ปากีสถาน 9 วัน 7 คืน

(1)  :  กรุงเทพฯ – อิสลามาบัด

(2)  :  อิสลามาบัด – แอบบอตทาบัด – มันเซห์รา – เบตตาแกรม – สวัต วัลเล่ย์ – ชางรา พาส – เบชฮาม

(3)  :  เบชฮาม –ชาติอัส –ชีราส –ยอดเขานังกาปาร์บัต –เทือกเขาหิมาลัย –เทือกเขาฮินดูกูช –เทือกเขาการาโกรัม –กิลกิต

(4)  :   กิลกิต – พระพุทธรูปคาร์กาห์ – นัลตาร์ วัลเล่ย์ – กราเซียฮอปเปอร์ – ฮุนซ่า วัลเล่ย์ – ชมพระอาทิตย์ตก

(5)  :   ฮุนซ่า วัลเล่ย์ – คาราโครัมไฮเวย์ – ทะเลสาบอัตตาบัด – สะพานแควนฮัสไซนี่ – พาสสุ โคลน – พาสสุ กลาเซียร์ – กุนจีราบ ปาส – ฮุนซ่า

(6)  :   ฮุนซ่า – ป้อมอัลติท – ป้อมบัลติท – กิลกิต – อิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง

(7)   :   กิลกิต บินภายในอิสลามาบัด – พิพิธภัณฑ์ล๊อก เวิสซ่า – เดเม้น-อี -โคห์

(8)   :   อิสลามาบัด – ตักศิลา – วัดจูเลียน – พิพิธภัณฑ์โบราณคดีนครตักศิลา – อิสลามาบัด – มัสยิดชาห์ไฟซาล – อนุสาวรีย์ปากีสถาน – Centaurus Mall – กรุงเทพฯ

(9)   :    กรุงเทพ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – อิสลามาบัด

15.30น.      พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์กรุ๊ปสายการบินไทย (TG)ประตู4 แถว D

18.45น.      ออกเดินทางสู่อิสลามาบัดโดยเที่ยวบินTG 349

22.20 น.     เดินทางถึง อิสลามาบัด (Islamabad) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย2ชั่วโมง) ชื่อเมืองอิสาลามาบัด มาจากคําสองคําคือ อิสลาม และ อาบัดซึ่งหมายถึง “เมืองแห่งอิสลาม”โดยเมืองอิสลามาบัดเป็นเมืองหลวงของประเทศปากีสถาน ตั้งอยู่ในอิสลามาบัดแคพิทัลเทร์ริทอรีมีพื้นที่906 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน (พ.ศ.2560) กรุงอิสลามาบัดสร้างขึ้นในคริศต์ทศวรรษ 1960 เพื่อเป็นเมืองหลวงของประเทศแทนนครกาจี

เข้าสู่ที่พัก    โรงแรม Serena Islamabad หรือเทียบเท่า

DAY 2

อิสลามาบัด – แอบบอตทาบัด – มันเซห์รา–เบตตาแกรม – สวัตวัลเล่ย์ – ชางราพาส – เบชฮาม

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองเบชฮาม (Besham) ตั้งอยู่ในแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา (Khyber Pakhtunkhwa) ซึ่งเป็นเมืองที่มีขนามใหญ่ที่สุดในแคว้น และเมืองเบชฮาม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองอิสลามาบัดระหว่างการเดินทางท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศอันงดงามของธรรมชาติ ซึ่งในแต่ละฤดูกาลนั้นให้ความรู้สึกที่มีความแตกต่างกันและยังเป็นเส้นทางรถที่ดีที่สุดในการเดินทางสู่ เมืองกิลกิต (Gilgit) ระหว่างการเดินทางนั้น จะนําท่านแวะรับประทานอาหารกลางวันที่เมือง เมืองแอบบอตทาบัด (Abbottabad) ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีความสงบสุขมากที่สุดของปากีสถานและยังเป็นเมืองที่ นายอุซามะฮ์ บิน ลาดิน (Osama binLaden) ผู้นําอัลกออิดะฮ์ (Al-Qaeda) เสียชีวิต ในปี พ.ศ. 2554

