เที่ยวโปรตุเกสแบบเจาะลึก 10 วัน

(1) :     กรุงเทพฯ

(2) :     กรุงเทพ – ดูไบ – ลิสบอน

(3) :     ลิสบอน ซินทรา แหลมโรก้า – ลิสบอน

(4) :     ลิสบอน – ฟารู

(5) :     ฟารู – Benagil Cave – ลากอส – ซาเกรส – ฟารู่

(6) :     ฟารู่ – เอโวร่า

(7) :     เอโวร่า วีเซล

(8) :     วีเซล – วิล่า เรียล – กีมาไรช์ – พอร์โต้

(9) :     พอร์โต้ – ดูไบ

(10) :   ดูไบ – กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ

22.00 น.         พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เคาน์เตอร์เชคอิน T ประตูทางเข้าที่ 9 - 10

DAY 2

กรุงเทพ – ดูไบ – ลิสบอน

01.35 น.       ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยเที่ยวบิน EK 385

04.45 น.       เดินทางถึง ดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

07.25 น.       ออกเดินทางสู่ ลิสบอน โดยเที่ยวบิน EK 191

12.35 น.       เดินทางถึง กรุงลิสบอน (Lisbon) เมืองหลวงของโปรตุเกสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตจู้ (Tejo)

บ่าย             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชม วิหารเจโรนิโม (Jeronimos Monastry Church) วิหารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 โดยกษัตริย์แมนนูเอลที่ 1 องค์สำคัญที่สุดที่สร้างชื่อเสียงให้โปรตุเกส ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จจากการส่งนักเดินเรือล่องมหาสมุทรเพื่อค้นพบแผ่นดินใหม่ในโลกและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเป็นที่ฝังศพของวาสโก ดากามา นักเดินเรือท่องโลกผู้ยิ่งใหญ่ของโปรตุเกส ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก

พิเศษ หัวหน้าทัวร์จัดให้ท่านได้ทานขนมทาร์ตไข่ (Portuguese egg tart) สูตรดั้งเดิมเกือบ 200 ปี คิดค้นโดยนักบวชคาธอลิกที่วัน Mosteiro dos Jeronimos ในนครหลวงลิสบอน ในสมัยศตวรรษที่ 18 ที่ต้องหาวิธีนำไข่แดงที่เหลือในวัดแต่ละวันเป็นจำนวนมาก มาทำอาหารให้มากที่สุด เนื่องจากสมัยนั้นเสื้อผ้านักบวชจะลงแป้งด้วยไข่ขาว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ไข่แดงกลายเป็นส่วนประกอบในขนมโปรตุเกสทุกอย่าง อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง รวมถึงทาร์ตไข่ ขนมสุดพิเศษนั่นเอง สูตรการทำทาร์ตไข่ หรือที่ภาษาโปรตุเกส เรียกว่า “Pastel de nata” นั้นเก็บงำเป็นความลับในวัดจนถึงปี 1834 ที่วัดถูกปิดตัวลง เนื่องจากการปฏิวัติภายในศาสนาคริสต์ เหล่านักบวชจึงขายสูตรให้แก่โรงฟอกน้ำตาลแถววัด ซึ่งซื้อสูตรมาเปิดร้านขายขนมเฉพาะ ชื่อว่า Fabrica de Pasteis de Belem เปิดในปี 1837 โดยลูกหลานของเจ้าของร้านยังคงขายทาร์ตไข่นี้เรื่อยมาจนปัจจุบัน และเป็นที่นิยมด้วยความหอมจากอบเชยและน้ำตาลผง

แวะถ่ายรูป หอคอยบีเล็ม (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำ เพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจและค้นพบโลกของวาสโก ดากามาและนักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม

ชมทัศนียภาพของแม่น้ำเตจู้ (Tejo) ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองลิสบอน เป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไพศาลราวกับทะเล และยิ่งกว่านั้นโปรตุเกสถูกโอบล้อมด้วยชายหาดยาวกว่า 170 กม.ของผืนมหาสมุทรแอตแลนติก

