ฝรั่งเศส – สวิตเซอร์แลนด์ – อิตาลี 10 วัน

(1)  กรุงเทพ – คูเวต

(2)  คูเวต – ปารีส

(3)  ปารีส – แวร์ซายน์ – ดิจอง

(4)  ดิจอง – แองเกิลเบิร์ก – ยอดเขาทิทลิส – ลูเซิร์น

(5)  ลูเซิร์น – ลูกาโน่ –  Fox Town Outlet – โคโม่

(6)  โคโม่ – มิลาน – เวนิส

(7)   เวนิส – เชียนเซียโน่ เทอร์เม่     

(8)   เชียนเซียโน่ เทอร์เม่ – กรุงโรม

(9)   กรุงโรม – กรุงเทพฯ              

(10)  กรุงเทพฯ

รายละเอียด ตารางการเดินทาง

DAY 1

กรุงเทพฯ – คูเวต

20.00 น.       พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 7 แถว P เคาน์เตอร์สายการบินคูเวตแอร์เวย์ (Kuwait Airways) โปรดสังเกตป้าย บีไลน์ ทัวร์

23.15 น.       ออกเดินทางสู่ สนา มบินคูเวต โดยเที่ยวบิน KU 414

DAY 2

คูเวต – ปารีส

02.40 น.       เดินทางถึง สนามบินคูเวต เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

07.15 น.       ออกเดินทางสู่ ปารีส โดยเที่ยวบิน KU 167 (รับประทานอาหารกลางวันบนเครื่องบิน)

12.40 น.       เดินทางถึง กรุงปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส บนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ปารีสเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่น อีกทั้งยังเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทุกคนต่างหลงใหลกับแฟชั่น

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่าน ล่องเรือบาโตมูช (Bateaux Mouches) ไปตามแม่น้ำแซนน์ เพื่อเที่ยวชมมหานครปารีส เนื่องจากแม่น้ำแซนตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้การล่องเรือไปตามแม่น้ำนั้นได้พบกับสถานที่ที่สวยงามมากมายที่อยู่ในปารีส อาทิเช่น หอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟ โบสถ์โนตเตรอดาม และสะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 เป็นต้น

ชม จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) เป็นสถานที่แห่งความทรงจำทางประวัติศาสตร์ ที่ซึ่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส ปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของ “เสาโอเบลิสก์” ประติมากรรมอันล้ำค่าสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพของประเทศอียิปต์และประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งคือ ประติมากรรมน้ำพุ Fontaine de Jacques Hittoff ที่พระเจ้าหลุยส์-ฟิลิป โปรดให้สถาปนิก Jacques Hittoff สร้างน้ำพุ 2 แห่งบริเวณกลางลานจัตุรัสคองคอร์ด

ชมบรรยากาศย่านชองเซลิเซ่ ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees)  ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัย นโปเลียน,เป็นถนนที่กล่าวกันว่าสวยที่สุดในโลก และรัชกาลที่ 5 ทรงได้เอามาเป็นแบบในการสร้างถนนราชดำเนิน ชื่อช็อง เซลีเซ มาจาก “เอลูเซีย” (Elusia) ในภาษากรีก แล้วเรียกเป็นภาษา  ลาตินว่า เอลีซีอุม แปลว่า เกาะแห่งความสุขสงบ

เข้าสู่ ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัย นโปเลียน นำชมและถ่ายรูปคู่  กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึกเอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 

เดินทางสู่ ทรอกาเดโร (Trocadero) บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของหอไอเฟล เป็นหนึ่งในจุดชมวิวหอไอเฟลที่สวยงามที่สุด เพราะจะได้เห็นหอไอเฟลในระยะใกล้โดยไม่มีอะไรมาบดบัง

ถ่ายรูปกับหอไอเฟล (Eiffel Tower) หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดย ตั้งชื่อ ตามสถาปนิกผู้ออกแบบ “กุสตาฟ ไอเฟิล” มีความสูงประมาณ 324 เมตร (รวมเสาอากาศสูง 24 เมตร) ซึ่งสูงเท่ากับตึกประมาณ 81 ชั้น

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม Holiday Inn Paris Versailles Bougival หรือเทียบเท่า