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย         เดินทางผ่าน เมืองมันเซห์รา (Mansehra) เป็นเมืองที่ท่านจะได้สําผัสกับความตื่นเต้นด้วยเส้นทางที่มีความคดเคี้ยวท่ามกลางธรรมชาติจนเดินทางถึง เมืองเบตตาแกรม (Battagram) เป็นเมืองที่ทางตอนเหนือติดกับประเทศจีน และยังติดกับแม่น้ําสินธุ ซึ่งเป็นแม่น้ําที่อยู่ในเส้นทางสายไหม ติดกับ เส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram Highway) อีกด้วยซึ่งระหว่างการเดินทางท่านอาจจะได้พบกับ รถประจําทางที่มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแต่ละคันก็มีความสวยงามไม่ซ้ํากันเลย ไม่ว่าจะเป็นลวดลาย สีสัน การตกแต่งสิ่งต่างๆ เขากับตัวรถ

ผ่าน สวัต วัลเล่ย์ (Swat Valley) หรือ หุบเขาสวัตเป็นหุบเขาที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร เป็นสิ่งที่ชาวปากีสถานภาคภูมิใจเป็นอย่างมากในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ทั้งมีน้ําที่ดี ความสมบูรณ์ของดินเป็นแหล่งเกสรตกรรม สามารถปลูกพืชผักผลไม้หลากหลายชนิดรวมทั้งยังเป็นแหล่งผลิตข้าวสาลีเลี้ยงดูชาวปากีสถานทั้งประเทศมาอย่างยาวนานอีกด้วย แถมยังมีภูมิทัศน์อันสวยงามจับใจด้วยสันเขาสูงสง่า ซึ่งในแต่ละฤดูกาลก็จะมีวิวทิวทัศที่แตกต่างกันออกไป ผ่านจุดที่เรียกว่า ชางรา พาส (Shangla Pass) เป็นจุดจอดรถ สามารถชมวิวของเมือง สวัต วัลเล่ย์  ได้อีกหนึ่งจุด/เดินทางถึงเมืองเบชฮาม

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก    โรงแรม PTDC Besham (Best in Town) หรือเทียบเท่า

(หมายเหตุ เมืองเบชฮาม (Besham) ทางบริษัทใช้โรงแรมที่ดีที่สุดของเมือง)

DAY 3

เบชฮาม – ชาติอัส – ชีราส – ยอดเขานังกาปาร์บัต – เทือกเขาหิมาลัย–เทือกเขาฮินดูกูช – เทือกเขาการาโกรัม – กิลกิต

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นําท่านเดินทางสู่ เมืองกิลกิต (Gilgit) ระหว่างการเดินทางท่านจะผ่าน เมืองชาติอัส (Shatial) คณะจะเดินทางลัดเลาะตามไหล่เขา เรียบริมแม่น้ำสินธุ (InDus River) เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในปากีสถาน และเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอันดับที่ 21 ในแง่ของการไหลผ่านประจําปี มักถูกพูดว่าเป็นเส้นชีวิตของชาวปากีสถาน ต้นกําเนิดของแม่น้ําอยู่บริเวณที่ราบสูงทิเบต ใกล้กับทะเลสาบมานาซาโรวาร์ ความยาวรวมของแม่น้ำมีความยาว 3,180 กิโลเมตร

เดินทางผ่าน เมืองชีราส (Chilas) เป็นเมืองที่มีภูเขาหิน น้อยใหญ่อยู่มากมาย สิ่งที่โด่ดเด่นของภูเขาหินนั้นคือ ภาพสลักต่างๆ ที่มีข้อสันนิฐานว่ามีมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นศาสนาพุธ ท่านจะได้พบเห็น ภาพสลักมากมาย

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย         บันทึกภาพ ยอดเขานังกาปาร์บัต (Nanga Parbat) เป็นยอดเขาสูงสุดในโลกอันดับที่ 9 นังกาปาร์บัตแปลว่า“ยอดเขาเปลือย” และยังมีอีกหลายๆชื่อ แต่ก็มักจะมีเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ภูเขานักฆ่า” (Killer Mountain) เพราะเป็นภูเขาที่มีอันตรายที่สุดในบรรดายอดเขาแปดพันเมตรสิบสี่ยอด สําหลับนักปีนเขา โดยเฉพาะในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 แม้หลังจากนั้นอันตรายจะลดลงแต่ยังปีนได้ยากอยู่บันทึกภาพกับ 3 เทือกเขาที่มีความยิ่งใหญ่ที่ท่านไม่ควรพลาดนั้นก็คือ เขาที่ 1 เทือกเขาหิมาลัย (Himalaya Range) เป็นเทือกเขาในทวีปเอเชีย ที่แยกอนุทวีปอินเดียทางทิศใต้ ออกจากที่ราบสูงทิเบตทางทิศเหนือ มียอดเขาที่สูงที่สุดในโลกคือยอดเขาเอเวอเรสต์นอกจากนี้ยังมียอดเขากันเจนชุงคา (Kanchenjunga) และยังประกอบด้วยยอดเขาที่มีความสูงมากกว่า 7,200 เมตรเป็นจุดกําเนิดของระบบแม่น้ําที่สําคัญของโลกหลายสาย เช่น แอ่งแม่น้ําสินธุ และแอ่งแม่น้ําคงคา-พรหมบุตร แม่น้ําสาละวิน และแม่น้ําโขงและยังเป็นเทือกเขาที่กินพื้นที่ถึง 5 ประเทศ ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย จีน ภูฏาน เนปาล