ชม บริเวณเมืองเก่าลิสบอน “โอลด์ซิตี้” และ จัตุรัสการค้า (Praca Do Comercio) สร้างขึ้นในสมัยมาร์ควิส เดอ ปอมแปล (Marques Depombal) เป็นนายกรัฐมนตรี / ผ่านชม สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในยุโรป ซึ่งสะพานนี้มีชื่อว่า Ponte 25 Abril (ซึ่งวันที่ 25 เม.ย. 1974 ได้เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองมา

สู่ระบอบประชาธิปไตย) / ผ่านชม อนุสาวรีย์เจ้าชายเฮนรี่ (Prince Henry the Navigator Monument)
ผู้มีพระสมัณญานามว่า เจ้าชายเฮนรี่ นาวิกบุรุษ (Henry The Navigator)

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม Holiday Inn Lisbon Continental หรือเทียบเท่า

DAY 3

ลิสบอน – ซินทรา – แหลมโรก้า – ลิสบอน

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

(ลิสบอน – ซินทรา ระยะทางประมาณ 28.7 กม. ใช้เวลาเดินทาง 26 น.)

เดินทางสู่ เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

เข้าชม พระราชวังแห่งชาติเปนา (Royal Pena National Palace) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของเมืองซินตร้า ซึ่งนับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1910 พระราชวังแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองซินตร้าอีกแห่งที่ต้องมาเยือน

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             ชม แหลมโรก้า (Cabo Da Roca) จุดตะวันตกสุดของยุโรป ท่านสามารถซื้อ Certificate เป็นที่ระลึกสำหรับการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ อิสระให้ท่านถ่ายรูป

เดินทางสู่ เมืองเอสโตริล (Estoril) ที่ได้รับสมญานามร่วมกับอีกสองเมืองคือคาสกายและซินทรา ว่าเป็น Golden Triangle เมืองตากอากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงามชองไม้ดอกแนวต้นปาล์มและคลาสสิคด้วยรีสอร์ทตากอากาศสีพาสเทล อิสระให้ท่านชมเมืองที่มีบรรยากาศสวยงามตามธรรมชาติ และชมทัศนียภาพ
ริมชายฝั่งทะเล / นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองลิสบอน

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Holiday Inn Lisbon Continental หรือเทียบเท่า

DAY 4

ลิสบอน – ฟารู

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

(ซินทรา – ฟารู ระยะทางประมาณ 298 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.46 ชม.)

เดินทางสู่ เมืองฟารู (Faro) เป็นเมืองทางใต้สุดบนของประเทศโปรตุเกส

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านถ่ายรูปกับ โบสถ์แซ่ (Se Cathedral) เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สุดของเมืองมีอายุกว่าพันปี ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณปราสาทโบลซ่า และชมทัศนียภาพที่งดงามของเมืองฟารู

เข้าชม อาร์โก ดาวิลา (Arco Vila) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในฟาโรอดีตประตูสู่เมืองอาร์โกดาวิลาตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของถนน Jardim manuel bivar สร้างโดยสถาปนิก Francisco Xavier Fabri การตกแต่งซุ้มประตูเป็นรูปปั้นของนักบุญโทมัสอาควินัสซึ่งถือว่าเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของฟาโร ชม The Macabre ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยนักบวช Franciscan บริเวณข้างในโบสถ์มีแสงเข้าสู่ช่องเล็ก ๆ สามช่องทางด้านซ้าย ผนังและเสาแปดเสาตกแต่งด้วยกระดูกและกะโหลกศีรษะที่จัดเรียงอย่างระมัดระวังด้วยซีเมนต์ เพดานทำจากอิฐทาสีขาวและทาสีด้วยลวดลายมรณะ จำนวนโครงกระดูกของนักบวชถูกคำนวณเป็นประมาณ 5,000 มาจากสุสานที่ตั้งอยู่ภายในโบสถ์หลายสิบโหล กะโหลกบางส่วนถูกขีดเขียนด้วยกราฟฟิตี ผึ่งให้แห้งสองศพซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กอยู่ในกรณีแสดงแก้ว และที่หลังคาโบสถ์คำว่า "Melior est die mortis nativitatis (วันแห่งความตายดีกว่าวันเกิด)