DAY 3

ปารีส – พระราชวังแวร์ซายน์ – ดิจอง

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองแวร์ซายส์ (Versailles) (ระยะทาง 19ก.ม. / เดินทางประมาณ 30 นาที) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ด้านการท่องเที่ยวที่โด่งดัง เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวกรุงปารีส ซึ่งต้องแวะมาเมืองแวร์ซายส์ด้วยในอดีตนั้นเมืองแวร์ซายส์ยังเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรฝรั่งเศสโดยพฤตินัยเป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ ปัจจุบันเมืองแวร์ซายส์ได้กลายเป็นชานเมืองที่ร่ำรวยของกรุงปารีสอีกด้วย

เข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versaille Palace) เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก ภายในแบ่งออกเป็น ห้อง ๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง  พระราชวังแวร์ซายน์แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1979

เดินทางสู่ กรุงปารีส (ระยะทาง / ก.ม. / เดินทางประมาณ 30 นาที)

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่าน ช้อปปิ้งสินค้า ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แกลอรี่ ราฟาเยส (Galeries Lafayette) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ห้างลาฟาแยต หรือห้างแพรงตอมส์ (Printemps) ซี่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อ รวมถึง LOUISE VUITTON, BALENCIAGA ฯลฯ

เดินทางสู่ ดีฌง หรือ ดีจอง (Dijon) (ระยะทาง 315 ก.ม. / เดินทางประมาณ 4 ช.ม.) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโกต-ดอร์ในแคว้นบูร์กอญในประเทศฝรั่งเศส เมืองดีฌงเป็นอดีตเมืองของจังหวัดเบอร์กันดี และอดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่ยังเป็นแหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก   โรงแรม Novotel Dijon Route des Grands Crus หรือเทียบเท่า

DAY 4

ดิจอง – แองเกิลเบิร์ก – ยอดเขาทิทลิส – ลูเซิร์น

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองแองเกิลเบิร์ก (Engelberg) (ระยะทาง 384 ก.ม. / เดินทางประมาณ 4.10 ช.ม.) เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ทางตอนกลางของสวิต และมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องของ Mountain Resort และยังเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายที่ เช่น ยอดเขา Titlis ด้วยเหตุนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อนที่ Engelberg

เดินทางสู่ ยอดเขาทิตลิส (Mount Titlis) เป็นยอดเขาที่มีความสูงถึง 3,238 เมตร และมีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี ในหน้าหนาวถือว่าเป็นอีกที่หนึ่งที่คนนิยมมาเล่นสกี เอกลักษณ์ของ Titlis นั้นอยู่ที่กระเช้าที่ใช้ขึ้นไปบนยอดเขานั้นหมุนได้ 360 องศา และก็เป็นแห่งแรกของโลกอีกด้วย ทำให้ระหว่างทางขึ้นไปบนยอดเขานั้นสามารถเห็นวิวรอบได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องหันไปหันมา บนยอดเขา Titlis อยู่สูงกว่าระดับเมฆ ทำให้ในวันที่อากาศดีๆ นั้นสามารถมองท้องฟ้าสีคราม

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             เดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 36 ก.ม. / เดินทางประมาณ 45 นาที ) อดีตหัวเมืองโบราณของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “หลังคาแห่งทวีปยุโรป(The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge)  เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี ทอดตัวข้ามแม่น้ำรอยส์ มุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ ที่จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเป็นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่สะพานนี้เคยถูกไฟไหม้เสียหายอย่างมากใน ค.ศ. 1993 แต่ได้รับการซ่อมแซมใหม่จนอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม

นำท่านชม อนุสาวรีย์สิงห์โต (Lion Monument) อนุสาวรีย์รูปสิงห์โตหิน สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง ในคราวปฏิวัติใหญ่ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ.1792 ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แกะสลักอยู่บนหน้าผา ลักษณะนอนหมอบ มีหอกปักอยู่กลางหลัง สีหน้าแสดงความเจ็บปวดและเศร้าสร้อยที่หัวของสิงห์โตจะมีโล่ห์ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์อยู่ ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเซ้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.1819 -1821