เขาที่ 2 เทือกเขาฮินดูกูช (Hindu Kush) เป็นเทือกเขาที่ขยายตัวต่อจากเทือกเขาการาโกรัมไปทางตะวันตก มีความยาวประมาณ 800 กิโลเมตร อยู่บริเวณรอยต่อของประเทศปากีสถานกับประเทศอัฟกานิสถาน มียอดเขาสูงที่มากกว่าระดับ 7,000 เมตร

เขาที่ 3 เทือกเขาการาโกรัม (Karakoram) เทือกเขาตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาหิมาลัยกับเทือกเขาฮินดูกูช บริเวณเทือกเขาคาราโครัมเป็นเขตติดต่อกันสามประเทศได้แก่ ปากีสถาน จีนและอินเดีย จุดสุงสุดของเทือกเขาคือ ยอดเขาเคทู ตั้งอยู่บริเวณประเทศจีนและปากีสถานเมืองกิลกิต (Gilgit) เป็นเมืองหลวงของเขตกิลกิต-บัลติสถานของปากีสถาน เมืองตั้งอยู่ในหุบเขากว้าง ใกล้จุดบรรจบกันของ แม่น้ำกิลกิต (GilgitRiver) และ แม่น้ำฮูนซ่า (HunzaRiver) กิลกิตเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญทางภาคเหนือของประเทศปากีสถาน และทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางสําหรับการปีนเขาสําหรับเทือกเขาการาโกรัม Karakoram เป็นจุดแวะสําคัญบนเส้นทางไหมเก่า และเป็นจุดเชื่อมต่อที่สําคัญของทางหลวง Karakoram ซึ่งเชื่อมต่อกับจีนSkarduChitralเปศวาร์และกรุงอิสลามาบาด

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรมSerena Gilgit หรือเทียบเท่า

DAY 4

กิลกิต – พระพุทธรูปคาร์กาห์ – นัลตาร์วัลเล่ย์ – กราเซียฮอปเปอร์ – ฮุนซ่าวัลเล่ย์ – ชมพระอาทิตย์ตก

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ชม พระพุทธรูปคาร์กาห์ (Kargah Buddha) หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สําคัญของยุคพุทธกาลในดินแดนแห่งนี้ก็คือ พระพุทธรูปคาร์กาห์ แห่งนี้พระพุทธรูปที่ถูกแกะสลักไว้บนหน้าผา ในหุบเขาคารกาห์ (Kargah Valley) กรมโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ของปากีสถานระบุว่า ความสูงของพระพุทธรูปอยู่ราว 40 ถึง 50 ฟุต ในขณะที่ความกว้างยังไม่ได้มีการประมาณการ เป็นประติมากรรมพระพุทธรูปในสไตล์ทิเบตในรายงานมีระบุไว้ว่า น่าจะเกินในคริสต์ศตวรรษที่3 –5 โดยประมาณ

ชม นัลตาร์วัลเล่ย์ (Naltar Valley) เป็นหุบเขาที่มีความสวยงามมีทั้งทุ่งหญ่า มีทั้งทุ่งตนสน มีทั้งสกีรีสอร์ท ความสวยงามของนัลตาร์วัลเล่ย์จนมีหลายคนใหฉายาว่า “สวิตเซอร์แลนด์น้อย” กันเลยที่เดียว อีกทั้งบางจุดยังให้บรรยากาศเหมือนกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Yellowstoneอีกด้วย ดังนั้นจึงมีความสดใหม่ สวยงามของธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่ท่านไม่ควรพลาด