ชม Jardim Manuel Bivar สวนขนาดเล็กที่เงียบสงบตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือฟาโร ส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวที่เข้ามาเดินเล่น แต่ในช่วงเวลากลางคืนจะมีความบันเทิงโดยเฉพาะในวันที่มีการจัดนิทรรศการรถจักรยานยนต์เพื่อแสดงสินค้า มีกิจกรรมอื่นๆ ให้ร่วมสนุก และมีคาเฟ่มากมายรอบๆ Jardim Manuel Bivar วิวของต้นไม้และทะเลให้นั่งเพลิดเพลิน

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม Faro หรือเทียบเท่า

DAY 5

ฟารู – Benagil Cave – ลากอส – ซาเกรส – แหลมเซนท์วินเซนท์ – ฟารู

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

(ฟารู – ลากัว ระยะทางประมาณ 59.4 กม. ใช้เวลาเดินทาง 40 น.)

เดินทางสู่ เมืองลากัว (Lagoa) เมืองชายหาดในแคว้นแอลการ์ฟ (Algarve) / นำท่าน ล่องเรือชมถ้ำทะเลริมชายหาดเบนากิล (Benagil Beach) ตั้งอยู่ในคาบมหาสมุทรแอตแลนติก มีหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็ก  อาศัยอยู่ และชม Benagil Cave

(ลากัว – ลากอส ระยะทางประมาณ  36.3 กม. ใช้เวลาเดินทาง  27 น.)

เดินทางสู่ เมืองลากอส (Lagos) เป็นเมืองที่มีชายหาดที่งดงามมีชายหาดมากมาย ทอดยาว และ มีหน้าผาที่สวยงาม เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นแอลการ์และเคยเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวกระทำความเสียหายใน ปี 1755 เมื่อท่าเรือน้ำที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านชมทัศนียภาพ เมืองลากอส (Lagos)

(ลากอส – ซาเกรส ระยะทางประมาณ  32.8 กม. ใช้เวลาเดินทาง  33 น.)

เดินทางสู่ เมืองซาเกรส (Sagres) / ชม แหลมเซนท์วินเซนท์ (Cape St.Vincent) แหลมที่ตั้งอยู่สุดขอบตะวันตกเฉียงใต ้ของประเทศโปรตุเกส ที่ว่ากันว่าเปรียบเสมือนสุดขอบเขตของ โลก เพราะเป็นที่ๆ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) นักเดินเรือที่มีชื่อเสียงของโลกได้ออกเดินทางไปค้นหาโลกใหม่และเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกดินหายลับไปกับท้องมหาสมุทร

นำท่านชม ป้อมปราการ (Fortaleza de Sagres) ป้อมประจำเมืองซาเกรสในอดีต

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

(ซาเกรส – ฟารู ระยะทางประมาณ 116 กม. ใช้เวลาเดินทาง  1.20 ชม.)

นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองฟารู

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Faro หรือเทียบเท่า

DAY 6

ฟารู – เอโวร่า

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

(ฟารู – เอโวล่า ระยะทางประมาณ 227 กม. ใช้เวลาเดินทาง  2.25 ชม.)

