที่ ศาลากลางหลังเก่า (ALTES RATHAUS) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตรงกลางของ สะพาน Enterebrucke ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ข้าม แม่น้ำเร็กนิทซ์ (REGNITZ RIVER) เพื่อเป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างฝั่งชาวบ้าน กับ ฝั่งวัด โดยอาคารถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1386 เป็นสัญลักษณ์ของเมืองแบมเบิร์ก

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย: เดินทางถึง แฟรงค์เฟิร์ต (FRANKFURT) (ระยะทาง 210 กม. / ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของ เยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5
ชมจัตุรัสโรเมอร์ (ROMERBERG) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุด ในเมืองด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัส เชิญเดินเล่นย่านถนน ZEIL ที่มีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยและร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นหลากหลาย

17.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

20.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 923

DAY 10

กรุงเทพฯ

12.30 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

89,800 บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

วันเดินทาง:

16 – 25 ต.ค. 59

12 – 21 พ.ย. 59

30 ธ.ค. 59 – 8 ม.ค. 60

19 – 28 ก.พ. 60

12 – 20 มี.ค. 60

10 – 19 เม.ย. 60

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6095