นําท่านชม กราเซียฮอปเปอร์ (Hopper Glacier) เป็นกราเซียที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ แต่ความโด่ดเด่นของ กราเซียฮอปเปอร์จะมีสีดํา นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ท่านไม่ควรพลาดจุดเข้าชมกราเซียที่ใกล้มากท่านจะได้เห็นกราเซียที่สั่งสมกาลเวลายาวนานจนแทบเปลี่ยนจากน้ําแข็งกลายเป็นหินซึ่งเห็นได้จากความเก่าแก่สีออกเทาของกราเซียแห่งนี้

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวันณ ภัตตาคาร

บ่าย         เดินทางสู่ ฮุนซ่าวัลเล่ย์ (Hunza Valley) เมืองนี้ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 2,438 เมตรเป็นดินแดนที่ผู้คนอายุมียืนยาวมากที่สุดในโลกอายุคนโดยเฉลี่ยในวัยชรานับ 100 ปีขึ้นไปอาจมาจากเป็นจุดที่มีโอโซนที่บริสุทธ์ที่มาจากความมหัสจรรย์ของเทือกเขาสภาพแวดล้อมที่ให้ความอุดมสมบูรณ์ บวกกับการใช้วีถีชีวิตของชาวฮุนซ่าการปลูกบ้านเรือนลดหลั่นตามไหลเขา การทําเกษตรกรรมแบบออแกนิคทําให้หุบเขาฮุนซ่าแห่งนี้ดูเป็นเมืองที่น่าหลงใหลเป็นอย่างมากนําท่านชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น ซึ่งจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกนั้นสามารถชมได้ที่บริเวณของโรงแรม

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Eagle NestHotel Hunza หรือเทียบเท่า

DAY 5

ฮุนซ่า วัลเล่ย์ – คาราโครัมไฮเวย์ – ทะเลสาบอัตตาบัด–สะพานแควนฮัสไซนี่ – พาสสุโคลน – พาสสุ กลาเซียร์ – กุนจีราบปาส – ฮุนซ่า

เช้า            รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ ทะเลสาบอัตตาบัด (Attabad Lake) ทะเลสาบที่มีน้ํานิ่ง มีสีฟ้าเหมือนกับ เทอร์ควอยซ์ทะเลสาบอัตตาบัดนั้นเกิดจากการถล่มของหุบเขา เมื่อปีค.ศ. 2010 แล้วทําให้หินมาปิดเส้นทางไหลของแม่น้ําฮุนซ่าทะเลสาบนี้มีความยาวประมาณ 21กิโลเมตร มีความลึกประมาณ 103 เมตร ถือได้ว่าเป็นทพเลสาบที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆ เลยทีเดียว

แวะบันทึกภาพกับ สะพานแควนฮัสไซนี่ (Hussaini Suspension Bridge) ถือได้ว่าเป็นสะพานวัดใจเลยก็ว่าได้ เป็นการสร้างโดยใช้สลิงธรรมดา แล้วพื้นเป็นไม้ที่ว่างเป็นระยะ ทําให้พื้นมีช่องว่าง เวลาเดินข้ามจึงต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา แต่ชาวปากีสถานก็ใช้เป็นเส้นทางสรรจรอยู่เป็นประจํา แต่ด้วยบริเวณรอบๆ มีสภาพแวดล้อมที่สวยงามากๆ ถึงเป็นอีกหนึ่งจุดสําหรับนักถ่ายรูป นักโพส์รูปไม่ควรพลาด

บันทึกภาพกับ พาสสุ โคลน (Passu Cones) เป็นภูเขาที่มีความคล้ายกับ โคลนของไอศกรีมที่คว่ำอยู่ผู้คนที่ผ่านไปมาได้พบเห็นและเป็นภูเขานี้ตั้งอยู่ที่เมืองพาสสุจึงให้ชื่อภูเขานี้ว่า “ภาสสุโคลน”

เดินทางสู่ พาสสุ กลาเซียร์ (Passu Glacier) ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,400 เมตร เหนือระดับน้ําทะเล ซึ่งเป็นกลาเซียร์สีขาว ยาวประมาณ 20 กิโลเมตร กลาเซีบร์แห่งนี้เกิดจากการถล้มของหิมะมาทับถมกันมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี ทริปนี้ท่านก็ได้จะพบเห็นทั้ง กลาเซียร์สีดําคือ กราเซียฮอปเปอร์ (Hopper Glacier) และ กลาเซียร์สีขาวคือ พาสสุ กลาเซียร์ (Passu Glacier)