เดินทางสู่ เมืองเอโวล่า (Evora) หนึ่งในเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก เมืองนี้ยังคงได้รับการดูแลรักษาร่องรอยของสถาปัตยกรรม ที่มีมาตั้งแต่สมัยโรมัน

ชม จัตุรัสกิรัลโด (Giraldo Square) ศูนย์กลางที่สำคัญของเมือง และเป็นที่ตั้งของลานน้ำพุที่สร้างแบบศิลปะยุคเรอเนสซอง ในปี ค.ศ.1556 อิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายภาพความประทับใจและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านชม วัดโรมันแห่งเอโวร่า (Roman Temple) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการขยายอิทธิพลของโรมันในดินแดนของโปรตุเกส / ชม โบสถ์เซนต์ฟรานซิส (St. Francis Church) ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองเก่า โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 / ชม โบสถ์โครงกระดูก (Chapel of Bones) สร้างขึ้นจากกลุ่มนักบวชฟรานซิสกันในศตวรรษที่ 16 ซึ่งนำโครงกระดูกมาจากสุสานต่างๆรอบเมือง ในช่วงที่มีการขยายและต่อเติมเมือง มีโครงกระดูกทั้งนักบวชและแม่ชี รวมถึงประชาชนทั่วไปกว่า 5,000 ร่าง Tra

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม Vila Gale Evora หรือเทียบเท่า

DAY 7

เอโวร่า – วีเซล

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

(เอโวล่า – วีเซว ระยะทางประมาณ 384 กม. ใช้เวลาเดินทาง  3.41 ชม.)

เดินทางสู่ เมืองวีเซว (Viseu) เป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านโทรคมนาคมอุตสาหกรรม การค้า และการศึกษา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ-กลางของประเทศโปรตุเกส เชื่อมระหว่างเมืองท่าทางทะเล อาไวรู กับเมืองกวาร์ดา เมืองชายแดนโปรตุเกส-สเปน และเมืองซาลามังกาของสเปน

นำท่านเดินทางสู่ Castelo de Vide / นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทและป้อมปราการยุคกลาง ซึ่งเป็นสถานที่กำเนิดของ Pedro Alvares Cabral ผู้ค้นพบทวีปอเมริกาใต้

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ เบลมอนเต (Belmonte) เมืองแห่งชนชาติยิวบนคาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งพบหลักฐานการตั้งรกรากตั้งแต่ยุคกลางจนกระทั่งศตวรรษที่ 13 มีการขับไล่ชาวยิวออกจากโปรตุเกสแต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่หลบซ่อนและยังคงตั้งรกรากมาอย่างยาวนานที่เบลมอนเตจนกระทั่งปัจจุบัน / ชม พิพิธภัณฑ์ชาวยิว (Jewish Museum) แหล่งรวบรวมความเป็นมาของชนชาติยิวในโปรตุเกส / ชม พิพิธภัณฑ์น้ำมันมะกอก (Museu do Azeite) แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำน้ำมันมะกอก แบบ Belmonte Lagar (*พิพิธภัณฑ์น้ำมันมะกอกปิดทุกวันจันทร์)

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Pousada Convento de Belmonta หรือเทียบเท่า

DAY 8

วีเซล – วิล่า เรียล – กีมาไรช์ – พอร์โต้

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ วิล่า เรียล (Vila Real)

นำท่านชม พระราชวัง (Mateu Palace & Garden) พระราชวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18ออกแบบสไตล์บาร็อคผสมผสานกับร็อคโคโค่ โดยสถาปนิกที่ชื่อว่า Nicolau Nasoni เป็นศิลปินชาวอิตาเลียน

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

(วีเซว – กีมาไรช์ ระยะทางประมาณ 172 กม. ใช้เวลาเดินทาง  1.46 ชม.)

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เมืองกีมาไรช์ (Guimaraes) เมืองอันเป็นสถานที่ประสูติของกษัตริย์ดอม อฟองโซ เฮนริค (Dom Afonso Henriques) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโปรตุคาเล่ หรือโปรตุเกสในปัจจุบัน เมืองนี้ได้ขึ้นจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์การเกิดชาติโปรตุเกส

เข้าชม จตุรัส Oliveira (Largo da Oliveira) ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองกีมาไรช์ เป็นหนึ่งในสถานที่สวยงามที่สุดในเมือง รายล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงร้านอาหาร ร้านกาแฟ เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวชมเมืองเป็นจำนวนมาก

ชม ปราสาทกิมาไรช์ (Guimaraes Castle) ปราสาทยุคกลางที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 โดย Mumadona Dias เคาน์เตนแห่งโปรตุเกส เพื่อปกป้องเมืองจากการโจมตีของชาวมัวร์และชาวนอร์แมน ซึ่งปัจจุบันปราสาทแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโปรตุเกส

(กีมาไรช์ – พอร์โต้ ระยะทางประมาณ 57 กม. ใช้เวลาเดินทาง  40 น.)