นำท่าน ช้อปปิ้งนาฬิกาสวิสฯ อาทิ Rolex, Panerai, Omega, Iwc, Patek Phillip เป็นต้น หรือ เลือกซื้อของฝากของที่ระลึกบริเวณจัตุรัสกลางเมือง เช่น มีดสวิสฯ พร้อมสลักชื่อ

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม Grand Europe หรือเทียบเท่า

DAY 5

ลูเซิร์น – ลูกาโน่ – Fox Town Outlet – โคโม่

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองลูกาโน่ (Lugano) (ระยะทาง 169 ก.ม. / เดินทางประมาณ 2.30 ช.ม.) เมืองทางตอนใต้สุดของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นเมืองตากอากาศที่ถูกโอบกอดโดยเทือกเขา และทะเลสาบ อันเป็นบรรยากาศที่สุดแสนสบาย และเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านช้อปปิ้ง Fox Town Outlet สวรรค์สำหรับนักช้อปซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองแมนดริสสิโย (Mendrisio Ticino) เป็นเอ๊าท์เลทใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านค้ากว่า 130 ร้าน และสินค้าคุณภาพดี อาทิเช่น ของใช้ในครัวเรือน, ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังอิตาลี, รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์กีฬา แฟชั่นแบรนด์แนมชื่อดังอาทิ เช่น Adidas, Burberry, Calvin Klein, Diesel, D&G, DIOR, Ferrari, GEOX, GUCCI, Guess, HUGO BOSS, Lacoste, LEE, Levis, Lindt Chocolate, NIKE, POLO, Prada, Quiksilver, Ferragamo, Samsonite, Swatch, The North Face, Timberland, Tommy Hilfliger, Yves Saint Laurant และอื่นๆอีกมากมาย

เดินทางสู่ เมืองโคโม่ (Como) (ระยะทาง 16 ก.ม. / เดินทางประมาณ 15 นาที) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมผ้าไหมของอิตาลีที่มีชื่อเสียง

แวะถ่ายรูปกับ ทะเลสาบโคโม่ (Lago di Como) ที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดของอิตาลี

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม Metropole Suisse หรือเทียบเท่า

DAY 6

โคโม่ – มิลาน – เวนิส

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) หรือ มิลาโน่ (ระยะทาง 51 ก.ม. / เดินทางประมาณ 1 ช.ม.) มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน “มิลาน”เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีประชากรประมาณ 1,308,500 คน

แวะถ่ายรูปกับ ดูโอโม่ (Duomo) หรือ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มสร้างเมื่อเมื่อปี ค.ศ.1386 แต่งานเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1813 รวมระยะเวลาการก่อสร้างกว่า 427 ปี  การตกแต่งภายนอกเป็นหลังคายอดเรียวจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร (13 ฟุต) ของพระแม่มาดอนน่าซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ดี เอช ลอว์เรนซ์ เรียกวิหารดูโอโม่ว่าเป็น “วิหารที่สร้างเลียนแบบเม่น”

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             เดินทางสู่ เมืองเวนิส (Venice) (ระยะทาง 264 ก.ม. / เดินทางประมาณ 3.59 ช.ม.) เมืองบนเกาะเจ้าของฉายา “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติกและยังเป็นบ้านเกิดของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่มาร์โคโปโล ตัวเกาะเวนิสเองประกอบไปด้วยเกาะกว่า 118 เกาะ เชื่อมต่อกันด้วยลำคลองถึง 150 สาย และสะพานประมาณ 400 สะพาน โดยการเดินทางบนเกาะเวนิสนั้นจะใช้การเดินหรือล่องเรือไปตามลำคลองเท่านั้น

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Novotel Venice Mestre Castellana หรือเทียบเท่า

DAY 7

เวนิส – เชียนเซียโน่ เทอร์เม่

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสู่ ท่าเรือทรอนเช็ตโต้ เพื่อนั่งเรือสู่เกาะเวนิส ล่องเรือผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำ
แห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ตามลำคลองน้อยใหญ่เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างยิ่ง เวนิสสร้างขึ้น บนเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ ที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานหลายร้อยสะพาน จนดูคล้ายเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน

ชมจัตุรัสซานมาร์โค (San Marco) หรือ เซนต์มาร์ค ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะต่างๆ ของเมืองเวนิสที่มีคลองต่างๆ มากมายนับร้อยแห่ง นับเป็นบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมือง

ชมมหาวิหารซานมาร์โค (Basilica di San Marco) เป็นวิหารที่มีชื่อเสียงมากของเมืองเวนิส เป็นตัวอย่างอันสำคัญของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์

ชมอาคารที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นอย่าง วังดูคาเล (Palazzo Ducale) โดยวังแห่งนี้เคยเป็น ที่พำนักของผู้ปกครองเมืองเวนิสโดยภายในตกแต่งด้วยศิลปะหลายยุคสมัย มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆมากมาย ซึ่งแต่ละห้องจะมีการประดับไว้ด้วยภาพวาดโดยศิลปินชาวเวนิสหลายๆท่าน ผ่านชมสะพานถอนหายใจ (Ponte dei Sospiri)

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             เดินทางสู่ เมืองเชียนเซียโน เทอร์เม่ (Chianciano Terme) (ระยะทาง 383 ก.ม./เดินทางประมาณ 5.30 ช.ม.)   เป็นเมืองตากอากาศน่ารักของอิตาลีบรรยากาศสดชื่น

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก      โรงแรม Grand Hotel Excelsior Chianciano Termer หรือเทียบเท่า

DAY 8

เชียนเซียโน่ เทอร์เม่ – กรุงโรม

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (Rome) (ระยะทาง 168 ก.ม. / เดินทางประมาณ 2.30 ช.ม.) เมืองหลวงของอิตาลี อยู่ในแคว้นลาซิโอเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านชม นครรัฐอิสระวาติกัน (Vatican City) ศูนย์กลางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคและที่ประทับขององค์ประมุขแห่งศาสนา "พระสันตะปาปา" ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก จัดเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก

เข้าชม มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ (St. Peter's Basilica) ใหญ่ที่สุดในโลกและสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน ฝีมือการออกแบบของมิเกลันเจโล มหาวิหารนี้เป็นมหาวิหาร 1 ใน 4 ของมหาวิหารหลักในกรุงโรม อีกสามที่คือมหาวิหารเซนต์จอห์นแลเตอร์รัน, มหาวิหารซานตามาเรียมายอเร (Santa Maria Maggiore) และมหาวิหารเซนต์พอลนอกกำแพง (ST. Paul Outside the Walls)

แวะบันทึกภาพภายนอก โคลีเซี่ยม (Colosseum) สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทราย วัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้คนได้ประมาณ 50,000 คน

ผ่านชม โรมันฟอรั่ม  (Roman Forum) สถานที่ของนักปราชญ์ และนักการเมืองในยุคโรมันโบราณ

ชม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุแห่งนี้ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้แล้วหันหลังใช้มือขวาโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุแห่งนี้แล้วจะได้มีโอกาสได้มาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง

ชม บรรยากาศย่านบันไดสเปน (Spanish Steps) แหล่ง ช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของโรม ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าชั้นนำแบรนด์เนมของอิตาลีตามอัธยาศัย อาทิ กุชชี่, อาร์มานี่, พราด้า, หลุยส์ วิตตอง เป็นต้น

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม IH Hotel Roma Z3 – Area A หรือเทียบเท่า

 

DAY 9

กรุงโรม – กรุงเทพฯ

เช้า                 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น.      เดินทางสู่สนามบิน กรุงโรม

13.50 น.       ออกเดินทางสู่ คูเวต โดยเที่ยวบินที่ KU 166

20.00 น.      เดินทางถึง คูเวต เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

23.05 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ KU 411

DAY 10

กรุงเทพฯ

10.15 น.         เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ราคาเริ่มต้นที่

79,800.- บาท / คน

ช่วงเวลาเดินทาง

กำหนดวันเดินทาง

08 – 17 ส.ค. 62

19 – 28 ก.ย. 62

17 – 26 ต.ค. 62

14 – 23 ก.ย. 62

05 – 14 ธ.ค. 62

26 ธ.ค. – 04 ม.ค. 63**

06 – 15 ก.พ. 63

19 – 28 มี.ค. 63

09 – 18 เม.ย. 63**

30 เม.ย. – 09 พ.ค. 63

จองทริปนี้

ดาวน์โหลด

แชร์ทริปนี้

02-678-6088