เดินทางสู่ เมืองซอส (Sost or Sust) เป็นหมูบ้านสุดท้ายที่อยู่ติดชายแดนของประเทศปากรสถาน ซึ่งติดกับประเทศจีนซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่สูงถึง 2,800 เมตรเหนือระดับน้ําทะเล และยังเป็นเมืองที่ขนส่งสินค้า ค้าขายระหว่างชาวปากีสถานกับชาวจีน

เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย       เดินทางสู่ กุนจีราบปาส (Khunjerab Pass) เป็นเขตพรมแดนระหว่างปากีสถาน และจีน เป็นจุดที่มีความสูง 4,730 เมตร หรือประมาณ 16,000 ฟุตเหนือระดับน้ําทะเลมีเส้นทางที่เจริญมากเนื่องจากประเทศจีนได้สนุบสนุนการก่อสร้างเส้นและยังถือได้ว่าเป็นเส้นทางสายไหมที่มีชื่อว่า คาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram HighwayหรือKKH) แถมยังตั้งอยู่ในเขตของอุทยานอีกด้วย โชคดีอาจจะได้พบสัตว์ป่าสงวนหาดูยาก เช่น แกะมาร์โคโปโล แพะภูเขา เสือดาวหิมะ เป็นต้น

เดินทางกลับเข้าตัวเมืองฮุนซ่าแวะเที่ยวชมตลาดท้องถิ่นของเมืองฮุนซ่าชมวิถี ชีวิตของชาวฮุนซ่า

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก       โรงแรมEagle NestHotel Hunza หรือเทียบเท่า

DAY 6

ฮุนซ่า – ป้อมอัลติท – ป้อมบัลติท – กิลกิต – อิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณห้องอาหารของโรงแรม

นําท่านชมป้อมโบราณอายุประมาณ1,100 ปี ชื่อ ป้อมอัลติท (Altit Fort) และ ป้อมบัลติท (Baltit Fort) ที่มีอายุประมาณ 700 ปี ให้ชมแล้วยังมีหมู่บ้านอายุกว่า 1,000 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นชุมชนแรกๆ ในแคว้นกิลกิต-บัลติสถาน ลักษณะโดยทั่วไปจะเป็นคนผิวขาว มีในตาสีฟ้า หน้าคมเหมือนคนชาวยุโรป เพราะเป็นลูกหลานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่กรีฑาทัพไปตีชมพูทวีป เมื่อประมาณ326 ปีก่อนคริสตกาล

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย         เดินทางกลับเมืองกิลกิต (Gilgit) ระหว่างทางกลับจะลัดเลอะเลียมตามแม่น้ำกิลกิต และเที่ยวชมเมืองกิลกิตชมตลาดในเมือง ที่เต็มไปด้วยพ่อค้ามากมายสินค้าที่หลากหลายที่ทําจากฝีมือของคนพื้นเมือง

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Gilgit Serena หรือเทียบเท่า

DAY 7

กิลกิต – Domestic Flight – อิสลามาบัด – พิพิธภัณฑ์ล๊อกเวิสซ่า – เดเม้น-อี-โคห์

11.15น.       ออกเดินทางสู่ อิสลามาบัด โดยเที่ยวบิน PK 606

12.20น.      เดินทางถึง เมืองอิสลามาบัด (Islamabad)

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              เข้าชม พิพิธภัณฑ์ล๊อก เวิสซ่า (Lok Virsa Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ที่รวบรวมเรื่องราวของประเทศปากีสถานในยุคโบราณจนกระทังถึงปัจจุบัน ได้จัดแสดงวิถีวิตความเป็นอยู่และการแต่งกายของชนเผ่าต่างๆ รวมทั้งเรื่องราวของการสร้างชาติและประวัติของบุคคลสําคัญต่างๆ ของประเทศปากีสถานให้ผู้คนที่มาเยี่ยมชมได้ศึกษาชม เดเม้น-อี-โคห์ (Daman –e –Koh) เป็นจุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นเมืองอิสลามาบัดจากมุมสูง อยู่สูงจากระดับน้ําทะเลประมาณ 730 เมตร หรือ ประมาณ 2,400 ฟุต จากระดับน้ําทะเลถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวสามารถมองเห็นเมืองอิสลามาบัดได้ทั้งเมือง

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก    โรงแรมSerena Islamabad หรือเทียบเท่า