เดินทางสู่ เมืองพอร์โต้ (Porto) หนึ่งในเมืองศูนย์กลางเก่าแก่ของยุโรป ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดูว์โรทางเหนือของ

โปรตุเกส เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศโปรตุเกส และเมืองท่าที่สำคัญ และมีชื่อเสียงอย่าง

มากทางด้านไวน์ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเมาชั้นดีของคนที่รักการดื่ม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ องค์การยูเนสโกจึงได้ขึ้น

ทะเบียนเมืองปอร์โต้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1996 / อิสระให้ท่านช้อปปิ้งกันบริเวณ ย่าน Liberty Square ศูนย์กลางการช้อปปิ้งของเมืองที่รวบรวมไปด้วยร้านค้าชั้นนําต่างๆ และร้านขายของที่ระลึก ให้ท่านได้จับจ่ายซื้อของฝากของที่ระลึกกันอย่างจุใจ ช้อปปิ้งกันต่อที่ ถนนคนเดิน “Santa Catarina” อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกกันตามอัธยาศัย

นำท่าน ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกที่แม่น้ำโดรู (Douro River)

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม AC Porto by Marriott หรือเทียบเท่า

DAY 9

พอร์โต้ - ดูไบ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ชม ย่านเขตท่าเรือเก่า ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองมากในอดีต ปัจจุบันได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชมย่านจัตุรัสใจกลางเมือง และ ที่ว่าการเมือง โบสถ์เก่าแก่ประจําเมือง ปราสาท และอาคารบ้านเรือน

ชม โบสถ์เซนต์ฟรานซิส (Church of Sao Francisco) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 โบสถ์ที่ผสมผสานรูปแบบสไตล์โกธิคและบาร็อคไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ประดับด้วยทองคำกว่า 200 กิโลกรัมตามแท่นบูชา เสาและเพดาน ทองอร่าม จุดเด่นอย่างหนึ่งของโบสถ์ คือ Tree of Jeesse ซึ่งเป็นไม้แกะสลักปิดทอง เป็นรูปสายตระกูลของพระเยซู ตามความเชื่อในพระคัมภีย์

ชม อาคารตลาดหลักทรัพย์ (Palacio da Bolsa) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 สร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ภายในอาคารที่ประดับตกแต่งได้อย่างงดงาม ในอดีตเคยเป็นหัวใจหลักทางเศรษฐกิจและการค้าของเมืองพอร์โต นําท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้า El Corte Ingles อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของ ทั้งสินค้าแบรนด์เนม สินค้าพื้นเมืองและของฝากจากซุปเปอร์มาเก็ตตามอัธยาศัย

13.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น.       นำท่านเดินทางสู่สนามบินพอร์โต้

17.35 น.       ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK 198

DAY 10

ดูไบ – กรุงเทพฯ

04.15 น.       เดินทางถึง ดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

08.14 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 370

18.15 น.       เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

118,000.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

กำหนดวันที่เดินทาง

07 – 16 ก.พ.63

20 –29 มี.ค.63

10 – 19 เม.ย.63

01 – 10 พ.ค.63

12 – 21 มิ.ย.63

24 ก.ค. – 02 ส.ค. 63

07 – 16 ส.ค. 63

18 – 27 ก.ย. 63

09 – 18 ต.ค. 63

13 – 22 พ.ย. 63

04 – 13 ธ.ค. 63

25 ธ.ค. – 03 ม.ค. 64

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088