DAY 8

อิสลามาบัด – ตักศิลา – วัดจูเลียน – พิพิธภัณฑ์โบราณคดีนครตักศิลา – อิสลามาบัด – มัสยิดชาห์ไฟซาล – อนุสาวรีย์ปากีสถาน – CentaurusMall – กรุงเทพฯ

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ โบราณสถานตักศิลา (Taxila) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกของ UNESCO เป็นอดีตพุทธนครโบราณอันรุ่งเรือง อดีตคืออาณาจักรของพระเจ้ามิลินด์ ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชได้ส่งคณะพระเถระมาเผยแผ่และวางรากฐานพุทธศาสนาในเมืองตักศิลา ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 10-11 พวกฮันขาว (Huns) ได้ขยายดินแดนจากเอเชียกลางเข้ามาทําลายวัดพุทธศาสนาในเมืองตักศิลา เที่ยวชม วัดจูเลียน(Jaulian) สํานักสงฆ์ที่องค์คุลีมารเคยร่ําเรียน ชมเมืองโบราณสิรกัป (Sirkap) ตักศิลาแห่งที่สอง เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนา

นําท่านชม พิพิธภัณฑ์โบราณคดีนครตักศิลา (Taxila Museum) เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุสําคัญที่ได้จากการขุดค้นเมืองตักศิลา เมืองหลวงแห่งแคว้นคันธาระ ได้แก่ เหรียญ เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูป รูปเคารพศาสนาเชนและฮินดู

เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย     เดินทางสู่เมืองอิสลามาบัด (Islamabad)

เข้าชม มัสยิดชาห์ไฟซาลหรือ มัสยิดอัลไฟซาล (Shah Faisal Masjid / Mosque) เป็นมัสยิดที่สร้างขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ในกรุงอิสลามาบัดแห่งนี้ เป็นมัสยิดสมัยใหม่ที่ปฏิบัติตามแนวทางของนิกายซุนนี แต่ยังประกอบศาสนพิธีของหลายนิกายในโลกมุสลิมเดินทางสู่ อนุสาวรีย์ปากีสถาน (Pakistan Monument) เป็นอนุสาวรีย์แห่งชาติและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติตั้งอยู่บริเวณเนินเขาชาการ์ปาเรียในกรุงอิสลามาบัด อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีของชาวปากีสถาน ที่ตั้งของอนุสาวรีย์อยู่บนที่สูงทําให้ผู้คนสามารถมองเห็นได้จากทั่วบริเวณเมืองหลวงของกรุงอิสลามาบัดและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมประจําเมือง ด้วยรูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์ โครงสร้างรูปกลีบดอกไม้สี่กลีบ สร้างจากหินแกรนิต แต่ละกลีบแสดงถึงความเป็นปากีสถาน ตัวแทนของแคว้นสําคัญของปากีสถาน ได้แก่ แคว้นบาลูจิสถาน, แคว้นสินธ์, แคว้นปัญจาบและแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา แต่ละกลีบแกะสลักภาพของชาวปากีสถาน สถานที่สําคัญของประเทศทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ มัสยิดแบดชาฮิ, ป้อมเมืองลาฮอร์,ช่องเขาไคเบอร์และมินาร์ เอ ปากีสถาน ใจกลางอนุสาวรีย์ที่ล้อมรอบด้วยกลีบดอกไม้ทั้งสี่ เป็นประติมากรรมสามเหลี่ยมฐานเป็นดาวห้าแฉก อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพบริเวณอนุสาวรีย์แห่งนี้

นําท่านช้อปปิ้งที่ Centaurus Mall ห้างที่ใหญ่ที่สุดของปากีสถาน อิสระช้อปปิ้งของฝากของที่ระลึกก่อนกลับ

ค่ำ                 อิสระรับประทานอาหารค่ำภายในห้าง (ไม่รวมอยู่ในรายการ)

19.30 น.      นําท่านเดินทางสู่สนามบิน

23.30น.       ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน TG 350

DAY 9

กรุงเทพ

07.30น.      เดินทางถึง กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

79,900.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

กำหนดวันที่เดินทาง

28 มี.ค. – 05 เม.ย. 63

04 – 12 เม.ย. 63

11 – 19 เม.ย. 63

25 เม.ย.– 03 พ.ค. 63

23 – 31 พ.ค. 63

24 ต.ค. – 01 พ.ย. 63

07 – 15 พ.ย. 63

21 – 29 พ.ย. 63

05 – 13 ธ.ค. 63

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088